"ทัพ... ลูกพ่อ เจ้ายังจำเสียงกลองนี้ได้หรือไม่?"
เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของออกญาเสนาภิมุข แม้ว่าเสียงกลองศึกของข้าศึกจะเงียบงันลงไปแล้วหลายชั่วยาม ค่ายหลวงชั่วคราวริมฝั่งป่าโมกในยามนี้มิได้ถูกโอบล้อมด้วยเสียงโห่ร้องฆ่าฟัน หากแต่ถูกแทนที่ด้วยเสียงครางครวญระงมของเหล่าทหารกล้าที่บาดเจ็บล้มตายจากสมรภูมิเมื่อวาน กลิ่นคาวเลือด ควันไฟ และกลิ่นอับชื้นของโคลนตมลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศยามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ ราวกับแผ่นดินกำลังร่ำไห้ให้กับความสูญเสีย
ทัพนั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ภายในกระโจมบัญชาการ แสงจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปยังแผนที่หนังวัวบนโต๊ะ แต่จิตใจกลับลอยวนเวียนอยู่กับภาพอดีตและคำพูดของพระเจ้าสุริวงศ์ กษัตริย์แห่งอังเปาผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินไว้คนละครึ่ง ความแค้นในอดีตที่พรากครอบครัวของเขาไป ยังคงเป็นเสี้ยนหนามตำใจที่ไม่มีวันลบเลือน แต่วันนี้... ความจริงที่ว่าสงครามไม่ได้พรากแค่ชีวิต แต่มันยังพรากวิญญาณของผู้รอดชีวิตไปด้วย ทำให้หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเกิดรอยปริแยก
"ท่านแม่ทัพ แผลของพลทหารกล้าที่บาดเจ็บจากหอกอาบยาพิษเมื่อวาน เริ่มมีอาการเน่าลุกลามแล้วขอรับ ยาต้มที่เรามีอยู่เกรงว่าจะเอาไม่อยู่" เสียงรายงานจากนายกองทัพหน้าดังขึ้นขัดจังหวะความคิด พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
ทัพเงยหน้าขึ้น สายตาสะท้อนความเคร่งเครียด "ไปเชิญแม่หญิงบัวแก้วมา"
ภายในกระโจมพยาบาลสนามซึ่งดัดแปลงมาจากเพิงผ้าใบหยาบๆ แสงเทียนสว่างไสวเผยให้เห็นภาพที่บีบคั้นหัวใจ ทหารหาญนอนเรียงรายส่งเสียงโออดโอยด้วยความเจ็บปวด ตรงกลางวงล้อมนั้นร่างระหงในชุดผ้าดิบเรียบง่ายแต่เปื้อนคราบเลือดและเขม่าควันกำลังงละมุลละม่อมอยู่กับการรักษา แม่หญิงบัวแก้ว ธิดาเจ้าเมืองหัวเมืองเหนือผู้มีใบ่างงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพจิตรกรรม แต่ในยามนี้แววตาของนางกลับเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดราวกับแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชน
"น้ำต้มสมุนไพรเดือดได้ที่หรือยัง?" นางเอ่ยถามผู้ช่วยโดยไม่เงยหน้าขึ้น มือเรียวบางที่พันด้วยผ้าสะอาดกำลังใช้มีดสั้นคมกริบที่ผ่านไฟร้อน กรีดลงบนเนื้อเยื่อที่กำลังเน่าตายของพลทหารหนุ่มนายหนึ่งอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความลังเลหรือหวาดกลัวต่อเลือดเนื้อที่ไหลริน
พลทหารหนุ่มกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン ดวงตาหลับปี๋ด้วยความเจ็บปวดทรมาน บัวแก้วเหลือบมองแววตานั้น นางผ่อนลมหายใจยาว ชะโงกหน้าเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง "อดทนหน่อยนะพ่อทหาร ข้ากำลังเอาความตายออกจากตัวเจ้า... เจ้ายังมีแม่ที่อยุธยารออยู่มิใช่หรือ? ทำให้ท่านเห็นซิว่าลูกชายของท่านใจสู้เพียงใด"
น้ำเสียงนั้นราวกับมีมนต์ขลัง พลทหารหนุ่มคลายขากรรไกรที่ขบแน่นลงเล็กน้อย ความเจ็บปวดทางกายยังคงอยู่ แต่หัวใจกลับได้รับพลังบางอย่างที่ประหลาดล้ำ
ทัพที่ยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ที่มุมมกระโจม นัยน์ตาคู่คมฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด ตลอดชีวิตการเป็นทหาร เขาเคยเห็นหญิงสาวสูงศักดิ์มาก็มาก นางเหล่านั้นมักจะหวาดกลัว หยาดหยดน้ำตา หรือทำได้เพียงสวดมนต์ในยามที่บ้านเมืองเกิดภัยสงคราม แต่มตรีหนุ่มจากเมืองเหนือผู้นี้กลับเลือกที่จะหยิบมีด ลุยโคลนตม และลงมือยื้อชีวิตผู้คนด้วยสองมือของตนเองอย่างไม่นึกรังเกียจเดียดฉันท์
เมื่อบัวแก้วจัดการเย็บแผลและพันผ้าเสร็จเรียบร้อย นางก็ปาดเหงื่อที่ผากด้วยหลังมืออย่างไม่ถือตัว ก่อนจะหันมาพบกับสายตาของแม่ทัพหนุ่มที่ยืนมองอยู่เนิ่นนานแล้ว
บรรยากาศรอบตัวราวกับเงียบสงบลงชั่วขณะ แม้จะมีเสียงครางของผู้บาดเจ็บอยู่รอบกาย แต่สายตาที่พวกเขาสบกันกลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยวาจา
"ท่านออกญา... มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้เพิ่มเติมอีกหรือเจ้าคะ หรือเกรงว่าวิธีรักษาของข้ารarตจะทำให้ทหารของท่านต้องตายเร็วขึ้น" บัวแก้วเอ่ยแซะด้วยรอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากที่แห้งผาก แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย
ทัพก้าวเท้าเข้าไปใกล้ กลิ่นอายความเป็นผู้นำแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างธรรมชาติ "ข้าเพียงแต่มาดูว่า 'หมอหญิง' ของค่ายเราต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่... การแพทย์สนามของแม่หญิงทำให้ข้าประหลาดใจนัก นึกไม่ถึงว่าธิดาเจ้าเมืองผู้สูงศักดิ์ จะกล้าลงมาเปื้อนเลือดและโคลนตมเช่นนี้"
บัวแก้ววางผ้าเช็ดมือลงบนถาดทองเหลืองที่หมองคล้ำ นางเงยหน้าสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "สงครามไม่ได้เลือกเพศหรือฐานะหรอกเจ้าค่ะท่านออกญา เมื่อแผ่นดินเลือดตกยางออก เลือดของทหารไพร่พลกับเลือดของเจ้านายก็มีสีแดงฉานเช่นเดียวกัน... หรือท่านออกญาคิดว่าข้าควรนั่งพับเพียรอยู่แต่ในเรือน คอยฟังข่าวว่าพวกเขารอดหรือตายโดยไม่ทำอะไรเลย?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและคมคายนั้น ทำให้ทัพนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยอยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยือกเย็นอย่างที่เคยเป็น หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่เขาเองก็ไม่คุ้นเคย
เหล่าทหารบาดเจ็บที่นอนอยู่รายรอบ ต่างมองมายังคนทั้งสองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความรู้สึกหวาดหวั่นและเกร็งกลัวต่อแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาในคราแรก บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเคารพรัก และเมื่อพวกเขามองเห็นวิธีที่แม่หญิงบัวแก้วดูแลเอาใจใส่ทหารทุกนายอย่างเท่าเทียม ไม่เว้นแม้แต่พลทหารชั้นผู้น้อย ความรู้สึก "ชื่นชม" และ "อบอุ่นใจ" ก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งกองทัพราวกับสายฝนที่โปรยปลงบนผืนดินแห้งแล้ง
"เจ้ามิใช่แค่หมอรักษาแผล... แต่เจ้ากำลังรักษาวิญญาณของกองทัพนี้ด้วย บัวแก้ว" ทัพเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบทอดมองนางด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งขึ้นทีละน้อย
บัวแก้วชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไป หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะวูบหนึ่ง แต่นางก็รีบซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ข้าก็แค่ทำหน้าที่ที่ควรทำ... เช่นเดียวกับที่ท่านออกญาต้องปกป้องแผ่นดินนั่นแหละเจ้าค่ะ"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังอบอวลไปด้วยความเข้าใจและความรู้สึกที่ดีขึ้นตามลำดับ ราวกับพายุกำลังสงบลงเพื่อเปิดทางให้แสงอาทิตย์อ่อนๆ สาดส่องเข้ามาในหัวใจที่ด้านชา ทว่า... ความสงบสุขในค่ายหลวงมักเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นก่อนพายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าควบตะบ็งอย่างเร่งรีบก็ดังแหวกความเงียบยามค่ำคืนเข้ามาใกล้กระโจมบัญชาการ ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทหารยามหน้าค่ายที่ทำให้ทุกคนต้องสะดุ้งสุดตัว
"ท่านออกญาขอรับ! ด่วนที่สุด! กองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อยชีวิตบุกเข้าโจมตีเสบียงของเราที่ท้ายป่าโมก... และ... และแม่พิมพ์จดหมายลับของทางอยุธยาถูกขโมยไปแล้วขอรับ!"
ทัพหน้าถอดสีทันที นัยน์ตาที่เพิ่งทอประกายอ่อนโยนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดโกนในเสี้ยววินาที เขาหันขวับไปมองหน้าบัวแก้วที่หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "จดหมายลับ"
เพราะจดหมายฉบับนั้น... ไม่ได้มีแค่แผนการรบ แต่มันซ่อนความลับที่เกี่ยวกับ "สายลับ" ที่แฝงตัวอยู่ในค่ายหลวงแห่งนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบาดแผลและคราบโลหิตนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 7
บาดแผลแห่งสงคราม
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!