คราบเขม่าดินปืนยังไม่ทันจางหายจากท้องทุ่งหญ้าคา เสียงเหล็กกระทบเหล็กก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าของเหล่าเชลยศึกที่เดินคอตกเรียงแถวภายใต้สายตาคมกริบของทหารอยุธยา
"ออกญา... จะให้จัดการกับเชลยชาวอังว่าอย่างไรดีขอรับ เสบียงที่เรายึดมาได้เริ่มร่อยหรอลงทุกที หากปล่อยให้พวกมันกินอยู่ตามสบาย เกรงว่าอีกไม่นานเราจะลำบากเสียเอง" นายกองทหารผู้นำสารเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะยืนอยู่เบื้องหลังร่างสูงสง่าของออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) ที่กำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษขี้เถ้าบนแผนที่ยุทธศาสตร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ทัพยังไม่ทันเอ่ยตอบ ประโยคเยียบเย็นของพระเจ้าสุริวงศ์ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทเมื่อค่ำคืนก่อนก็แวบเข้ามาในหัว *‘เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ชนะแล้วจริงๆ หรือ...’*
แม่ทัพหนุ่มหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อขับไล่ความหวาดระแวงที่ศัตรูจงใจหว่านเอาไว้ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและแน่วแน่กว่าเดิม
"แบ่งเสบียงครึ่งหนึ่งจากคลังหลวงของเราแจกจ่ายให้พวกเขาทุกคน ห้ามยกเว้นแม้แต่ทหารชั้นผู้น้อย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งอย่างราบเรียบแต่มั่นคง จนทำให้นายกองหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"แต่ท่านออกญา! พวกมันเพิ่งจะถือดาบหมายเอาชีวิตเรานะขอรับ! การทำเช่นนี้..."
"สงครามมันจบลงแล้ว นายกอง" ทัพหันกลับมาสบตา ประกายในดวงตาคู่คมไร้ซึ่งความเคียดแค้น ชraเยเย้ยหยัน มีเพียงความเหนื่อยล้าของคนที่ผ่านนรกมาด้วยกัน "เราเป็นทหาร หน้าที่ของเราคือการรบเพื่อให้ได้ชัยชนะ แต่วันนี้... หน้าที่ของเราคือการสร้างแผ่นดิน หากเราเริ่มต้นด้วยการสังหารหมู่เชลยที่ไม่มีทางสู้ เราก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมันที่เผาทำลายบ้านเมืองเรา"
บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงทันที นายกองผู้นั้นก้มหน้ารับคำด้วยความจำยอม ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจัดการตามคำสั่ง
ในขณะเดียวกัน ที่กระโจมพยาบาลสนามชั่วคราว แม่หญิงบัวแก้วกำลังง่วนอยู่กับการทำแผลให้แก่ทหารฝ่ายตรงข้ามที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มือเรียวบางที่เปื้อนคราบเลือดบรรจงพันผ้าพันแผลอย่างเบามือ แม้ชายคนนั้นจะเป็นอริที่เคยถือหอกหมายปลิดชีพคนของนางเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ในยามนี้ ศัตรูกับมิตรแทบไม่ต่างกันเมื่อนอนอยู่บนกองฟางเดียวกัน
"แม่หญิง... เหตุใดจึงต้องช่วยข้า ข้าเป็นคนฆ่าสหายของพวกท่านนะ" เสียงแหบแห้งเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาฝ้าฟางมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิดและประหลาดใจ
บัวแก้วหยุดมือชั่วครู่ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับทหารอังวะผู้นั้น แววตาของนางนิ่งสงบ ไร้ความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความเมตตาที่ฉายชัด "บาดแผลไม่เคยเลือกข้างว่าคนเจ็บจะเป็นมิตรหรือศัตรู หน้าที่ของหมอคือการรักษาชีวิต มิใช่การพรากมัน... เจ้าจงพักผ่อนเถอะ เมื่อหายดีแล้ว ทางเราจะปล่อยตัวให้กลับบ้านไปหาครอบครัว"
คำพูดนั้นทำให้ทหารอังวะถึงกับน้ำตาซึม เขาก้มลงกราบแทบเท้าของนางด้วยความซาบซึ้งใจ
ภายนอกกระโจม ทัพเดินเข้ามาหยุดยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นเงียบๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความอ่อนโยนท่ามกลางซากปรักหักพังนี้เอง คือสิ่งเดียวที่พอจะเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำจากสงครามของเขาได้
"เจ้าไม่ควรใจดีกับพวกมันมากนักนะ ท่านแม่ทัพ" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ทัพไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด พระเจ้าสุริวงศ์ในฉลองพระองค์ที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดินและคราบเลือด ทว่าพระอิริยาบถยังคงสง่างามสม
พระเกียรติยศ ทรงยืนกอดพระอุระทอดพระเนตรมองการทำงานของกองทัพอยุธยาด้วยแววตาที่อ่านยาก
"ความใจดีอาจไม่ใช่ความอ่อนแอเสมอไปหรอกพระองค์" ทัพตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากภาพเบื้องหน้า "บางที... มันอาจเป็นเครื่องมือเดียวที่จะหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ของการแก้แค้นได้"
พระเจ้าสุริวงศ์ทรงแย้มพระสรวลเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่เจือด้วยความขมขื่น "เจ้ายังเด็กนัก ออกญา... เจ้าคิดว่าการปล่อยเชลยกลับบ้าน จะทำให้แผ่นดินนี้สงบสุขได้จริงๆ หรือ? เจ้ามองเห็นแค่ปลายจมูกของเจ้าเอง... แต่เจ้ามองไม่เห็นเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากทางทิศเหนือ"
ทัพหันขวับมามองกษัตริย์ศัตรูทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย "พระองค์หมายความว่าอย่างไร?"
ก่อนที่พระเจ้าสุริวงศ์จะได้ตรัสตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบของทหารม้าเร็วก็ดังแหวกความเงียบเข้ามา ทหารผู้นั้นกระโดดลงจากหลังม้าอย่างทุลักทุเล ก่อนจะพุ่งเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าทัพด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา หายใจหอบถี่จนแทบจับใจความไม่ได้
"ท่านออกญา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" ทหารม้ารายนั้นละล่ำละลักรายงาน "กองกำลังปริศนา... ธงรบรูปพรานป่าสีเลือด... พวกมันไม่ได้มาจากอังวะ และไม่ใช่คนของเรา!"
ทัพหน้าถอดสีทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อนึกถึงคำเตือนของพระเจ้าสุริวงศ์
พระเจ้าสุริวงศ์ทรงหันพระพักตร์มาสบตากับทัพ พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างมีความหมาย "นั่นแหละ... คือเหตุผลที่ข้าบอกว่า เจ้ายังเดินไม่พ้นหลุมศพที่แท้จริงหรา..."
พงศาวดารมีชีวิตขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 18
รุ่งอรุณแห่งสันติภาพ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!