โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 36

บทที่ 36

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของดินชุ่มฝนในยามวิกาล คือกลิ่นอายเดียวที่ออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) คุ้นเคยดีในยามนี้ แสงคบเพลิงสีส้มสั่นไหวตามแรงลม สะท้อนเงากระบี่ปลายหักที่เขากำลังใช้ศิลาลับคมอย่างใจ The rhythmic scrape—เสียงเหล็กกระทบหินดังบาดหู ทว่ากลับช่วยสงบสติอารมณ์อันฟุ้งซ่านในอกของแม่ทัพหนุ่มได้ดีกว่าสิ่งใด แผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้สำหรับรุ่งอรุณพรุ่งนี้ แขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ของข่าวกรองที่เพิ่งได้รับ ความเงียบงันภายในกระโจมทัพหลวงถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบา ทว่ามั่นคง แม่หญิงบัวแก้วก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดเครื่องยาและม้วนสารลับประทับตราครั่งสีชาด สายตาของนางที่มองตรงมายังเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่สตรีทั่วไปหาได้ยาก "ท่านทัพ... บาดแผลที่หัวไหล่ขวาของท่านยังสมานไม่สนิท หากพรุ่งนี้ต้องนำทัพเข้าปะทะกับกองหน้าของพระเจ้าสุริวงศ์ เกรงว่ารอยแผลเก่าจะฉีกขาดอีกนะครับ" เสียงของนางราบเรียบ แต่น้ำคำมีความห่วงใยเจืออยู่จางๆ ทัพหยุดมือจากการลับกระบี่ เงยหน้าขึ้นสบตากับสตรีเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มฉายแววครุ่นคิด เขาไม่ได้ตอบคำถามเรื่องบาดแผล แต่กลับเลื่อนสายตาไปยังม้วนสารในมือของนาง "ข่าวจากทางเหนือยืนยันแล้วใช่หรือไม่ ว่าเสบียงของเราถูกตัดขาดจริง?" เสียงของทัพทุบทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน บัวแก้วพยักหน้าน้ำหนักน้อยๆ นางวางม้วนสารลงบนโต๊ะไม้แผนที่ "มิใช่แค่เสบียงขัดข้องครับท่าน... สายรายงานว่า พระเจ้าสุริวงศ์ทรงใช้กลยุทธ์ 'ล้อมเมืองปล่อยทาง' เปิดช่องให้ทหารของเราถอยร่นเข้าไปในหุบเขาแคบๆ ทางทิศตะวันตก พระองค์ทรงรู้ดีว่าเรามีเสบียงจำกัด หากติดอยู่ในหุบเขานั้น ไม่เกินเจ็ดวันกองทัพกรุงศรีอยุธยาจะอดตายโดยไม่ต้องรบ" รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของแม่ทัพหนุ่ม ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะหนังส่งเสียงกระทบกันเบาๆ เขาย่างสามขุมไปยืนมองแผนที่ยุทธศาสตร์บนโต๊ะ แสงจากเปลวเพลิงสาดส่องใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ จากสงครามครั้งก่อน ปมในใจเรื่องการสูญเสียครอบครัวผุดวาบขึ้นมาในมโนสำนึกราวกับเปลวเพลิงที่ถูกเติมเชื้อ *ข้าจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม... ข้าจะไม่ยอมให้ผู้คนใต้บังคับบัญชาต้องสังเวยความประมาทของข้าอีกเด็ดขาด* "พระเจ้าสุริวงศ์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ชาญฉลาด... ทว่าพระองค์ทรงมีความหยิ่งทะนงในชัยชนะมากเกินไป" ทัพกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก สายตาจับจ้องไปยังจุดสมมติบนแผนที่ซึ่งแทนหุบเขามรณะ "พระองค์ทรงคิดว่าข้าเป็นสุนัขจนตรอกที่วิ่งไล่ตามกลิ่นเนื้อ ลืมมองไปว่าสุนัขตัวนั้นอาจมีเขี้ยวพิษที่พร้อมจะกัดกระชากคอหอยผู้ล่าได้ทุกเมื่อ" "ท่านจะสวนกลับด้วยวิธีใด?" บัวแก้วถามด้วยความระแวงระวัง นางรู้ดีว่าแผนการของทัพมักเดิมพันด้วยชีวิตและความตายเสมอ "เราจะทำตามที่พระองค์ทรงปรารถนา... ให้ทหารกองหน้าถอยร่นเข้าสู่หุบเขาตามแผนของศัตรู สร้างภาพลวงตาว่ากองทัพเรากำลังแตกพ่ายและไร้ระเบียบ" ทัพหันกลับมามองนาง แววตาคมปลาบประกายความเฉียบคม "แต่ในขณะเดียวกัน ข้ากับกำลังพลหน่วยรบพิเศษ จะอ้อมผ่านเส้นทางลับหน้าผาสูงชันที่ไม่มีใครคิดว่ามนุษย์จะปีนป่ายขึ้นไปได้ เพื่อเข้าประชิดค่ายหลวงของพระเจ้าสุริวงศ์ในยามวิกาล" บัวแก้วสูดหายใจเข้าลึก ภัยอันตรายของแผนการนี้ชัดเจนเสียยิ่งกว่ากลางวัน "เส้นทางหน้าผานั้นชันและอันตรายมากนะครับท่าน แม้แต่พรานป่าชำนาญทางยังไม่กล้าเหยียบย่างในฤดูฝนเช่นนี้ หากพลาดพลั้งแม้แต่ก้าวเดียว..." "ไม่มีคำว่าพลาดสำหรับข้า บัวแก้ว" ทัพตัดบท น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวจนไม่อาจโต้แย้งได้ "สงครามครั้งนี้มิใช่แค่การกู้บัลลังก์อยุธยา แต่มันคือการสะสางบัญชีเลือดที่ค้างคามานานระหว่างพระองค์กับข้า" บรรยากาศภายในกระโจมตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองยืนสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางเสียงลมพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำด้านนอก ราวกับฟ้าดินกำลังเป็นพยานให้กับเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของชายหนุ่ม ทว่า... ในวินาทีที่ทัพกำลังจะเอמהต์คำสั่งสุดท้ายเพื่อเตรียมเคลื่อนพล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของทหารยามหน้ากระโจมก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจและน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตกใจ "ท่านออกญา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ทัพขมวดคิ้วมุ่น ส่งสัญญาณให้บัวแก้วเงียบเสียง ทหารยามนายนั้นพุ่งพรวดเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า ใบหน้าเผือดซีดไร้สีเลือด หยดน้ำฝนผสมกับเหงื่อไหลโทรมกาย "มีสสารด่วนจากแนวหน้า... กองกำลังสนับสนุนจากหัวเมืองเหนือที่เราคาดว่าจะมาสมทบในคืนนี้..." ทหารยามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของแม่ทัพหนุ่มเย็นเฉียบ "...ถูกกองทัพปริศนาเข้าโจมตีจนย่อยยับ และธงนำทัพที่ปักอยู่... เป็นธงตราประจำพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าสุริวงศ์ที่ทรงส่งไปอยู่อีกด้านหนึ่งตั้งนานแล้ว แต่นี่... นี่คือธงของ 'คนสนิท' ที่แปรพักตร์ไปสวามิภักดิ์ต่อฝ่ายเราเมื่อเดือนก่อน!" ทัพชะงักงัน ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—อาการตกใจเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่หาได้ยากยิ่งจากแม่ทัพผู้เยือกเย็น บัวแก้วหน้าถอดสี นางอุทานออกมาเบื้องหน้า "เป็นไปไม่ได้... ถ้ากองหนุนถูกทำลาย แล้วใครกันล่ะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเราในหุบเขานั้น?" ทัพนิ่งเงียบ สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ความหนาวเหน็บแล่นริ้วจากสันหลังขึ้นสู่สมอง ทันใดนั้น เขาก็็ตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว—*พวกเขามิได้เป็นฝ่ายล่อลวงศัตรู... แต่พวกเขากำลังเดินเข้าไปในกรงที่ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบแล้วต่างหาก!* ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้มา ณ ที่นี้นะครับ พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%