กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันไฟจากตอหม้อไม้สักที่ถูกเผาไหม้ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศยามวิกาล ความเงียบงันหลังเสียงกลองศึกสงบลงไม่ได้ทำให้จิตใจของผู้ใดสงบตามเลยแม้แต่น้อย ภายในพลับพลาชั่วคราวริมฝั่งแม่น้ำน้อย แสงจากเปลวเพลิงในโคมกระดาษน้ำมันไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องผ้าใบ ก่อให้เกิดเงาทอดตัวยาวน่าหวาดหวั่นบนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่กางอยู่เบื้องหน้า
"หากเรายังดึงดันจะเคลื่อนทัพข้ามฟาก ณ จุดนี้ตามแผนเดิม เกรงว่าม้าเร็วของฝ่ายพระเจ้าสุริวงศ์คงเหยียบซากศพทหารของเราจมโคลนเสียก่อนที่ตะวันจะทันทอแสง"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดได้ ออกญาเสนาภิมุข (ทัพ) ปลดหมวกเหล็กโชกเหงื่อออกวางกระแทกบนโต๊ะไม้ เสียงโลหะกระทบเนื้อไม้ดังทึบ สะท้อนความเหนื่อยล้าในมัดกล้ามเนื้อและแววตาคมกริบที่ฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด
แม่หญิงบัวแก้ว ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมหีบยาและผ้าพันแผลชุ่มสมุนไพร ชำเลืองมองชายหนุ่มผู้เป็นศูนย์กลางของกองทัพด้วยหางตา นางเห็นรอยแผลเป็นเก่าที่พาดผ่านลำคอของเขาชัดเจนขึ้นยามที่กล้ามเนื้อเกร็งตัว ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองดำเนินไปชั่วอึดใจ ก่อนที่นางจะวางขวดโหลแก้วลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่เบาที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสมาธิของแม่ทัพหนุ่ม
"ท่านออกญาไม่ได้กำลังกังวลเรื่องกระแสน้ำเชี่ยวหรอกกระมังเพคะ..." บัวแก้วเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม "แต่ท่านกำลังหวาดหวั่น... ว่าข่าวกรองจากทางหัวเมืองเหนือที่เพิ่งเข้ามาเมื่อหัวค่ำ จะเป็นจริง"
ทัพไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ดวงตาคมกราบกวาดมองไปที่คราบเลือดแห้งกรังบนเสื้อเกราะของตนเอง ภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งสูญเสียครอบครัวจากเพลิงสงครามเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นในห้วงความคิดราวกับฉายซ้ำ แม้กาลเวลาจะล่วงเลย แต่รอยแผลในใจไม่เคยจางหาย กลับยิ่งคมชัดขึ้นทุกครั้งที่เขาต้องตัดสินใจท่ามกลางความเป็นความตายของไพร่พลนับหมื่น
"สงครามไม่ได้สอนให้เราไร้หัวใจหรอกนะแม่หญิงบัวแก้ว..." ทัพแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขมขื่น "แต่มันสอนให้รู้ว่า... ยิ่งเรารักสิ่งใดมากเท่าไหร่ ความตายก็ยิ่งคอยท่าอยู่ใกล้ตัวเรามากเท่านั้น ข่าวว่าพระเจ้าสุริวงศ์ทรงนำทัพหลวงด้วยพระองค์เอง ข้ามแม่น้ำป่าสักมาประชิดแนวหลังของเราแล้ว มิใช่หรือ?"
บรรยากาศภายในพลับพลาเย็นเยียบลงทันที เมื่อชื่อของกษัตริย์ผู้เรืองอำนาจแห่งฝ่ายศัตรูถูกเอ่ยขึ้น พระเจ้าสุริวงศ์มิได้เป็นเพียงแค่จอมทัพผู้เชี่ยวชาญการศึก หากแต่ทรงเป็นผู้มีจิตวิทยาล้ำลึก ทรงทราบดีว่าจะบั่นทอนขวัญกำลังใจของอยุธยาได้อย่างไร โดยไม่ต้องใช้กองกำลังทหารนับแสนเข้าประจันบาน
ในขณะเดียวกัน ณ ค่ายหลวงฝ่ายศัตรูที่ตั้งมั่นอยู่บนเนินสูง ห่างออกไปเพียงลี้เศษ แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างไสวทั่วอาณาบริเวณ เงาร่างของบุรุษผู้ทรงอำนาจกำลังยืนทอดพระเนตรสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากเบื้องล่าง พระเจ้าสุริวงศ์ทรงประทับยืนนิ่งบนแท่นบัญชาการ ฉลองพระองค์ด้วยชุดเกราะทองคำอร่าม ทว่าดวงพักตร์กลับเรียเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยประกายแห่งความทะเยอทะยาน
"ฝ่าบาท พระioe..." แม่ทัพคนสนิทก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ "สายรายงานว่าทางออกญาเสนาภิมุขกำลังเผชิญปัญหาเสบียงกรังร่อยหรอ และม้าเร็วของเราสามารถสกัดเส้นทางลำเลียงทางเหนือไว้ได้ทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ จะให้เคลื่อนพลเข้าตีโอบในคืนนี้เลยหรือไม่?"
พระเจ้าสุริวงศ์ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม ชั่วขณะหนึ่ง พระองค์ทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ ที่มุมพระโอษฐ์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความชื่นชมในเวลาเดียวกัน พระองค์ทรงเคยปะทะฝีมือกับทัพมาแล้วหลายครา และทรงรู้ดีว่าแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ
"ใจเย็นก่อนท่านแม่ทัพ..." สุรเสียงกังวานและทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น "คนอย่างออกญาเสนาภิมุข... ยิ่งจนตรอก ยิ่งอันตรายราวกับเสือบาดเจ็บ การที่เราบีบให้มันจนมุม อาจหมายถึงการเปิดทางให้มันใช้แผนการรบที่คาดไม่ถึง การตีโอบทางตรงไม่ใช่หนทางชนะ จงปล่อยให้ความหิวกระหายและความกดดันกัดกินพวกมันทีละน้อย... และอีกอย่าง..."
พระองค์ทรงหยุดเว้นจังหวะ ทอดพระเนตรไปยังทิศทางของค่ายอยุธยาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง
"...เรายังมีหมากตัวสำคัญที่ยังไม่ได้เดิน"
ตัดกลับมาที่พลับพลาของกองทัพอยุธยา ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดเมื่อทหารม้าลาดตระเวนผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในกระโจม สภาพเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลนและมีรอยแผลเหวอะหวะที่ต้นแขน เขาคุกเข่าลงจนแทบกราบพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัว
"ท่านออกญา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" เสียงนั้นขาดห้วงด้วยความกระเสือกกระสน
ทัพลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มที่ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงถนัดตา "ตั้งสติแล้วรายงานมา เกิดอะไรขึ้นที่แนวหน้าทิศตะวันตก?"
"ไม่ใช่แนวหน้าขอรับ..." ทหารม้าผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "คลังเสบียงหลัก... คลังเสบียงหลักที่เมืองพรหมบุรีถูกเพลิงไหม้จนวายวอดแล้วขอรับ! และ... และธงประจำกองรบของหลวง... ถูกเสียบประจานไว้ที่หน้าค่าย พร้อมกับตราประทับราชสำนักฝ่ายเหนือ!"
สิ้นคำรายงานนั้น แม่หญิงบัวแก้วถึงกับผงะ ถอยหลังไปชนโต๊ะวางเครื่องยาจนขวดโหลแตกกระจาย เสียงเศษแก้วกระทบพื้นดังเพล้ง ทว่าไม่มีใครสนใจเสียงนั้น ดวงตาของทัพเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วไปตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะตกใจกับข่าวเสบียงถูกทำลาย... แต่เป็นเพราะข้อความที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตราประทับนั้น
ตราประทับที่ควรจะอยู่กับมือของพระองค์... หรือบุคคลสำคัญในราชสำนักที่ทรงอำนาจสูงสุดเท่านั้น
ทัพกวาดสายตาคมกริบมองไปยังแผนที่บนโต๊ะ สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ มีหนอนพาสปอร์ต... มีคนทรยศภายใน และไม่ใช่แค่ระดับนายกองธรรมดา แต่เป็นผู้ที่รู้จุดยุทธศาสตร์ลับและรหัสผ่านในการเบิกจ่ายเสบียงทั้งหมด!
ก่อนที่ทัพจะได้เอ่ยคำสั่งใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกค่าย เสียงเอะอะโกลาหลของทหารยามดังขึ้นตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งเตือนภัยที่ขาดห้วง
"ศัตรู! มีคนบุกรุก... อั่ก!" เสียงร้องโหยหวนเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทัพชักดาบออกจากฝักด้วยความเร็วปานสายฟ้า ประกายคมดาบสะท้อนแสงไฟวับวาว เขาหันไปส่งสัญญาณให้บัวแก้วหลบไปที่มุมมืดของกระโจม ขณะที่สายตาสจ้องเขม็งไปยังผืนผ้าใบทางเข้าที่กำลังถูกกระชากเปิดออกด้วยมือปริศนา
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาท่ามกลางควันไฟ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ มือข้างหนึ่งถือคันธนูเหล็ก อีกข้างลากร่างของนายทหารยามผู้โชคร้ายเข้ามาโยนไว้แทบเท้าของทัพ
ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเยдяเย้ยที่มุมปากภายใต้แสงเพลิง... และใบหน้าที่ทำให้ทัพต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด
"ไม่นึกเลยว่า... ท่านพี่จะต้อนรับน้องยาด้วยดาบเล่มเดิมที่เคยสังหารบิดาของเราเองนะขอรับ... ท่านออกญา"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอันดุเดือดนี้มาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา•ตอนที่ 29
บทที่ 29
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โลหิตคราบแผ่นดิน: มหาสงครามกู้บัลลังก์อยุธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!