อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา•ตอนที่ 7

เงาที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
“อัตราการเบี่ยงเบนของคลื่นควอนตัมแตะระดับแปดสิบแปดเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ดร.เอลาร่า ถ้าเรายังฝืนประมวลผลผ่านโหนดนี้ต่อ โครงข่ายประสาทเทียมของคุณอาจจะเกิดภาวะ Overload จนจิตสำกระเจิงออกจากร่างได้นะครับ” เสียงของผม—ริน—ดังลอดผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนม่านตา นิ้วมือของผมรัวลงบนคีย์เสมือนจริงด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณเส้นทางหลบหนีใน Time Loop รอบที่สิบสอง ทว่าเบื้องหลังความเร่งรีบนั้นคือความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต ภาพเหตุการณ์วันที่สูญเสียครอบครัวไปในความผิดพลาดของอัลกอริทึมยังคงตามหลอกหลอน แต่ในเวลานี้ ความเป็นความตายของปัจจุบันตรงหน้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ดร.เอลาร่าไม่ตอบคำถามทันที ดวงตาสดใสภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบจับจ้องไปยังกราฟิกการพังทลายของระบบด้วยความสงบนิ่งเกินมนุษย์ ปอยผมสีเงินยวงของเธอไหวตามแรงลมระบายอากาศที่พัดมาจากท่อระบายใต้ดิน เธอยกมือเรียวขึ้นปัดหน้าจอหลักให้หมุนองศา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “ไม่มีเวลาให้คำนวณความเสี่ยงอีกแล้วริน หน่วยรักษาความปลอดภัย AI รุ่นล่าสุด... พวกมันไม่ได้ถูกโปรแกรมให้เจรจาตั้งแต่แรก” *ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!* เสียงฝีเท้าโลหะหนักหน่วงนับร้อยคู่กระแทกกับพื้นผิวคอนกรีตเสริมเหล็กจากอุโมงค์เบื้องบนดังสะท้อนก้องกังวาน มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของ ‘Sentinel-V’ เครื่องจักรสังหารเคลื่อนที่เร็วที่ถูกออกแบบมาเพื่อกวาดล้างสิ่งแปลกปลอมในระบบกาลเวลาโดยเฉพาะ รังสีอินฟราเรดสีแดงฉานกราดส่องผ่านรอยแยกของกำแพงคอนกรีตเข้ามาอย่างดุดัน บ่งบอกว่าพวกมันอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามร้อยเมตร ผมกัดฟันกรอด สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อประมวลความเป็นไปได้ทั้งหมด ความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตหากเราวิ่งตรงไปข้างหน้ามีค่าแค่ศูนย์จุดศูนย์สองเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการดักรอของโดรนลาดตระเวน แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขตอุตสาหกรรมเก่าที่มีสนามแม่เหล็กปั่นป่วน... อัตราความสำเร็จจะพุ่งสูงขึ้นเป็นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นคือความหวังเดียวที่เรามี “จับมือผมไว้ครับ ดร.เอลาร่า” ผมยื่นมือออกไปหาเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปิดใช้งานอุปกรณ์กำบังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พกติดตัว เอลาร่าชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะวางมือเรียวลงบนฝ่ามือของผม ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัวได้อย่างประหลาด “ระวังตัวด้วย ริน ฉันไม่อยากวนกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในลูปหน้าอีกแล้ว” “ผมสัญญาครับ” สิ้นคำพูด ร่างทั้งสองก็พุ่งทะยานเข้าสู่ความมืดของอุโมงค์ระบายน้ำทิ้งทันที เสียงคำรามของเครื่องจักรไล่หลังมาติดๆ ประกายไฟจากการยิงลำแสงเลเซอร์เฉียดผ่านหัวไหล่ผมไปไม่ถึงคืบ กลิ่นโอโซนและเหล็กไหม้คละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากการทำงานของเกราะพลังงานที่ AI ใช้กวาดล้างพื้นที่ เราวิ่งลัดเลาะไปตามท่อระบายน้ำขนาดยักษ์ที่มีน้ำหล่อเย็นไหลเชี่ยวกราก เสียงก้องกังวานของพวกมันดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับฝูงหมาป่าเหล็กกล้าที่กำลังไล่ล่าเหยื่อในกรงขัง ผมกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดรอบคอบ โครงสร้างตึกร้างเบื้องบนมีรอยร้าวจากการทรุดตัว หากเรายิงระเบิดคลื่นเสียงไปที่เสาหลักรับน้ำหนักตรงนั้น... “เอลาร่าครับ เล็งไปที่เสาต้นที่สามทางขวา ยิงกระสุนโซนิคออกไปพร้อมกับผม นับสามนะครับ... หนึ่ง... สอง... สาม!” *ตูมมม!* แรงระเบิดจากการประสานพลังทำให้เสาคอนกรีตขนาดมหึมาหักโคั่นลงมาขวางทางอุโมงค์เอาไว้ทันที ฝุ่นควันตลบอบอวลบังทัศนียภาพจนมืดมิด เสียงโลหะบิดเบี้ยวและเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของระบบ AI ดังระงมอยู่เบื้องหลัง พวกมันถูกขวางกั้นไว้ชั่วคราว แต่นั่นก็ซื้อเวลาให้เราได้ไม่ถึงสองนาที พวกเราหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พิงแผ่นหลังเข้ากับกำแพงอิฐเก่าๆ ในซอกมุมอับสายตาของเขตโกดังร้าง เอลาร่าทรุดตัวลงนั่งชันเข่าเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสมีเหงื่อซึมบางเบา แต่แววตาของเธอยังคงมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม เธอหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบรหัสผ่านของระบบหลักที่กำลังพยายามเจาะเข้าถึง “เก่งมากริน การตัดสินใจเมื่อครู่แม่นยำมาก ความน่าจะเป็นที่เราจะรอดพ้นจากเขตสกัดกั้นนี้เพิ่มขึ้นเป็นสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว” เธอเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง “เรายังวางใจไม่ได้หรอกครับ...” ผมพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าจอเรดาร์พกพาที่จู่ๆ ก็เกิดอาการรวนอย่างหนัก จุดสีแดงนับร้อยที่เคยอยู่ด้านหลังกลับหายวับไปกับตา แต่มันไม่ได้หมายความว่าพวกมันถอยทัพ ตรงกันข้าม… หน้าจอเรดาร์กลับแสดงจุดสีแดงขนาดมหาสมหึมาปรากฏขึ้นล้อมรอบตัวเราแบบ 360 องศา และไม่ใช่แค่ยูนิตภาคพื้นดิน แต่เป็น ‘รหัสลับระดับบริหาร’ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล เสียงสังเคราะห์ไร้อารมณ์ดังขึ้นจากลำโพงสาธารณะทุกตัวในละแวกนั้น มันก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับเสียงประกาศิตจากพระเจ้าแห่งโลกดิจิทัล *[ตรวจพบการละเมิดโพรโทคอลกาลเวลาขั้นรุนแรง... กำลังเรียกใช้งาน ‘ผู้พิทักษ์แห่งจุดศูนย์กลาง’... โครงสร้างความเป็นจริงในโซนที่ 7 กำลังจะถูกรีเซ็ตในอีกสามสิบวินาที]* ดร.เอลาร่าเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที “แย่แล้ว... มันไม่ใช่ AI ธรรมดา แต่มันคือโปรแกรมต้นแบบตัวแรกที่ฉันเป็นคนเขียนขึ้นเองเมื่อสิบปีก่อน...” ก่อนที่เธอจะทันได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของเราก็เริ่มปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีทองสว่างวาบพุ่งทะลุขึ้นมาจากเบื้องล่าง พร้อมกับร่างของเงาดำมหึมาที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากหลุมมิติที่บิดเบี้ยว ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่สวมเกราะสีดำสนิทที่แผ่รังสีความมืดออกมารอบตัว และที่กลางหน้าอกของมัน มีดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังพวกเราด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ *[พบเป้าหมาย: สถาปนิกผู้ทรยศ และผู้ช่วยนอกคอก... เริ่มกระบวนการลบข้อมูลถาวร]* ผมกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ขณะที่เสียงเตือนภัยระดับสูงสุดดังระรัวในหัว *ติ๊ด! [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจระดับ SSS ‘เผชิญหน้ากับต้นกำเนิดแห่งความมืด’ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ กรุณาเลือกเส้นทางรอดชีวิตภายใน 10 วินาที]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเอาใจช่วยรinกับดร.เอลาร่าในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%