อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา•ตอนที่ 8

จุดเริ่มต้นของจุดจบ

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงเตือนของระบบฮอโลแกรมในห้วงความคิดยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เสียงนั้นไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ที่ไร้ชีวิตชีวา แต่มันคือเสียงสะท้อนจากความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้ *ติ๊ด! [แจ้งเตือนระบบ: รีเซ็ตเส้นเวลาสำเร็จ 0.00%... เริ่มต้นลูปที่สอง]* รินกะพริบตาช้าๆ ภาพของเพดานสีขาวโพลนในห้องปฏิบัติการใต้ดินของโปรเจกต์ 'Zero Point' ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง กลิ่นอายของโอโซนผสมผสานกับกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรระบายความร้อนยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก ทว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่สภาพแวดล้อมรอบตัว หากแต่เป็นแววตาของเด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหลังแผงควบคุมหลัก มันไม่ใช่แววตาที่ตื่นตระหนก สับสน หรือไร้เดียงสาอีกต่อไป รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ สมองส่วนหน้าของเขาถูกกระตุ้นด้วยอัลกอริทึมการคำนวณความน่าจะเป็นที่ทำงานเต็มกำลังอย่างไร้ขีดจำกัด ทุกรายละเอียดในเหตุการณ์ที่เพิ่งถูกลบเลือนไปจากโลกภายนอก กลับถูกบันทึกไว้อย่างแม่นยำรากับถูกสลักลงบนแผ่นศิลาในความทรงจำของเขา ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบแห่งความมืดเสียบทะลุอกขวาเมื่อสิบวินาทีก่อน... แรงสั่นสะเทือนของพื้นดินที่ถล่มลงมาทับร่างของดร.เอลาร่า... และรอยยิ้มสุดท้ายของอาจารย์สาวก่อนที่ทุกอย่างจะดับวับไป ทุกอย่างยังคงสด and ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้น "ริน เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ" เสียงทุ้มนุ่มแต่นิ่งสงบดังขึ้นจากมุมห้อง ดร.เอลาร่าเงยหน้าขึ้นจากจอภาพโฮโลแกรมสีฟ้าคราม ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองมาที่เขาด้วยความฉงนเล็กน้อย มือเรียวยังคงวางอยู่เหนือแป้นพิมพ์ควอนตัมเพื่อตรวจสอบความเสถียรของเกราะป้องกันกาลเวลา นี่คือคำพูดเดิม ประโยคเดิม และอิริยาบถเดียวกันกับในลูปแรกทุกประการ แต่สำหรับรินแล้ว โลกใบนี้ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ พยายามซ่อนประกายความเย็นชาที่เพิ่งวาบผ่านนัยน์ตาออกไป เขาปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าภายในใจจะกำลังคำนวณตัวแปรนับพันที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม "ผมไม่เป็นไรครับ อาจารย์... แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย" รินตอบด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ดร.เอลาร่าหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณของนักฟิสิกส์ทฤษฎีผู้ผ่านโลกมามากบอกเธอว่ามีบางอย่างผิดปกติ เด็กหนุ่มตรงหน้าดู... โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มันคือสายตาของคนที่เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง "งั้นหรือ..." เอลาร่าพึมพำเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปมองหน้าจอหลัก "ระบบกาลเวลายังคงมีความผันผวนเล็กน้อยในย่านความถี่ 4.2 เฮิรตซ์ ฉันเกรงว่าถ้าเราไม่รีบปรับเทียบความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กควอนตัม จุดเชื่อมต่อในอีกสามนาทีข้างหน้าอาจจะพาเราไปโผล่ในมิติที่บิดเบี้ยวได้" ในลูปแรก รินจะพยักหน้ารับอย่างไร้เดียงสา แล้วรีบวิ่งไปปรับแต่งค่าความถี่ตามที่อาจารย์บอก ซึ่งนั่นคือความผิดพลาดครั้งแรกที่นำพาพวกเขาไปสู่กับดักของ 'ต้นกำเนิดแห่งความมืด' แต่ตอนนี้... รินรู้คำตอบทั้งหมดแล้ว เด็กหนุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เขามองสำรวจแผงควบคุมระบบด้วยสายตาที่วิเคราะห์ลึกซึ้งถึงโครงสร้างพื้นฐานของโปรเจกต์ 'Zero Point' ความจริงข้อหนึ่งกระจ่างชัดขึ้นในใจของเขา — การจะรอดชีวิตในลูปนี้ ไม่ใช่การทำตามขั้นตอนเดิมให้สมบูรณ์แบบขึ้น แต่คือการทำลายกฎเกณฑ์เดิมทิ้งเสีย "อาจารย์ครับ..." รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง จนทำให้มือที่กำลังพิมพ์แป้นพิมพ์ของดร.เอลาร่าต้องชะงักลง "ว่ายังไง?" เอลาร่าหันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ "เราจะไม่ปรับความถี่ไปที่ 4.2 เฮิรตซ์ครับ" รินก้าวเข้าไปใกล้แผงควบคุมหลัก นิ้วเรียวพิมพ์คำสั่งบางชุดลงไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นภาพติดตา "เพราะถ้าเราทำแบบนั้น ตัวตรวจจับความหนาแน่นของพลังงานมืดที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องทดลองจะทำงาน และมันจะส่งสัญญาณเตือนให้ ‘สิ่งนั้น’ รู้ว่าเรากำลังพยายามแก้ไขเวลา" ดร.เอลาร่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด "เธอรู้เรื่องตัวตรวจจับใต้พื้นห้องได้ยังไง? ข้อมูลนั้นถูกเข้ารหัสระดับสูงสุดในระบบฐานข้อมูลหลัก แม้แต่ฉันเองก็เพิ่งถอดรหัสได้ไม่ถึงครึ่ง..." เอลาร่าถามเสียงเข้ม ร่างเพรียวขยับเข้าไปประชิดตัวเด็กหนุ่มเพื่อมองหน้าจอที่กำลังรันโค้ดชุดใหม่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในสารบบ รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายังคงจดจ่ออยู่กับการป้อนคำสั่งเพื่อตัดวงจรการสื่อสารกับภายนอก ป้องกันไม่ให้สัญญาณความผันผวนรั่วไหลออกไปสู่เครือข่ายหลักของสถาบัน "ผมรู้เพราะผมเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งครับ อาจารย์" รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความจริงที่หนักอึ้ง ความเงียบสงบปกคลุมห้องปฏิบัติการชั่วขณะ เสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดังหึ่งๆ เป็นฉากหลัง ดร.เอลาร่ามองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งนาน ราวกับกำลังพยายามค้นหาคำโกหกในดวงตาคู่นั้น แต่สิ่งที่เธอพบมีเพียงความมุ่งมั่นและความเยือกเย็นที่เกินกว่าเด็กอายุสิบเจ็ดปีจะมีได้ ก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ แสงสีฟ้าครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที! *ติ๊ด! [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก... โปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงสุดถูกกระตุ้น]* หน้าจอกลางห้องฉายภาพจำลองของทางเดินด้านนอก ประตูนิรภัยหนาเตอะกำลังสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากด้านนอก ราวกับมีบางสิ่งขนาดใหญ่กำลังพยายามพังมันเข้ามาด้วยกำลังดุร้าย "มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ..." รินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้ายังคงนิ่งสงบผิดคาด มือซ้ายคว้าประแจโลหะที่วางอยู่ข้างแผงควบคุมขึ้นมาถือไว้กระชับมั่น ส่วนมือขวายังคงกดปุ่มยืนยันการตั้งค่าระบบลูปเวลา ดร.เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว สมองของนักฟิสิกส์อัจฉริยะประเมินสถานการณ์ตามสัญชาตญาณ เธอหยิบปืนพลังงานพลาสม่าออกจากช่องเก็บของใต้โต๊ะแล้วปลดล็อกเซฟตี้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยถามอะไรให้มากความ เคมีและความเข้าใจระหว่างทั้งสองคนถูกยกระดับขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไร้รอยต่อ *โครม!* ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาห นิ้วบิดเบี้ยวและหลุดออกจากรางด้วยแรงกระแทกอันรุนแรง ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างเงาดำทมิฬรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีอวัยวะบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติหลายสิบตัวก้าวเดินออกมาจากความมืดมิด ดวงตาสสีแดงฉานนับคู่จับจ้องตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนในห้องปฏิบัติการ รินหันไปมองดร.เอลาร่าที่ยืนอยู่เคียงข้าง เขาเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวและรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของอาจารย์สาว ราวกับจะบอกว่าไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมืดมนเพียงใด เธอก็พร้อมจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาจนถึงที่สุด เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก นิ้วชี้กดลงบนปุ่มเอ็นเตอร์ของแผงควบคุมหลักเพื่อเริ่มกระบวนการคำนวณความน่าจะเป็นขั้นสุดท้าย พร้อมกับเอ่ยขึ้นเบาะเบาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "เอาล่ะครับอาจารย์... มาดูกกันว่าอัลกอริทึมที่สองนี้ จะพاพวกเราไปถึงเส้นชัยได้หรือยัง" *ตูม!* ร่างเงาดำตัวแรกพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วเหนือเสียง ทว่า ก่อนที่กรงเล็บแหลมคมจะทันได้สัมผัสผิวเนื้อ รินก็ดีดตัวหลบไปทางด้านข้างอย่างงดงาม พร้อมกับที่ปืนพลาสม่าในมือของดร.เอลาร่าคำรามลั่นสาดกระสุนพลังงานเข้าใส่กลางอกของศัตรูจนเกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหว! การต่อสู้เพื่อแย่งชิงเวลาระหว่างความตายกับความจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ... แต่ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่การต่อสู้กำลังดุเดือดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ไม่มีอยู่ในระบบตั้งแต่แรก ก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของรินอย่างกะทันหัน *ติ๊ด! [คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบ ‘ผู้สังเกตการณ์คนที่สาม’ กำลังแทรกแซงความทรงจำของคุณจากจุดบอดของกาลเวลา... ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริง, ริน]* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%