เสียงเตือนของนาฬิกาควอนตัมบนข้อมือซ้ายดังขึ้นเป็นจังหวะสามสั้นหนึ่งยาว—สัญญาณเตือนภัยระดับสองที่บ่งบอกว่าความหนาแน่นของอนุภาคทาคิออนในรัศมีสามสิบเมตรกำลังพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัดความปลอดภัย รินไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมองหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่กะพริบเตือน เขากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผงคีย์บอร์ดแสงสีส้มอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อสกัดกั้นโค้ดแปลกปลอมที่กำลังพยายามแทรกซึมเข้ามาในระบบฐานข้อมูลหลักของห้องทดลองใต้ดิน
ความเงียบงันภายในห้องวิจัยรกร้างแห่งนี้ถูกเติมเต็มด้วยเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องกำเนิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโอโซนและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในลำแสงสีขาวนวลซึ่งส่องลอดผ่านรอยแตกของโดมกระจกด้านบน รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ
นี่คือลูปเวลาที่สิบเจ็ด... ตัวเลขที่เขาท่องจำฝังใจมาตลอดนับตั้งแต่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในเหตุการณ์ความผิดพลาดของโปรเจกต์ 'Zero Point' เมื่อสามปีก่อนตามเวลาอัตราเร่ง ทุกการกระทำ ทุกการคำนวณ และทุกย่างก้าวในตอนนี้ ล้วนถูกร้อยเรียงขึ้นด้วยความน่าจะเป็นที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิม
"ความหนาแน่นของอนุภาคตรงจุดศูนย์กลางกำลังผันผวน 0.4 เปอร์เซ็นต์... เร็วกว่าการคำนวณในลูปก่อนหน้าสี่วินาที"
รินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนภาพหน้าต่างโค้ดที่ไหลผ่านรวดเร็วดั่งสายน้ำ ดวงตาคู่นี้ผ่านการมองดูโลกพังทลายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันน่าประหลาด
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะกดปุ่มยืนยันการเข้ารหัสชุดสุดท้ายเพื่อปิดกั้นรอยแยกของมิติ เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทดลอง—จุดอับสายตาที่ระบบตรวจจับความร้อนไม่สามารถสแกนถึงได้
"การคำนวณของเธอแม่นยำไร้ที่ติ ริน... แต่เธอลืมตัวแปรสำคัญไปตัวหนึ่ง"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบ รินชะงักมือที่กำลังจะแตะคีย์บอร์ด หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เป็นเพราะน้ำเสียงนี้... น้ำเสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานแสนนานในลูปปัจจุบัน
รินค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดสลัว จนกระทั่งหยุดนิ่งอยู่ตรงร่างเพรียวบางที่ยืนพิงเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เรือนผมสีเงินยวดยวงยาวสลวยคลอเคลียกับปกเสื้อโค้ตสีดำสนิท ดวงตาสีอัมพันคู่สวยคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เขา ราวกับกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงความทรงจำนับร้อยลูปที่เขาแบกรับไว้
ดร.เอลาร่า... ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ 'Zero Point' และหญิงสาวปริศนาผู้กุมกุญแจสำคัญแห่งกาลเวลา
รินหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สมองของเขาเริ่มคำนวณความน่าจะเป็นของการปรากฏตัวครั้งนี้ในทันที "คุณควรจะอยู่ที่ศูนย์บัญชาการหลักในเขตเซาท์เวสต์ ไม่ใช่ที่นี่... และยิ่งไม่ใช่ในเวลาที่ระบบกำลังจะรีเซ็ตแบบนี้"
เอลาร่ายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกลับและยากจะคาดเดา เธอเดินก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟสลัวช้าๆ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทดลอง "ศูนย์บัญชาการแห่งนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับการเฝ้ามองอัจฉริยะรุ่นเยาว์ กำลังพยายามดิ้นรนฝืนกฎของจักรวาลด้วยสมการคณิตศาสตร์หรอกนะ ริน"
"นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ ดร.เอลาร่า" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเคร่งขรึมอย่างปิดไม่มิด "ถ้าอัลกอริทึมนี้พังทลายลงอีกครั้ง เราทั้งคู่จะติดอยู่ในห้วงเวลาที่เป็นอนันต์ และความทรงจำทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว"
"ฉันรู้ดีกว่าใครทั้งหมด..." เอลาร่าหยุดเดิน เธอทิ้งระยะห่างจากรินเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิป่าลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอายโลหะและโอโซน เธอยื่นมือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทออกมาข้างหน้า บนฝ่ามือของเธอนั้นมีชิปหน่วยความจำสีดำสนิทชิ้นเล็กๆ วางอยู่ มันคือ 'Quantum Core' รุ่นต้นแบบที่สูญหายไปตั้งแต่คืนวันเกิดเหตุ
รินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกใจฉายชัดผ่านแว่นตาใสชั่วขณะ "คุณ... ไปเอาชิ้นส่วนนั้นมาจากไหน? ในฐานข้อมูลระบุว่ามันถูกทำลายไปพร้อมกับห้องนิรภัยในลูปที่สามแล้วนี่"
"บางครั้ง... ความทรงจำของระบบอาจจะหลงลืมสิ่งสำคัญบางอย่างไปบ้าง ริน" เอลาร่าเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีอัมพันจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา "เช่นเดียวกับที่เธอลืมไปว่า... การกู้คืนเวลาที่แท้จริง ไม่ได้ใช้แค่สมการความน่าจะเป็น แต่มันต้องใช้ 'หัวใจ' ที่ยอมรับความสูญเสียด้วย"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ความตึงเครียดจากเสียงเตือนภัยของระบบลดระดับลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันในความเงียบ รินจ้องมองชิ้นส่วนในมือของหญิงสาว ความคิดนับร้อยแล่นวนอยู่ในหัว สมองของเขาพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แปลกประหลาด—ความอบอุ่นที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับปีตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป
"คุณหมายความว่าอย่างไรกันแน่..." รินเอ่ยถามเสียงเบา ความเยือกเย็นรอบคอบเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนด้วยความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก
เอลาร่าไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เธอกลับสอดชิป Quantum Core ลงบนพอร์ตเชื่อมต่อที่ว่างอยู่บนแผงควบคุมของรินด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่รุนแรงกว่าเดิม
[Warning: Detected unauthorized core integration.]
[System Override in progress... 10%... 50%...]
[SSS-Rank Mission Unlocked: 'Echoes of the Forgotten Coordinate']
รินสะดุ้งสุดตัวเมื่อตัวอักษรสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับพิกัดปริศนาที่ถูกปลดล็อกขึ้นมาใหม่—พิกัดที่ไม่เคยมีอยู่จริงในฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ใดๆ ของโลกใบนี้
ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เอลาร่าก็โน้มตัวเข้ามาใกล้กระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิทชวนให้ขนลุก "เตรียมตัวให้พร้อม ริน... สิ่งที่เรากำลังตามหาไม่ได้อยู่ในอดีตหรืออนาคต แต่มันกำลังรอเราอยู่ที่ 'จุดอับ' ของกาลเวลาต่างหาก"
สิ้นเสียงกระซิบนั้น แสงสว่างจ้าสีขาวโพลนก็ระเบิดออกมาจากแผงควบคุม กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสองคนให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันเวิ้งว้าง พร้อมกับเสียงระบบที่ประกาศก้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับวับไป
[Initiating Quantum Jump... Target Coordinate locked.]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและไขปริศนากับรินและดร.เอลาร่าในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
— ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา•ตอนที่ 2
พิกัดที่หายไปจากความทรงจำ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!