“เจ้าจะเลือกหนทางนี้จริงหรือ... ไป๋ลี่หลิน? เมื่อก้าวผ่านประตูแห่งโลหิตนี้ไปแล้ว เจ้าจะมิใช่ศิษย์สายตรงผู้สูงส่งของสำนักกระบี่เมฆาอีกต่อไป”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของมู่หรงเทียนดังก้องอยู่ภายในถ้ำอเวจี บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและไอมารที่หมุนวนราวกับพายุคลั่ง ไป๋ลี่หลินยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชามาร ร่างบอบบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ของสำนักเริ่มเปรอะเปื้อนด้วยรอยหยดเลือดที่ไหลรินจากปลายนิ้วที่นางกรีดลงบนกระบี่คู่กาย
ดวงตาของลี่หลินเปลี่ยนไปจากเดิม ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยประกายสีม่วงเข้มลึกล้ำ นางไม่ตอบคำถาม แต่กลับก้าวเข้าหาบุรุษร่างสูงสง่าที่ยืนตระหง่านดุจขุนเขาเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบของมู่หรงเทียนจดจ้องมองนางด้วยความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง
“ข้าไม่ได้ต้องการหนทางเซียนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกอีกต่อไป” ลี่หลินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ “ข้าต้องการพลัง... พลังที่จะทำให้ข้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน”
มู่หรงเทียนแค่นยิ้ม ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของกันและกัน มือหนาหยาบกร้านเชยคางมนขึ้น สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนและทะนุถนอมในคราวเดียวกัน “เจ้าคิดว่าวิชาหยินหยางอเวจีจะทำให้เจ้าเป็นสุขงั้นหรือ? มันจะเผาผลาญจิตวิญญาณเจ้าให้มอดไหม้จนเหลือเพียงความโหยหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด”
“เช่นนั้นก็ให้ข้ามอดไหม้ไปพร้อมกับท่าน”
สิ้นคำกล่าว ลี่หลินโน้มคอเขาสวมกอดก่อนจะมอบจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์อันบ้าคลั่ง มู่หรงเทียนไม่รอช้า เขาโอบกระชับเอวบางของนางเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงชีพจรของอเวจีที่เต้นตุบอยู่ใต้ฝ่าเท้า
อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้นหินเย็นเยียบ เผยให้เห็นผิวพรรณเนียนละเอียดที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อด้วยแรงกระตุ้นจากไอหยินที่แตกซ่านภายในกาย มือแกร่งลากไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างหยอกเย้า ทุกสัมผัสของเขาเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่ลุกลามไปทั่วร่างของนาง ลี่หลินแอ่นกายรับสัมผัสนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาเมื่อนิ้วเรียวยาวของจอมมารแทรกซึมเข้าสู่จุดอ่อนไหวที่สั่นระริก
“ท่านพี่...” นางกระซิบเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อย่าหยุด... ทำให้ข้าเป็นของท่านอย่างสมบูรณ์”
การสอดประสานดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและดิบเถื่อน ในถ้ำอเวจีที่มืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากอักขระมารที่ส่องกระทบผิวกายเหงื่อชุ่มชื้น ลี่หลินรู้สึกราวกับร่างกายกำลังแตกสลายและก่อร่างใหม่ ความเจ็บปวดจากการถูกไอเซียนบริสุทธิ์ชำระล้างหายไปสิ้น เหลือเพียงความซ่านกระสันที่ทวีคูณขึ้นในทุกจังหวะการขยับไหว มู่หรงเทียนโถมกายเข้าใส่นางอย่างไม่บันยะบันยัง สองร่างหลอมรวมเข้าด้วยกันจนไม่อาจแยกออกว่าสิ่งใดคือหยิน สิ่งใดคือหยาง พลังมารที่เคยกดทับไว้ในก้นบึ้งหัวใจของลี่หลินบัดนี้ได้ตื่นขึ้นอย่างเต็มตัว มันหมุนวนอยู่ในกระแสเลือด สอดประสานเข้ากับจังหวะรักที่เร่าร้อนจนทำให้นางแทบคลั่ง
เมื่อห้วงอารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด ทั้งสองต่างกอดก่ายกันแน่น ราวกับจะกลืนกินอีกฝ่ายให้หายเข้าไปในวิญญาณ ลี่หลินหวีดร้องออกมาเบาๆ ขณะที่พลังหยินมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ตัวนางผ่านตัวตนของมู่หรงเทียน ดวงตาของนางเบิกกว้าง ประกายสีม่วงสว่างวาบไปทั่วทั้งถ้ำก่อนจะค่อยๆ ดับวูบลง เหลือเพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนคืน
หลังจากผ่านพ้นพายุอารมณ์ มู่หรงเทียนเอนตัวลงนอนเคียงข้างนาง นิ้วยาวไล้เกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมน “นับแต่นี้ไป โลกทั้งใบจะหมอบราบแทบเท้าเจ้า”
ลี่หลินยันกายขึ้นลุกนั่ง แผ่นหลังเปลือยเปล่าปรากฏสัญลักษณ์ดอกบัวโลหิตสีดำสนิทที่กำลังเบ่งบานอย่างงดงามและน่าสะพรึงกลัว นางหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มที่เปลี่ยนไป—รอยยิ้มที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นของปีศาจร้าย
“ข้าไม่ได้ต้องการโลกใบนี้หรอกค่ะ ท่านพี่” นางเอ่ยพลางใช้นิ้วเรียวไล้ริมฝีปากของเขา “ข้าต้องการเพียงแค่ความพินาศของสำนักที่เคยเรียกข้าว่าศิษย์... เริ่มต้นจากอาจารย์ของข้าเอง”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนดังก้องมาจากหน้าปากถ้ำ มู่หรงเทียนหรี่ตาลงมองความมืดเบื้องหน้า ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาของ 'อาจารย์เจ้าสำนักกระบี่เมฆา' ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมด้วยกระบี่ในมือที่สั่นไหวด้วยความโกรธแค้น เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นสภาพอันน่าอัปยศของศิษย์รักที่บัดนี้กลายเป็นมารร้ายเต็มตัว
“ไป๋ลี่หลิน... เจ้าทำลายชื่อเสียงของสำนักจนย่อยยับ!” อาจารย์กระบี่คำรามพร้อมชี้ปลายกระบี่มาที่นาง
ลี่หลินลุกขึ้นยืนโดยไม่หยิบอาวุธขึ้นมา นางเพียงแค่มองกลับไปด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันไปหาเงาในความมืดที่นางเพิ่งสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของ 'บุคคลที่สาม' ที่ซ่อนเร้นอยู่ในมุมมืดของถ้ำมาตลอดกาล... คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นร่างจำลองของนางเองที่เดินออกมาจากเงา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องไปทั่วถ้ำอเวจี
“ท่านอาจารย์คะ... ท่านมองผิดคนแล้ว” ร่างที่สองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนกับนางทุกประการ “ข้ากับลี่หลิน ใครกันแน่ที่เป็นเพียงภาพลวงตา?”
หลินหลิงร้อยเล่ห์หวังว่าทุกท่านจะใจจดใจจ่อกับชะตากรรมของไป๋ลี่หลินและร่างจำลองปริศนาในตอนหน้านะคะ
มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 44
พลังมารที่ตื่นขึ้น
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!