“หากท่านต้องการโลหิตจากกายาเซียนของข้าเพื่อบรรลุวิถีอเวจี ก็จงเอาไปเสียตอนนี้… แต่จำไว้ว่าสิ่งที่ข้ามอบให้ มิใช่ความจำนน แต่มันคือตราประทับแห่งความตายที่จะผูกมัดวิญญาณของท่านไปชั่วกัลปาวสาน!”
ไป๋ลี่หลินตวาดลั่น ดวงตาคู่สวยที่เคยสงบนิ่งดั่งผืนน้ำยามนี้สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ เธอผลักร่างหนาของมู่หรงเทียนออกห่างก่อนจะคว้ากระบี่ประจำกายขึ้นมา ปลายกระบี่สั่นไหวเล็กน้อยขณะชี้ตรงไปยังหัวใจของบุรุษผู้เป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายแห่งพรรคมาร
มู่หรงเทียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่บดทับยอดเขา ดวงตาสีรัตติกาลของเขาหรี่ลงจ้องมองร่างบางที่สั่นเทาด้วยความโกรธแค้น เขาไม่เพียงไม่กลัวคมกระบี่ แต่กลับก้าวเดินเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามดั่งนักล่าที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อในอุ้งมือ
“ตราประทับงั้นหรือ? ลี่หลิน เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่าในยุทธภพนี้… ความตายคือสิ่งเดียวที่ข้าไม่เคยเกรงกลัว หากต้องแลกโลกทั้งใบเพื่อให้ได้ครอบครองเจ้าทั้งร่างและวิญญาณ ต่อให้ข้าต้องตกอเวจีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าก็ยินดี”
เขากระชากร่างของเธอเข้าหาตัวด้วยกำลังมหาศาล กระบี่ในมือหลี่หลินร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงกังวานบาดแก้วหู มู่หรงเทียนก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาประทับลงบนผิวเนื้อจนเธอสะดุ้งเฮือก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับไอสังหารที่รุนแรงของเขากำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน
สัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางนั้นปลุกเร้ากระแสธารหยินในกายาเซียนให้พลุ่งพล่าน ลี่หลินกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เติมเต็มความกระหายในบทรักที่กำลังจะปะทุ
“ท่านมันปีศาจ…” เธอครางแผ่ว ความแข็งขืนในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน
“ปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินเจ้า… ไปจนถึงวิญญาณ”
มู่หรงเทียนอุ้มร่างบางขึ้นไว้ในอ้อมแขนก่อนจะก้าวไปยังแท่นหินอัคนีท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของถ้ำ เขาบรรจงวางร่างของเธอนอนลงบนอาภรณ์ที่ถูกปลดเปลื้องจนเปลือยเปล่า ผิวพรรณขาวผ่องของลี่หลินตัดกับความมืดมิดของพรรคมารอย่างชัดเจน ราวกับแสงจันทร์ที่หลงทางมาตกอยู่ในขุมนรก
เขาทาบทับลงมา ร่างกายกำยำเบียดเสียดเข้าหาความนุ่มหยุ่นอย่างกระหาย ลิ้นร้อนของเขาหยอกล้อกับริมฝีปากบางอย่างเรียกร้อง ก่อนจะแทรกซึมลึกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างดุดัน มือหนาปลดเปลื้องพันธนาการสุดท้ายของเธอออก ก่อนจะกรีดปลายนิ้วผ่านจุดชีพจรบนร่างกายนาง กระตุ้นให้ไอหยินไหลเวียนจนทั่วร่าง ลี่หลินบิดเร้าด้วยความวาบหวาม สองมือจิกเกร็งไปบนแผ่นหลังกว้างของจอมมาร
“อ๊ะ… มู่หรง… หยุด… อย่า…!”
“อย่าหยุด… หรืออย่าให้ข้าทำ?” เขากระซิบชิดใบหู ขณะที่นิ้วเรียวยาวเริ่มสำรวจลึกเข้าไปในดินแดนลับเร้นที่เปียกชื้นด้วยความปรารถนา รสสัมผัสที่เขามอบให้มันทั้งรุนแรงและละเอียดอ่อนในคราวเดียวกัน ทำให้ลี่หลินไม่อาจเก็บงำเสียงครางหวานหูเอาไว้ได้อีกต่อไป
ทุกจังหวะการสอดประสานคือการผสานพลังหยินหยางอย่างบ้าคลั่ง มู่หรงเทียนขยับกายเข้าหาอย่างหนักหน่วงและจังหวะจะโคนดุดันราวกับต้องการจะประทับตราของเขาลงบนทุกตารางนิ้วของเธอ ลี่หลินแหงนเงยคอระหงขึ้น ดวงตาพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำใส เธอโอบกอดแผ่นหลังของเขาไว้แน่น ปล่อยให้ความเจ็บปวดจากการเสียสละความบริสุทธิ์กลายเป็นความสุขสมที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด
ในจังหวะที่เธอกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราแห่งความสุขนั้นเอง มู่หรงเทียนก็หยุดชะงัก รอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยเล่ห์กลปรากฏขึ้น เขาผละออกจากร่างบางเล็กน้อยแล้วหยิบมีดสั้นที่ทำจากเหล็กไหลขึ้นมาก่อนจะกรีดลงบนปลายนิ้วของตนเอง แล้วบรรจงหยดเลือดสีแดงสดลงบนหน้าอกขาวเนียนของลี่หลิน
“เลือดของข้า… เพื่อชีวิตของเจ้า… นับแต่นี้เราคือหนึ่งเดียวกัน”
ลี่หลินเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างเมื่อเลือดของจอมมารซึมเข้าสู่ผิวหนังของเธอราวกับมีชีวิต เธอรู้สึกถึงพลังมืดที่ไหลเวียนเข้าสู่เส้นชีพจรแทนที่ไอเซียนเดิม แต่ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะหมดสติ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากเงามืดของถ้ำ
“ท่านประมุข… ข้าไม่คิดว่าท่านจะกล้าทำเรื่องโง่เขลาขนาดนี้เพื่อ ‘ศิษย์ของสำนักกระบี่เมฆา’ เพียงคนเดียว!”
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ลี่หลินต้องใจหายวาบ... เขาคืออาจารย์ของเธอที่ควรจะตายไปตั้งแต่สงครามยุทธภพครั้งก่อน พร้อมกับกลุ่มมือสังหารชุดดำนับสิบคนที่ชักอาวุธขึ้นมาล้อมรอบแท่นหิน!
มู่หรงเทียนกระตุกยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยเปล่าเขาก็ยังคงความองอาจราวกับราชาที่เหนือกว่าศัตรูทั้งหมด เขาหันมามองลี่หลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่สายตาของจอมมารที่หิวกระหาย แต่เป็นสายตาของนักรบที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความตายเคียงข้างคนรัก
“หลินหลิงร้อยเล่ห์หวังว่าทุกท่านจะใจจดใจจ่อกับชะตากรรมของไป๋ลี่หลินในตอนหน้านะคะ”
มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 43
ยอมตายดีกว่าขาดกัน
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!