มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 40

ศัตรูในเงามืด

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
คมดาบสีครามที่สะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวเบาหวิว มันมิได้มุ่งหมายสังหาร แต่หมายจะแยกคู่รักที่กำลังโอบกอดกันท่ามกลางไอหมอกแห่งความใคร่ให้ขาดจากกัน "รบกวนเวลาสำราญของท่านประมุขมู่หรงแล้วกระมัง" จางเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาเรียวเล็กดุจงูพิษจ้องมองไป๋ลี่หลินที่ยังคงนั่งอยู่บนตักของชายหนุ่ม กลิ่นอายหยินบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรนั้นหอมหวานยั่วยวนใจเสียจนเขาแทบจะอดใจไว้ไม่อยู่ มู่หรงเทียนมิได้ขยับตัวลุกขึ้น เขายังคงประคองแผ่นหลังของลี่หลินไว้แน่น ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังที่สั่นสะท้านอย่างรักใคร่ สายตาของเขามิได้มองจางเหว่ยด้วยความหวาดเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน เขามองอีกฝ่ายราวกับมองมดปลวกที่บังอาจเข้ามาเกะกะในหอห้องของตน "สุนัขที่ไร้เจ้าของมักเห่าหอนเสียงดังเสมอ" มู่หรงเทียนเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ "ข้าจำได้ว่ากฎของพรรคมารอเวจีคือการตัดลิ้นผู้ที่รบกวนข้าในยามนี้ เจ้าคงอยากได้ของกำนัลชิ้นนั้นกลับไปประดับคอสินะ จางเหว่ย" ลี่หลินหอบหายใจถี่กระชั้น กายาเซียนของนางกำลังเดือดพล่านด้วยพลังหยินที่ได้รับจากการหลอมรวมกับมู่หรงเทียนเมื่อครู่ ผิวพรรณที่เคยซีดขาวบัดนี้กลับมีเลือดฝาดซ่านเซียว นัยน์ตาดอกท้อของนางปรือปรอย มองผ่านหัวไหล่ของชายหนุ่มไปยังศัตรูที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความหวั่นเกรงและความกระหายในพลัง "ท่านพี่... คนผู้นี้มีกลิ่นอายของ 'สำนักโลหิตมาร' มิใช่คนของพรรคเรา" นางกระซิบเบาๆ ริมฝีปากนุ่มนวลกดลงข้างใบหูของมู่หรงเทียน สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้จางเหว่ยถึงกับชะงักไปชั่วครู่ "เจ้าฉลาดนัก ลี่หลิน" จางเหว่ยแสยะยิ้ม ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว "ข่าวลือที่ว่าประมุขมู่หรงถูกสตรีผู้หนึ่งครอบงำจนลืมสิ้นวิถีแห่งการครองโลกนั้นเป็นเรื่องจริงเสียด้วย น่าเสียดาย... หากข้าฆ่าเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ บางทีท่านประมุขอาจจะตื่นจากภวังค์ความใคร่นี้ได้เร็วขึ้น" มู่หรงเทียนกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งละจากแผ่นหลังของลี่หลินไปบีบคางของนางเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากเรียวบางนั้นอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนต่อหน้าต่อตาจางเหว่ย มันเป็นการเยาะเย้ยที่รุนแรงที่สุด ลิ้นร้อนรุ่มหยอกล้อกับความหวานล้ำของนางโดยไม่สนสายตาผู้ใด ลี่หลินตอบสนองด้วยการโอบกอดลำคอเขาไว้แน่น รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย "หากเจ้าอยากเห็นนัก ข้าก็จะให้เจ้าดูให้เต็มตาว่า ความสุขสมที่เจ้าไม่มีวันได้รับนั้นเป็นอย่างไร" มู่หรงเทียนถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง พลิกตัวลี่หลินให้หันหน้าเข้าหาเขา ก่อนจะกดสะโพกมนของนางให้แนบชิดกับส่วนกลางกายที่กำลังขยายตัวจนรัดรึงภายใต้ชุดผ้าไหมสีดำ จางเหว่ยขบกรามแน่น ดาบสีครามในมือสั่นไหวด้วยพลังปราณที่อัดอั้น เขาเป็นถึงยอดฝีมือของสำนักโลหิตมาร การถูกดูหมิ่นด้วยวิธีนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ "หุบปาก! ข้าจะส่งพวกเจ้าไปเสพสังวาสกันในนรก!" ดาบสีครามตวัดฟันเป็นวงโค้ง ปราณโลหิตสีแดงฉานพุ่งทะยานเข้าหามู่หรงเทียนดุจพายุร้าย มู่หรงเทียนเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ปราณมารสีนิลก็ก่อตัวเป็นกำแพงสกัดกั้นการโจมตีนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่า... แรงปะทะกลับทำให้พื้นห้องสั่นสะเทือน ลี่หลินหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ ก่อนจะถูกมู่หรงเทียนอุ้มร่างของนางขึ้นยืนพิงผนังห้อง "รอข้าที่นี่... อย่าไปไหนไกล" เขาสำทับเบาๆ สายตาที่มองนางเปี่ยมไปด้วยไอเสน่หาที่ยากจะดับสิ้น "ท่านพี่... ระวังตัวด้วย" ลี่หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตานางเป็นประกายวาวโรจน์ พลังหยินในกายของนางเริ่มหมุนวนอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายสังหารที่อบอวลอยู่รอบตัว จางเหว่ยพุ่งตัวเข้ามาหมายจะแทงดาบทะลุร่างมู่หรงเทียน แต่ชายหนุ่มกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วปานเงา เขาเบี่ยงตัวหลบดาบนั้นได้อย่างไร้รอยต่อ ก่อนจะใช้นิ้วมือที่แฝงพลังมารจี้เข้าที่จุดชีพจรบนข้อมือของจางเหว่ยจนดาบนั้นหลุดจากมือ "วิชาของสำนักโลหิตมารงั้นหรือ? ต่ำต้อยนัก" มู่หรงเทียนบีบคอจางเหว่ยจนลอยขึ้นจากพื้น เลือดสีสดค่อยๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของจางเหว่ยที่ดิ้นรนอย่างทุรนทุราย ในจังหวะที่มู่หรงเทียนกำลังจะปลิดชีพศัตรู เสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังขึ้นจากเงามืดหลังม่านปักลายมังกร... มิใช่เสียงเดียว แต่เป็นเสียงของสตรีหลายนางที่ก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมกัน "ประมุขมู่หรงใจร้อนเกินไปแล้วเจ้าค่ะ... ชายผู้นี้เป็นเพียงแค่ 'เหยื่อล่อ' ที่ท่านอาจารย์ส่งมาให้ท่านเท่านั้น" สตรีในชุดสีม่วงเข้มผู้หนึ่งกล่าว สายตาของนางจ้องมองมาที่ลี่หลินด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด ลี่หลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างเหล่านั้นพุ่งเข้ามาปิดล้อมทุกทิศทาง... มิใช่แค่จางเหว่ย แต่เป็นกองกำลังลับของพรรคมารคู่แข่งที่แทรกซึมเข้ามาถึงใจกลางห้องนอนของนางและมู่หรงเทียนได้สำเร็จ! "ลี่หลิน... หลบไป!" มู่หรงเทียนตะโกนลั่น ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น แสงสีแดงจากยันต์อักขระที่สตรีชุดม่วงแปะลงบนพื้นก็ส่องสว่างวาบ พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่แปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลกักขังที่ทำให้นางไม่อาจขยับเขยื้อนร่างได้ "ข้าบอกแล้วไง... ว่าคืนนี้ยังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ" เสียงกระซิบที่เย็นเยียบจากเงามืดด้านหลังลี่หลินทำให้นางต้องหยุดหายใจ มันไม่ใช่เสียงของจางเหว่ย หรือสตรีชุดม่วง แต่มันเป็นเสียงที่นางคุ้นเคยดีที่สุด... เสียงของศิษย์พี่ใหญ่ที่นางคิดว่าตายไปแล้วในสงครามยุทธภพครั้งก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างไปกับหลินหลิงร้อยเล่ห์เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%