ปลายกระบี่ของไป๋ลี่หลินจ่อเข้าที่ลำคอแกร่งของบุรุษตรงหน้าจนผิวเนื้อเริ่มมีรอยแดงฉาน แต่มู่หรงเทียนกลับไม่ขยับกายแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับจะอ่านทะลุถึงแก่นวิญญาณที่สั่นไหว
"เจ้าคิดว่าคมกระบี่กระจอกๆ นี่ จะสังหารจอมมารที่ล้างผลาญพรรคธรรมะมานับไม่ถ้วนได้งั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น มู่หรงเทียนขยับกายเข้าไปใกล้จนปลายกระบี่แทงทะลุผิวเนื้อจางๆ กลิ่นอายหยินเข้มข้นจากกายของไป๋ลี่หลินโชยปะทะจมูกเขา กลิ่นหอมหวานที่เปรียบดั่งพิษร้ายแต่เย้ายวนให้ลิ้มลอง
"ท่านมันคนลวงโลก มู่หรงเทียน... สัญญาที่ท่านให้ไว้กับสำนักกระบี่เมฆาเป็นเพียงกับดัก!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน มือที่ถือกระบี่สั่นระริกด้วยแรงแค้นและแรงอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก
มู่หรงเทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากนั้นแฝงไปด้วยความร้ายกาจเกินบรรยาย มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมไปกุมมือที่ถือกระบี่ของนางไว้ ความร้อนจากฝ่ามือเขาแผ่ซ่านผ่านผิวกายของนางดั่งไฟโลกันตร์ "ข้าไม่เคยลวงเจ้า... ข้าเพียงแค่รอเวลาที่เจ้าจะเต็มใจมอบทุกอย่างให้ข้าด้วยตัวเองต่างหาก"
ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้าง ความอุ่นร้อนจากไอหยางในกายของเขาซึมลึกเข้าสู่เส้นชีพจรของนาง พลังวิถีเซียนที่นางเพียรบำเพ็ญมาตลอดชีวิตกลับสั่นคลอนเพียงเพราะสัมผัสของบุรุษเบื้องหน้า นี่คือวิชา 'ดูดซับหยินหยาง' ที่เขาใช้อ้างว่าเพื่อช่วยปรับสมดุลกายาของนาง แต่แท้จริงแล้วมันคือการพันธนาการนางไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งราคะและพลังปราณที่ไม่อาจถอนตัว
"คนโกหก... ท่านบอกว่าจะคืนคัมภีร์ลับให้ข้า หากข้าทำตามข้อเสนอ" นางพยายามดึงมือกลับ แต่กลับถูกเขาดึงเข้าหาตัวจนร่างบางปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งดั่งหินผา
"คัมภีร์นั่นอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว" เขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบสายตากับนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ลุกโชนด้วยไฟตัณหา "และเจ้าเองก็เช่นกัน... ลี่หลิน เจ้ากำลังก้าวเข้าสู่กับดักของข้าทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่เชื่อเถิดว่าในรังของจอมมารนี้ เจ้าจะได้รับสิ่งที่เซียนสูงส่งพวกนั้นไม่มีวันมอบให้ได้"
มู่หรงเทียนลดกระบี่ของนางลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างแก้ม ลมหายใจนั้นมีกลิ่นหอมของจันทราและโลหิตจางๆ ที่ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวจนควบคุมไม่ได้ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหู "เจ้าคิดว่าเหตุใดข้าถึงยอมให้เจ้าเข้ามาในหอสมุดลับแห่งนี้ได้ง่ายดายนัก? เพราะข้าต้องการให้เจ้าเห็น... สิ่งที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าเพียงผู้เดียว"
ฉับพลันนั้น มู่หรงเทียนกดจุดชีพจรที่ต้นคอของนางเบาๆ แต่มั่นคง แรงกดนั้นทำให้ไป๋ลี่หลินอ่อนระทวยลงในอ้อมกอดของเขา ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน แต่สิ่งที่นางเห็นในเสี้ยววินาทีก่อนสติจะดับวูบ คือม่านสีแดงที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นเตียงแกะสลักลวดลายมังกรโอบจันทรา และไอพลังสีม่วงเข้มที่ลอยวนเวียนอยู่รอบเตียงนั้น... มันคือวงเวทย์กักขังที่เขาสร้างขึ้นเพื่อ 'หลอมรวม' กายาของนางเข้ากับเขาโดยเฉพาะ
มู่หรงเทียนช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขน สายตาที่มองนางเปี่ยมไปด้วยความกระหายและชัยชนะที่เหนือชั้น เขาเดินตรงไปยังเตียงกว้างวางร่างที่หมดสติลงอย่างทะนุถนอม ราวกับเฝ้ารอเวลานี้มานานนับพันปี
"ข้าไม่ได้ลวงเจ้าเรื่องความรักหรอก ลี่หลิน..." เขาพึมพำขณะโน้มตัวลงจูบประทับที่หน้าผากเนียน "แต่ข้าลวงเจ้าเรื่องที่ว่า... เจ้ายังมีทางเลือกที่จะหนีจากข้าได้ต่างหาก"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังม่านกั้น มู่หรงเทียนชะงักกึก รอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาถึงขีดสุด เขารีบกางม่านบังร่างของไป๋ลี่หลินไว้ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในห้องบรรทม
"ประมุขมู่... แผนการของท่านช่างล้ำลึกนัก แต่ท่านลืมไปหรือเปล่าว่าคนของข้าก็มีตา" เสียงสตรีที่เย็นเยียบดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของดอกไม้พิษที่คุ้นเคย มู่หรงเทียนมองผู้มาเยือนด้วยสายตาดุดัน ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้ขัดจังหวะในค่ำคืนนี้
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเล่ห์เหลี่ยมของมารในค่ำคืนนี้ไปกับหลินหลิงร้อยเล่ห์นะคะ
มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 14
คำลวงของมารร้าย
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!