มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 36

สำนึกผิดหรือเสแสร้ง

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้คำลวงของเจ้ากรีดลงบนหัวใจข้าได้อีกนานแค่ไหน ไป๋ลี่หลิน?" เสียงทุ้มต่ำของมู่หรงเทียนดังก้องอยู่ภายในห้องโถงมืดสลัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานจันทร์เสี้ยว เขาไม่ได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ประมุขมารอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับยืนพิงเสามังกรหยก จ้องมองสตรีในชุดขาวที่บัดนี้คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ไป๋ลี่หลินเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด นางสัมผัสได้ถึงไอหยินที่ไหลเวียนพลุ่งพล่านอยู่ในกายาเซียนของตนเอง มันปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ที่พยายามจะทำลายเขื่อนกั้น นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้เป็นดั่งฝันร้ายและโชคชะตาในคราวเดียวกัน แววตานางสั่นระริกทว่ายังคงความเย่อหยิ่งไว้ได้ดีเยี่ยม "ท่านประมุข... หากท่านเชื่อว่าสิ่งที่ข้าทำคือการเสแสร้ง เหตุใดมือของท่านถึงยังสั่นเทาตอนที่สัมผัสตัวข้าเมื่อคืนเล่า?" นางเอ่ยเสียงแผ่ว ทว่าหนักแน่นพอที่จะทำให้ความเงียบภายในห้องกลายเป็นความกดดัน มู่หรงเทียนแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ช้าๆ ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้ใบหน้าเรียวสวยนั้นแหงนรับแสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา กลิ่นอายบุรุษเพศที่แฝงด้วยความดิบเถื่อนโอบล้อมนางไว้จนแทบหายใจไม่ออก "สัมผัสของข้าคือความปรารถนาที่อยากจะกลืนกินเจ้าให้สิ้นซาก ไม่ใช่ความสงสารอย่างที่เจ้าหวัง" เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มขาวเนียน "เจ้าบอกว่าเจ้าสำนึกผิดต่อสำนักกระบี่เมฆา... แต่ดูสิ ร่างกายของเจ้ากลับตอบรับวิชาคู่อันเร้นลับของข้าอย่างซื่อสัตย์ยิ่งกว่าจิตวิญญาณเสียอีก" มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามแนวลำคอระหง ปลายนิ้วของเขาสัมผัสชีพจรที่เต้นแรงของนางอย่างจงใจ ไป๋ลี่หลินสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วเย็นเยียบนั้นไล้ผ่านจุดกึ่งกลางของร่างกายนางอย่างแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยเจตนาที่บีบคั้นประสาทสัมผัสจนนางแทบเสียการควบคุม "ท่านมันคนไร้หัวใจ... มู่หรงเทียน" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมลมปราณเพื่อต้านทานแรงดึงดูดของวิชาหยินหยางที่เขากำลังถ่ายทอดออกมา "หัวใจหรือ?" เขายิ้มเหี้ยม มือหนากระชากคอเสื้อนางออกอย่างแรงจนไหล่เนียนเปลือยเปล่าเผชิญกับอากาศเย็นยามค่ำคืน "หัวใจของข้าถูกเจ้าฉีกกระชากไปตั้งแต่วันที่เจ้าตัดสินใจทรยศสำนักเพื่อมาอยู่ในพรรคมารแห่งนี้แล้ว อย่าได้มาเล่นบทศิษย์ผู้ซื่อสัตย์กับข้าอีกเลย เพราะสิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่คำสารภาพ แต่คือหลักฐานว่าเจ้า... ยอมจำนนต่ออำนาจของข้าโดยดุษฎี" เขาฝังใบหน้าลงที่ซอกคอของนาง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในหน้าหนาวจากกายานางทำให้เขาสติพร่าเลือนชั่วขณะ ทว่ามู่หรงเทียนยังคงรักษาความเย็นชาไว้ได้ มือหนึ่งของเขากดทับลงบนจุดชีพจรสำคัญของนาง บีบคั้นให้พลังปราณในกายหลั่งไหลออกมาปะทะกับไอมารของเขา เกิดเป็นวงแหวนสีม่วงดำล้อมรอบกายทั้งสอง ไป๋ลี่หลินหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาเม็ดเล็กเอ่อคลอ นางรู้ดีว่าหากนางขัดขืน นางจะถูกทำลาย แต่หากนางยินยอม นางก็จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปตลอดกาล ทว่าความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วร่างนั้นกลับขัดแย้งกับเจตนาของนางอย่างสิ้นเชิง ความโหยหาที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกกำลังกรีดร้องให้เขาสัมผัสให้ลึกซึ้งกว่านี้ "หากข้าสำนึกผิดจริง... ท่านจะยอมปล่อยข้าไปหรือไม่?" นางเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นพร่าขณะที่มือของเขากำลังเริ่มสำรวจพื้นที่เร้นลับใต้สาบเสื้อ มู่หรงเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยดุดันวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายที่รุนแรงกว่าเดิม "ในพรรคมารอเวจี... ไม่มีคำว่าปล่อยไป มีเพียงคำว่า 'เป็นของข้า' ตลอดกาล" เขาประทับจูบลงบนไหล่เปลือยนั้นอย่างหนักหน่วง ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเลศนัย "จงเลือกระหว่างการเป็นของข้าอย่างสมัครใจ หรือจะให้ข้าบังคับให้เจ้าคุกเข่าต่อหน้าผู้คนทั้งสำนักเพื่อให้เห็นว่า... ศิษย์เอกผู้สูงส่งของกระบี่เมฆา แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงสตรีที่กระหายในรสรักของจอมมารไม่ต่างกัน" ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้าง ความอัปยศและความพ่ายแพ้ถาโถมเข้ามาในคราวเดียว ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยคำปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นหน้าประตูห้องโถง พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำเอาลมหายใจของนางแทบขาดห้วง "ท่านประมุข... ศิษย์พี่ใหญ่จากสำนักกระบี่เมฆา นำกำลังบุกเข้ามาถึงหน้าด่านมารแล้วขอรับ! พวกเขาอ้างว่ามาเพื่อ 'ชำระล้างมลทิน' ให้แก่ศิษย์น้องไป๋ลี่หลินที่ถูกมารร้ายลักพาตัวไป!" มู่หรงเทียนผละออกจากร่างของนางทันที ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยไอสังหาร ขณะที่ไป๋ลี่หลินทรุดกายลงพื้น ใบหน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่ตีรวน สันดานดิบของบุรุษตรงหน้าเผยออกมาเมื่อเขาหันมามองนางด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ได้ยินแล้วใช่ไหม? สหายร่วมสำนักของเจ้ามาช่วยเจ้าแล้ว... คราวนี้เจ้าจะแสดงละครอย่างไรล่ะ ลี่หลิน? จะวิ่งไปหาพวกเขาในสภาพที่ข้าเพิ่ง 'ประทับตรา' ไว้บนตัวเจ้า หรือจะอยู่กับข้าเพื่อดูว่าข้าจะสังหารคนเหล่านั้นให้กลายเป็นซากศพตรงหน้าเจ้าอย่างไร?" เขาคว้ากระบี่ประจำกายขึ้นมา ลากปลายคมกระบี่ไปตามพื้นหินจนเกิดเสียงแหลมบาดหู ก่อนจะหยุดปลายกระบี่นั้นไว้ที่คอหอยของนาง พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของนางต้องหยุดเต้น ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและห้วงอารมณ์อันแสนเจ็บปวดนี้กับหลินหลิงร้อยเล่ห์นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%