“เจ้ากล้าแตะต้องนางงั้นรึ?”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของอสูรร้ายในหุบเหวไร้ก้นบึ้งดังก้องไปทั่วโถงวิหารที่แตกร้าว กระบี่สีนิลในมือของมู่หรงเทียนสั่นระริก ปล่อยไอสังหารสีโลหิตจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ลี่หลินทรุดกายลงกับพื้น กลิ่นคาวเลือดจากบาดแผลที่หัวไหล่ผสมปนเปไปกับไอหยินบริสุทธิ์ในกายของนาง มันคือกลิ่นหอมหวานที่ทำให้จอมมารผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งถึงกับคลุ้มคลั่ง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือกลุ่มยอดฝีมือจากสำนักคุณธรรมที่บุกเข้ามาถึงหัวใจของพรรคมารอเวจี หวังจะกระชากวิญญาณของศิษย์สายตรงผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกาลกิณี
“นางคือกุญแจสู่ความเป็นอมตะของพรรคมาร พวกเจ้าจะปล่อยให้จอมมารครอบครองนางคนเดียวหรืออย่างไร!” หนึ่งในผู้อาวุโสฝ่ายธรรมะแผดเสียง ตวัดกระบี่แสงพุ่งเข้าหาลี่หลินอย่างหมายชีวิต
*ฉัวะ!*
ไม่มีคำเตือน ไม่มีกระบวนท่าที่สวยงาม มีเพียงพริบตาที่มู่หรงเทียนหายตัวไปปรากฏร่างเบื้องหน้าลี่หลิน แล้วสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ศีรษะของผู้อาวุโสท่านนั้นก็หลุดกระเด็น เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมชุดคลุมสีขาวสะอาดตาของลี่หลินจนกลายเป็นสีชาด
“ใครที่บังอาจหายใจเข้าใกล้ตัวนาง... ข้าจะควักหัวใจมันออกมาบดขยี้ต่อหน้าสวรรค์” มู่หรงเทียนกล่าวพลางถอยหลังมากอดร่างบางของลี่หลินไว้แน่น มือหนาที่เปื้อนเลือดประคองใบหน้าของนางอย่างทะนุถนอมราวกับนางคืออัญมณีล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า
ลี่หลินหอบหายใจรวยริน สายตาที่พร่ามัวมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยโทสะของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาต “ท่าน... เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้... ข้าเป็นเพียงศิษย์พรรคมารที่ท่านหลอกใช้...”
“หลอกใช้?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกดจุมพิตหนักหน่วงลงบนริมฝีปากที่ซีดเผือดของนาง รสสัมผัสของเลือดและกลิ่นอายมารผสมผสานกันจนเกิดเป็นแรงปรารถนาที่ยากจะควบคุม “หากข้าหลอกใช้เจ้า ข้าคงไม่ยอมให้ตัวเองต้องผิดกฎสวรรค์ด้วยการสังหารล้างสำนักเพียงเพื่อปกป้องลมหายใจของเจ้าหรอกนะ ลี่หลิน... เจ้าคือหยินบริสุทธิ์ที่ข้าหมายปอง แต่ตอนนี้... เจ้าคือชีวิตที่ข้าไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากไป!”
มู่หรงเทียนหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่เหลือ พลังมารในกายเขาระเบิดออกจนพื้นหินแตกกระจาย ร่างกายของเขาแผ่ขยายไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งสีดำเกาะกินอาวุธของศัตรู
“พรรคมารอเวจีมิใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะมาเหยียบย่ำ!”
เขากระโจนเข้าหาคลื่นมนุษย์ดุจพยัคฆ์ร้าย ทุกกระบวนท่ารุนแรงและป่าเถื่อน ไม่มีการตั้งรับ มีเพียงการทำลายล้าง ลี่หลินมองดูแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่ปกป้องนางอย่างบ้าคลั่ง ความอบอุ่นวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ กายาเซียนของนางเริ่มตอบสนองต่อพลังหยางที่ดุดันของเขาอย่างห้ามไม่ได้ รอยประทับรูปดอกเหมยบนหน้าอกเริ่มร้อนผ่าว ราวกับเป็นพันธสัญญาที่บีบคั้นให้ทั้งสองต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและความตายที่รายล้อม มู่หรงเทียนหันกลับมามองนางอีกครั้ง แววตาของเขามิได้ว่างเปล่าดั่งเช่นกาลก่อน แต่มันกลับเต็มไปด้วยตัณหาและพันธนาการที่ไม่อาจตัดขาด
เขารั้งร่างของนางเข้าหาตัวอีกครั้งก่อนจะกระซิบข้างใบหู “หลังจบเรื่องนี้... เจ้าต้องชดใช้ให้ข้าด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ... ทุกส่วนของเจ้าจะเป็นของข้าเพียงผู้เดียว ลี่หลิน”
ในจังหวะที่มู่หรงเทียนกำลังจะเผด็จศึกศัตรูคนสุดท้าย เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากเพดานวิหาร กระบี่โปร่งแสงแทงทะลุผ่านม่านพลังมารของจอมมารจนเขาต้องชะงัก ลี่หลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยซึ่งปรากฏตัวขึ้นในวินาทีวิกฤต
“อาจารย์อา...” ลี่หลินอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
มู่หรงเทียนกระอักเลือดออกมาคำโตเมื่อกระบี่ของอาจารย์อาลี่หลินแทงทะลุหัวไหล่เขา แต่มือของเขากลับยังคงโอบกอดลี่หลินไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก “มาได้ทันเวลาพอดี... ข้ากำลังรอเจ้าอยู่เลย เจ้าคนทรยศ”
กระบี่ในมืออาจารย์อาลี่หลินสั่นไหว พร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพสวรรค์ที่ล้อมวิหารไว้จนมืดฟ้ามัวดิน!
หลินหลิงร้อยเล่ห์หวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับความเดือดพล่านในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 35
จอมมารผู้หวงแหน
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!