มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 49

รอยรักรอยแค้น

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
“เจ้ายังจำรสชาติของความพ่ายแพ้เมื่อเจ็ดปีก่อนได้หรือไม่ มู่หรงเทียน?” เสียงทุ้มต่ำดุจคมมีดกรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงลับใต้หอคอยอเวจี ร่างโปร่งบางของมู่หรงเทียนที่กำลังโอบกอดไป๋ลี่หลินไว้ในอ้อมแขนชะงักกึก ไอสังหารที่พุ่งวาบมาจากเงามืดด้านหลังกำแพงมิได้ทำให้จอมมารสะทกสะท้าน หากแต่เขากระชับวงแขนแน่นขึ้น สัมผัสได้ถึงหัวใจของหญิงสาวในอ้อมกอดที่เต้นรัวสอดประสานกับจังหวะชีวิตของเขา “ศัตรูที่ข้าเคยเหยียบย่ำลงใต้ฝ่าเท้า มักจะเหลือเพียงเถ้าถ่าน... เจ้าเป็นใครกัน ถึงได้กล้าหาญเดินเข้ามาตายถึงในห้องหอของข้า” มู่หรงเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีดำดุจรัตติกาลกลับฉายแวววาวโรจน์ ไป๋ลี่หลินเงยหน้าขึ้นจากแผงอกแกร่ง ดวงตาของนางสั่นระริกขณะจ้องมองเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด—ชายผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าซีกขวา สวมอาภรณ์สีเทาซีดของสำนักกระบี่เมฆาที่สาบสูญ—เยี่ยหลาง อดีตศิษย์พี่ที่นางเคยให้ความเคารพรักดุจสายเลือด “ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง ทั้งชีวิตของข้า และผู้หญิงที่เคยเป็นของข้า... ลี่หลิน!” เยี่ยหลางตะคอก กลิ่นอายของวิชา ‘ปราณโลหิตล้างแค้น’ พุ่งพล่านจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว มู่หรงเทียนแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเริ่มลูบไล้ลงมายังแผ่นหลังเปลือยเปล่าของไป๋ลี่หลินอย่างจงใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ “เจ้าดูเหมือนจะลืมไปว่านางมิใช่สิ่งของ แต่นางคือสตรีที่ข้าเลือกสรรเพื่อหลอมรวมวิชาหยินหยาง... และตอนนี้ นางก็เป็นของข้าทั้งร่างกายและวิญญาณ” “หยุดพูดเรื่องไร้สาระเสียที!” ไป๋ลี่หลินผละออกจากอ้อมกอดของจอมมาร เสียงของนางสั่นพร่าขณะหันไปเผชิญหน้ากับศิษย์พี่ที่นางคิดว่าตายไปนานแล้ว “เยี่ยหลาง... ท่านไม่ใช่ศิษย์พี่ที่ข้าเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว ท่านเลือกทางเดินสายมารเอง มิใช่หรือ?” บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นเมื่อมู่หรงเทียนลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่กำยำทอดเงาทาบทับไปทั่วห้อง เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบที่ต้นคอของลี่หลินอย่างอุกอาจ รอยจูบนั้นร้อนแรงราวกับตราประทับแห่งพันธสัญญา “ลี่หลิน... คืนนี้เจ้าคือสมรภูมิของข้า ไม่ว่าใครจะแทรกเข้ามา ก็ไม่มีสิทธิ์ได้แม้แต่ปลายเส้นผมของเจ้า” มู่หรงเทียนผลักร่างของหญิงสาวลงบนเตียงกว้างที่ทำจากหินหยกเย็น ร่างกายของเขาพุ่งเข้าหาดุจพยัคฆ์โหยกระหาย เขาจูบปิดปากนางจนไร้สุ้มเสียง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขารู้ดีว่ามันคือยาพิษที่หอมหวานที่สุด ไป๋ลี่หลินหลับตาลงรับสัมผัส มือเรียวขยุ้มเส้นผมยาวสลวยของเขาไว้แน่น ความร้อนจากกายชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านอาภรณ์ที่เริ่มถูกถอดถอนออกช้าๆ นิ้วเรียวยาวของมู่หรงเทียนกรีดผ่านซอกขาอ่อนของนาง ลากไล้ความปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง สายตาของเขาจ้องมองเยี่ยหลางที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูอย่างท้าทาย “จงดูให้ดี... ดูว่าสตรีที่เจ้าพร่ำเพ้อถึง ยามนางตกอยู่ในกำมือของข้า นางเปล่งเสียงได้กระเส่าเพียงใด” เสียงครางต่ำในลำคอของไป๋ลี่หลินดังขึ้นเมื่อสัมผัสลึกซึ้งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของนางบิดเร้า สั่นสะท้านไปตามจังหวะที่จอมมารมอบให้ ผิวพรรณของนางขึ้นสีระเรื่อดุจดอกท้อแรกแย้ม ลมหายใจขาดห้วงยามที่เขาสอดประสานกายเข้ามาเป็นหนึ่งเดียว ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหรรณพ หยาดเหงื่อพร่างพรายบนผิวกายขาวผ่องสะท้อนกับแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง เยี่ยหลางกำกระบี่ในมือจนสั่นเทิ้ม สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความมืดบอดของตัณหาและโทสะ “มู่หรงเทียน! ข้าจะตัดหัวเจ้าขณะที่เจ้ากำลังเสพสมกับนาง!” ทว่าในขณะที่เยี่ยหลางกำลังจะพุ่งตัวเข้ามานั้น ไป๋ลี่หลินกลับลืมตาโพลง ดวงตาของนางมิได้ฉายแววสับสนอีกต่อไป หากแต่เป็นแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางหยิบเข็มพิษที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมาแล้วแทงลงไปที่จุดชีพจรที่คอของมู่หรงเทียนทันที! มู่หรงเทียนชะงัก ร่างกายแข็งทื่อในจังหวะที่เขากำลังถึงจุดสูงสุด จอมมารเบิกตากว้างมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เลือดสีดำจะกระอักออกมาจากปากของเขา “ท่านเข้าใจผิดแล้ว... ข้ามิใช่ของท่าน หรือของเยี่ยหลาง” ไป๋ลี่หลินกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุก “ข้าคือคนที่จะจบสิ้นวิถีเซียนอเวจีนี้ด้วยมือของข้าเอง” เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจำนวนนับสิบพังประตูห้องโถงเข้ามาพร้อมกัน! ท่ามกลางความโกลาหล เยี่ยหลางกลับลดกระบี่ลงแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าไป๋ลี่หลิน “องค์หญิง... แผนการสำเร็จแล้ว ตามที่ท่านต้องการ” มู่หรงเทียนล้มลงบนเตียง ดวงตาที่เคยมีแต่ความเย่อหยิ่งบัดนี้หม่นแสงลง เขาไม่ได้ตาย แต่ปราณทั้งหมดถูกปิดตายด้วยเข็มพิษของลี่หลินไป๋ลี่หลินลุกขึ้นจากเตียง จัดชุดคลุมสีขาวของนางอย่างสง่างามโดยไม่เหลือเค้าของสตรีผู้โอนอ่อนแม้แต่น้อย ทว่าในวินาทีที่ประตูด้านหลังถูกเปิดออกอีกครั้ง เงาร่างที่คุ้นเคยในชุดเกราะสีทองของจักรพรรดิแห่งแคว้นเทพก็ปรากฏกายขึ้น พร้อมกับคำประกาศิตที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ “จับตัวนางไว้! ในฐานะกบฏผู้ทรยศต่อแผ่นดิน!” หลินหลิงร้อยเล่ห์หวังว่าท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดหักมุมนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าลี่หลินจะเอาตัวรอดอย่างไรนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%