มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 31

แผนร้ายของเจ้าสำนัก

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
“เจ้าคิดว่าการที่ข้าประคองถนอมนางไว้เช่นนี้ คือความเมตตาปรานีงั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในถ้ำลึกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงลับใต้ดินของสำนักกระบี่เมฆา มู่หรงเทียนในอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองรูปมังกรอเวจีไม่ได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่เขากลับยืนพิงเสาศิลาเย็นเยียบ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจดจ้องไปยังชายชราในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เจ้าสำนักกระบี่เมฆา ‘เซียนกระบี่ไร้ลักษณ์’ ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของเหล่าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ บัดนี้แววตาของเขากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด มือที่ถือพู่กันเขียนยันต์สั่นเทาจนหมึกสีชาดหยดลงบนพื้นหินราวกับหยดเลือด “ประมุขมู่... กายาเซียนของไป๋ลี่หลินคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่จะเปิดประตูอเวจีได้ หากท่านพรากพรหมจรรย์นางไปก่อนฤกษ์มงคล พลังหยินที่บริสุทธิ์ที่สุดจะแปดเปื้อนจนไม่อาจเชื่อมต่อกับมิตินรกได้นะขอรับ” มู่หรงเทียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันราวกับฟังเรื่องตลกขบขัน เขาเดินเข้าไปใกล้เจ้าสำนักช้าๆ ปลายรองเท้าบูทหนังมังกรหยุดลงตรงหน้าชายชรา ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อากาศรอบข้างหนาวสะท้านขึ้นมาทันใด “เจ้าสำนัก... เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า ‘ฤกษ์มงคล’ ที่เจ้าอ้างถึง คือวันเดียวกับที่เจ้าจะใช้พิธีกรรมสังเวยชีวิตนางเพื่อบรรลุวิถีเซียนกระบี่อมตะของเจ้าเอง?” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับว่าแม้แต่เสียงลมหายใจก็กลายเป็นอาวุธที่บาดลึก เจ้าสำนักเงยหน้าขึ้น สบตากับบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมมารด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนน้อมมลายหายไป เหลือเพียงความทะเยอทะยานที่ฉายชัดในแววตาที่ขุ่นมัว “ในเมื่อท่านรู้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง” เสียงของชายชราเปลี่ยนไป กังวานและทรงพลังขึ้น “ข้าเลี้ยงดูนางมาประหนึ่งลูกในไส้ เพื่อรอวันนี้นางควรจะภูมิใจที่ได้เป็นบันไดให้ข้าเหยียบย่ำขึ้นสู่จุดสูงสุดของยุทธภพ” มู่หรงเทียนไม่ตอบโต้ แต่เขากลับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการรับรู้ของมนุษย์ มือแกร่งคว้าเข้าที่คอเสื้อของเจ้าสำนักแล้วกระชากขึ้นมาจนตัวลอย ก่อนจะเหวี่ยงร่างชราไปกระแทกกับผนังถ้ำจนศิลาแตกร้าว ไอพลังมารสีม่วงหม่นพุ่งพล่านรอบกายเขาราวกับงูพิษที่พร้อมจะฉกกัด “เจ้ามันก็แค่สุนัขเฒ่าหิวโซ ที่พยายามจะขโมยเนื้อจากปากของราชสีห์” มู่หรงเทียนกล่าวพลางค่อยๆ ลากนิ้วไปตามคมกระบี่ที่พกติดตัว กลิ่นอายของความต้องการอันแรงกล้าและความโหดเหี้ยมแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง “ไป๋ลี่หลินเป็นของข้า... กายานาง พลังของนาง แม้กระทั่งกลิ่นอายความบริสุทธิ์ที่เจ้าโหยหา ข้าจะเป็นผู้กลืนกินมันด้วยตนเอง มิใช่การสังเวยไร้ค่าแบบที่เจ้าวางแผนไว้” ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันด้วยความตึงเครียด เงาร่างหนึ่งที่เร้นกายอยู่หลังม่านไหมมุกก็สั่นสะท้าน ไป๋ลี่หลินที่แอบตามมาด้วยความเป็นห่วงก้นบึ้งของหัวใจกลับต้องมาพบความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่านรกขุมไหน นางยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ มือที่กำกระบี่กระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความศรัทธาที่นางมีต่ออาจารย์ผู้เป็นดั่งบิดา พังทลายลงในชั่วพริบตา ทว่า ในจังหวะที่นางตัดสินใจจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความจริง พลังหยินในกายของนางกลับปั่นป่วนอย่างรุนแรง ไอความร้อนมหาศาลตีรวนกับความเย็นเยือกจากวิชาที่นางเพิ่งฝึกฝนมา เสียงครางแผ่วเบาดังหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาของนาง มู่หรงเทียนชะงักไป เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แฝงมากับสายลมในถ้ำ แววตาที่เคยดุดันกลับเปลี่ยนเป็นประกายวาบหวามและหิวกระหาย เขาหันขวับไปทางหลังม่านไหมมุกทันที “นั่นเจ้าใช่หรือไม่... ลี่หลิน?” เสียงของมู่หรงเทียนแผ่วเบาหากแต่ทรงพลังราวกับสะกดให้ร่างของหญิงสาวขยับไม่ได้ เจ้าสำนักกระบี่เมฆาเบิกตากว้าง เขารู้ทันทีว่านี่คือโอกาสสุดท้าย หากเขาสามารถสังหารนางได้ในตอนนี้ พลังหยินทั้งหมดจะถูกปลดปล่อยและเขาสามารถดูดซับมันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอฤกษ์ยาม! ชายชราคว้ากระบี่เล่มบางที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ทะยานร่างพุ่งเข้าหาม่านไหมมุกด้วยหมายจะปลิดชีพศิษย์รักที่ตนเองฟูมฟักมาเพียงเพื่อการนี้ มู่หรงเทียนเห็นท่าไม่ดีจึงกระโจนเข้าขวาง แต่ดูเหมือนจะช้าไปหนึ่งก้าว กระบี่ของเจ้าสำนักปักเข้าที่กลางม่านไหมมุก แต่ทว่า... ร่างที่ควรจะถูกแทงทะลุหัวใจกลับหายไปเหลือเพียงไอเย็นจัดที่พุ่งกระจายออกมาจนพื้นน้ำแข็งเกาะเป็นทาง ไป๋ลี่หลินปรากฏกายอยู่เบื้องหลังเจ้าสำนัก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของนางบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเงินวาวโรจน์ พลังหยินที่ระเบิดออกมาทำให้ห้องโถงทั้งห้องสั่นสะเทือน นางไม่ได้มองไปยังอาจารย์ที่คิดจะฆ่านาง แต่นางกลับจ้องมองไปยังมู่หรงเทียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลและการตัดสินใจครั้งสำคัญ “ท่านประมุข... หากท่านอยากได้ข้าเป็นของท่านเสียเหลือเกิน ก็จงเข้ามาพิสูจน์ด้วยตนเองเถิดว่า... ท่านจะกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับ ‘วิถีเซียนอเวจี’ ที่แท้จริงหรือไม่” ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ศิษย์สาวผู้บริสุทธิ์กลับถอดชุดคลุมตัวนอกออกจนเหลือเพียงอาภรณ์สีขาวบางเบาที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ ไอพลังหยินที่หลั่งไหลออกมาจากร่างของนางทำให้มู่หรงเทียนถึงกับต้องหายใจหอบถี่ด้วยความกระสันที่ยากจะควบคุม ขณะที่เจ้าสำนักเริ่มร่ายเวทต้องห้ามหวังจะฉีกกระชากวิญญาณนางให้แตกสลายในพริบตาเดียว! หวังว่าทุกท่านจะยังคงกลั้นหายใจไปพร้อมกับหลินหลิงในความมืดมิดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%