มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 30

รอยร้าวแห่งความศรัทธา

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
“เจ้าบอกว่ามันคือความยุติธรรม... แต่สิ่งที่ข้าเห็นในดวงตาของท่านอาจารย์ คือความกระหายเลือดที่ถูกฉาบไว้ด้วยคำว่าคุณธรรม!” เสียงตวาดของไป๋ลี่หลินดังก้องอยู่ในโถงหินเย็นเยียบ กลิ่นกำยานราคาถูกที่จุดทิ้งไว้ในสำนักกระบี่เมฆายามนี้กลับชวนให้คลื่นเหียน นางโยนป้ายหยกประจำตัวศิษย์สายตรงลงบนพื้นหินจนแตกกระจาย ความแข็งแกร่งที่นางเคยภาคภูมิใจ บัดนี้กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดนางไว้กับอดีตอันโสมม มู่หรงเทียนนั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลาเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งของเขาสะท้อนเงาร่างสั่นเทาของหญิงสาว เขาไม่ได้ขยับตัว แต่เพียงแค่กระดิกนิ้ว ไอหยินสีดำทมิฬก็แผ่ซ่านออกมาพันธนาการข้อมือของลี่หลินไว้เบาๆ ลากนางเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและโลหิตบนตัวเขา “ความศรัทธาของเจ้าเปราะบางเพียงนี้เชียวหรือ?” มู่หรงเทียนกระซิบข้างใบหู เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ลมหายใจของลี่หลินติดขัด “สำนักที่เจ้าเทิดทูน บ่มเพาะเจ้าขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงเครื่องสังเวยในวิชา ‘จันทร์ดับสูญ’ ไม่ใช่เพื่อบรรลุวิถีเซียนอย่างที่เจ้าวาดฝันไว้หรอกนะ ไป๋ลี่หลิน” คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม นางหอบหายใจถี่ สายตามองไปยังรอยเลือดที่เปื้อนบนชายผ้าแพรขาวของตนเอง นางเกลียดมัน—เกลียดความสะอาดสะอ้านจอมปลอมที่สำนักกระบี่เมฆายัดเยียดให้ เกลียดความใสซื่อที่ทำให้คนรอบข้างต้องตาย และเกลียดตัวเองที่เพิ่งตระหนักว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางไม่ได้เดินอยู่บนวิถีแห่งธรรม แต่เป็นเพียงตุ๊กตาที่ถูกชักใยโดยเหล่านักพรตหน้าเนื้อใจเสือ “หากข้าเป็นเพียงเครื่องสังเวย... เช่นนั้นท่านเล่า มู่หรงเทียน?” ลี่หลินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับแฝงไปด้วยประกายความอำมหิตที่เพิ่งตื่นรู้ “ท่านจะใช้ข้าเป็นทางผ่านไปสู่พลังอำนาจที่ท่านปรารถนา หรือท่านจะทำลายข้าให้แตกสลายไปพร้อมกับความแค้นของข้ากันแน่?” มู่หรงเทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเชยคางนางขึ้น ฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับกระบี่สัมผัสผิวแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาจนลี่หลินรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย สัมผัสนั้นไม่ได้มีความทะนุถนอมประสาคู่รัก แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อน “ข้าไม่ทำลายสิ่งที่ข้าต้องการครอบครองหรอก ลี่หลิน” เขาเลื่อนหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน “แต่ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของข้า... จนแม้แต่วิญญาณของเจ้า ก็ไม่อาจหลุดรอดจากเงื้อมมือของข้าไปได้ เจ้าจะเกลียดตัวเองที่เคยศรัทธาในคนพวกนั้น และจะโหยหาเพียงแค่ไอหยินที่ข้าหยิบยื่นให้” ลี่หลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธแค้นในใจเปลี่ยนแปรเป็นความปรารถนาที่มืดดำเมื่อนางรับรู้ถึงพลังของเขาที่กำลังรุกรานเข้ามา ทุกหยดเลือดในกายของนางเริ่มเดือดพล่าน ความทรงจำในอดีตที่เคยเป็นดั่งแสงสว่าง กลับกลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาจิตวิญญาณ นางคว้าคอเสื้อของมู่หรงเทียนไว้แน่น สองกายเบียดชิดจนไร้ช่องว่าง “หากข้าต้องเป็นคนชั่วร้าย... ข้าก็จะเป็นคนที่ชั่วร้ายที่สุดจนพวกมันต้องหวาดกลัว!” ลี่หลินเปล่งวาจาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สติสัมปชัญญะของนางแตกซ่านเมื่อริมฝีปากของชายตรงหน้าทาบทับลงมา มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวาน แต่เป็นรสสัมผัสแห่งการครอบครองและพันธสัญญาเลือด ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของนางกำลังจะจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของตัณหาและอำนาจมืด ประตูหินหนักอึ้งของห้องโถงก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยพร้อมกับไอสังหารที่แผ่กระจายออกมาทำให้มู่หรงเทียนต้องผละออกไปอย่างรวดเร็ว ชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของเจ้าสำนักกระบี่เมฆายืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังแสงจันทร์ ในมือถือกระบี่ ‘เหมันต์นิรันดร์’ ที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ ของศิษย์คนสนิทที่นางเคยเรียกขานว่าพี่ชาย “ไป๋ลี่หลิน... เจ้าศิษย์เนรคุณ” เจ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์ “ข้าอุตส่าห์เลี้ยงเจ้ามาเพื่อเป็นภาชนะรองรับไอหยินบริสุทธิ์ แต่ดูเหมือนว่า ‘ของเล่น’ ชิ้นนี้จะเริ่มควบคุมยากเกินไปเสียแล้ว” เขายกกระบี่ขึ้นชี้ตรงมายังหัวใจของนาง พร้อมกับเผยยิ้มที่บิดเบี้ยวซึ่งทำลายความศรัทธาสุดท้ายในใจของลี่หลินจนมอดไหม้ไปตลอดกาล “ถ้าเจ้าไม่อาจเป็นเครื่องบูชายัญที่ว่างเปล่าได้ เช่นนั้นข้าก็จะชำแหละเจ้าเอาวิญญาณมาใช้เอง!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดไปกับหลินหลิงนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%