กลิ่นกำยานดาราสลัวอบอวลอยู่ในตำหนักลับที่ไร้แสงจันทร์ส่องถึง ไป๋ลี่หลินทรุดกายลงนั่งบนพื้นหินเย็นเยียบ รอยเลือดสีชาดที่ไหลซึมจากบาดแผลที่หัวไหล่ค่อยๆ หยดลงบนพรมขนสัตว์สีเข้ม เสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุรุษผู้หนึ่งดังก้องสะท้อนไปมา มันไม่รีบร้อน ทว่าทุกจังหวะการก้าวกลับกดทับลมหายใจของนางให้แทบขาดห้วง
“เจ้าเลือกทางเดินนี้เอง ไป๋ลี่หลิน...” เสียงทุ้มต่ำดั่งระฆังทองสัมฤทธิ์แฝงด้วยไอสังหารที่เยือกเย็นดังขึ้นจากเบื้องหลัง มู่หรงเทียนหยุดยืนอยู่เหนือร่างของนาง ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวเชยคางหญิงสาวขึ้นอย่างถือสิทธิ์ นัยน์ตาสีรัตติกาลของจอมมารจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของศิษย์สายตรงแห่งสำนักกระบี่เมฆา
“วิถีเซียนที่เจ้าเทิดทูนนักหนา ทอดทิ้งเจ้าไว้กลางกองเพลิงแห่งความอัปยศ มิใช่หรือ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แรงบีบที่คางเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนลี่หลินต้องขมวดคิ้วแน่น “หากอยากรอด... ก็จงวางดาบเล่มนั้นลง แล้วดื่มมธุรสนี้เสีย”
จอกหยกใสที่บรรจุของเหลวสีม่วงเข้มถูกยื่นมาตรงหน้า กลิ่นหอมหวานประหลาดเย้ายวนใจยิ่งนัก มันคือ 'มธุรสโลหิตอเวจี' ที่ร่ำลือกันว่าผู้ใดดื่มเข้าไปจะบรรลุวิชาหยินหยางขั้นสูงสุด ทว่าต้องแลกด้วยการสูญเสียจิตวิญญาณแห่งธรรมะไปตลอดกาล
ลี่หลินมองจอกหยกนั้นด้วยแววตาที่กำลังเผชิญกับการต่อสู้ภายในที่ดุเดือด ภาพความทรงจำในสำนักที่นางเคยภาคภูมิใจเลือนหายไปเหมือนหมอกควัน เหลือเพียงความเจ็บแค้นที่ถูกหักหลังและไอเย็นจากวิชาหยินในกายที่พยายามกัดกินนางจากภายใน นางเงยหน้าขึ้น สบตากับมู่หรงเทียนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความหวาดกลัวกลายเป็นความกระหายที่ซ่อนเร้น
“หากข้าดื่มมันแล้ว... ข้าจะสามารถทำลายสำนักที่ทรยศข้าได้จริงหรือ?” เสียงของลี่หลินแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว
มู่หรงเทียนเลิกคิ้วขึ้น มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจ “ไม่ใช่แค่ทำลาย แต่เจ้าจะได้ครอบครองทุกสิ่งที่เจ้าเคยปรารถนา... รวมถึงตัวข้าด้วย หากเจ้ามีความสามารถพอที่จะรับ ‘รสสัมผัส’ ของข้าไว้ในกายา”
บรรยากาศรอบข้างร้อนระอุขึ้นฉับพลัน ลี่หลินยื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับจอกหยกนั้น สัมผัสจากปลายนิ้วของมู่หรงเทียนส่งกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านผิวหนังของนางจนรู้สึกวาบหวามในช่องท้อง นางมิได้รีรออีกต่อไป ความเจ็บปวดจากบาดแผลถูกกลบด้วยความร้อนแรงของของเหลวที่ไหลผ่านลำคอ รสชาติหวานล้ำปนคาวเลือดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ทันใดนั้น พลังปราณที่เคยนิ่งสงบกลับปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง กลิ่นอายมารสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของหญิงสาว เสื้อผ้าเนื้อบางของนางฉีกขาดออกเผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องที่เริ่มปรากฏลวดลายอักขระสีทองเลือนราง ลี่หลินหอบหายใจถี่ สายตาที่มองมู่หรงเทียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเย้ายวนดั่งจิ้งจอกจำแลง
มู่หรงเทียนรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัว แรงดึงดูดนั้นรุนแรงจนลี่หลินแทบจะละลายไปในอ้อมกอดของเขา “เจ้าเริ่มเป็นของข้าแล้ว... ศิษย์น้อย” เขาเหยียดยิ้ม พลางใช้นิ้วไล้ไปตามลำคอระหง “วิถีมารเริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้... เจ้าพร้อมจะเผชิญกับ ‘บทเรียน’ แรกหรือยัง?”
นางโน้มใบหน้าเข้าหาเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากที่อยู่ห่างเพียงคืบ “ข้าไม่เหลืออะไรให้เสียแล้ว... ประมุขมาร” ลี่หลินกระซิบเสียงหวาน ก่อนจะจงใจบดเบียดร่างกายเข้าหาแผงอกแกร่งของเขาอย่างท้าทาย
ในวินาทีที่เปลวไฟในตำหนักโหมกระหน่ำขึ้นอย่างไร้ที่มา กลับมีเสียงกระดิ่งลมดังแว่วมาข้างนอก เสียงนั้นแฝงไปด้วยปราณกระบี่ที่คุ้นเคยยิ่ง... 'อาจารย์เจ้าสำนักกระบี่เมฆา' ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคมกระบี่ที่พุ่งตรงมายังตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ มู่หรงเทียนผลักลี่หลินออกเล็กน้อยพร้อมเบี่ยงตัวหลบกระบี่ที่ตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมกรีดหู
กระบี่เล่มนั้นปักลงที่พื้นข้างเท้าของลี่หลิน และเสียงที่ตามมาทำให้นางต้องหยุดชะงักลง “ศิษย์ทรยศ... เจ้าคิดจะเต้นระบำกับปีศาจจนลืมเลือนความเป็นคนไปแล้วจริงๆ หรือ!” เงาร่างที่คุ้นเคยในชุดขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ราวกับจะพิพากษาชีวิตของนางในทันที
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเล่ห์เหลี่ยมของมารในค่ำคืนนี้ไปกับหลินหลิงร้อยเล่ห์นะคะ
มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 21
ราตรีแห่งการเริ่มต้น
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!