มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 20

พันธะเลือด

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
"เจ้าคิดว่าเลือดของเจ้า... จะล้างมลทินในตัวข้าได้หรือ ไป๋ลี่หลิน" เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในถ้ำลึกดังขึ้น กังวานอยู่ในโสตประสาทของไป๋ลี่หลิน หญิงสาวไม่ได้ตอบกลับทันที เธอทำเพียงนิ่งงันอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้เป็นประมุขพรรคมาร ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงในฐานะศิษย์เอกสำนักกระบี่เมฆา บัดนี้สั่นไหวระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ยากจะจำแนก มู่หรงเทียนก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ กลิ่นอายดิบเถื่อนและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกอเวจีบนอาภรณ์สีดำสนิทของเขากำลังดูดกลืนสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อย มือแกร่งหยาบกร้านเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำมืดสนิทดุจหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้งของเขา "ข้าไม่ได้มาเพื่อล้างมลทิน" เธอเค้นเสียงตอบ ลมหายใจขาดห้วง "ข้ามาเพื่อทำลาย... พันธะที่เจ้าผูกมัดข้าไว้ด้วยกลอุบายชั่วช้า" "ทำลายหรือ?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "เจ้าน่าจะรู้ดีว่าวิชาหยินหยางของพรรคมารเรา เมื่อได้เริ่มหลอมรวมกันแล้ว... เลือดของเจ้าก็มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป แต่มันคือส่วนหนึ่งของข้า" เขากระชากข้อมือบางของเธอเข้าหาตัว ก่อนจะใช้เล็บคมกริบกรีดลงบนปลายนิ้วนางของตนเองอย่างรวดเร็ว หยดเลือดสีแดงสดเข้มข้นดั่งอัญมณีหยดลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ จากนั้นเขาก็คว้ามือของเธอขึ้นมา แล้วกรีดที่ปลายนิ้วของเธอเช่นเดียวกัน ก่อนจะกดรอยแผลทั้งสองเข้าหากัน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่วาบหวามลึกถึงกระดูก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงพิธีกรรม รอยเลือดที่สัมผัสกันเริ่มเรืองแสงสีม่วงอมแดง วนเวียนอยู่รอบข้อมือของทั้งสองดุจงูพิษที่กำลังร่ายรำ ไป๋ลี่หลินรู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอกำลังถูกดึงดูดเข้าไปในกระแสธารอันเชี่ยวกรากของมู่หรงเทียน เธอเห็นภาพนิมิตแห่งความมืดมิด เห็นหุบเขาอเวจีที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง และเห็นใบหน้าของบุรุษตรงหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่เขาซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งจอมมาร "นี่คือสัญญาเลือด..." มู่หรงเทียนกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงอ่อนลงจนน่ากลัว "นับจากวินาทีนี้ หากข้าเจ็บ เจ้าจะรู้สึก หากข้าคลั่ง เจ้าจะไร้สติ หากข้าปรารถนา... ร่างกายของเจ้าจะโหยหาข้ายิ่งกว่าใคร" ไป๋ลี่หลินพยายามจะชักมือกลับ แต่เรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนของเขา ความร้อนจากกายของมู่หรงเทียนซึมลึกผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวหนังของเธอโดยตรง ราวกับเขากำลังถ่ายโอนเปลวเพลิงแห่งความกำหนัดเข้ามายังเส้นลมปราณของเธอ "เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่ มู่หรงเทียน?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้จะพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อต่อต้าน แต่ไอหยินในตัวเขากลับโอบล้อมลมปราณของเธอไว้เสียสนิท "เจ้าเกลียดสำนักกระบี่เมฆา... เจ้าเกลียดข้า... เหตุใดถึงต้องผูกมัดชีวิตข้าไว้กับเจ้าเช่นนี้?" บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้ตอบคำถาม เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากนุ่มของเธอ เพียงแค่ลมหายใจรดรินเธอก็แทบจะหลอมละลาย "ข้าไม่เคยเกลียดสิ่งที่เป็นของข้า..." เขาหยุดเว้นจังหวะ สายตาที่เขามองเธอนั้นมิใช่สายตาของศัตรู แต่มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันเป็นที่รักยิ่ง "ในวันที่โลกทั้งใบผลักไสข้าลงสู่ขุมนรก เจ้าคือแสงสว่างเดียวที่ข้าอยากจะพรากมาครอบครองให้ดับสิ้นไปพร้อมกับความบริสุทธิ์ของเจ้าเอง" ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบาแต่เร้าอารมณ์ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสไปตามแนวกระดูกสันหลัง ทำให้ไป๋ลี่หลินขนลุกซู่ เธอรู้สึกถึงแรงกระตุ้นที่ยากจะสะกดกลั้น ยิ่งเลือดของเขาสัมผัสกับเลือดของเธอ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ยิ่งเลือนหายไปเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เธอโหยหาเขา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหน่วงหนักไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม ทันใดนั้น ประตูหินหนักอึ้งของโถงพิธีกรรมก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงกระแทกมหาศาล เสียงกรีดร้องของเหล่าศิษย์พรรคมารดังระงมเข้ามาจากภายนอก มู่หรงเทียนชะงัก ร่างสูงตระหง่านผละจากไป๋ลี่หลิน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยเสน่ห์เล่ห์ร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันเลือดเย็นในฉับพลัน เขาหันไปมองยังทางเข้าโถงที่บัดนี้ปรากฏเงาร่างของบุคคลที่ทุกคนในยุทธภพต่างหวาดเกรง "ท่านอาจารย์...?" ไป๋ลี่หลินครางแผ่วด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเห็นเจ้าสำนักกระบี่เมฆามายืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมด้วยกองกำลังนับร้อยที่ล้อมโถงพิธีกรรมไว้จนมิด มู่หรงเทียนหัวเราะหึในลำคอ เขาคว้ากระบี่อเวจีขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะหันมามองไป๋ลี่หลินด้วยรอยยิ้มที่สื่อความนัยบางอย่าง "ดูเหมือนว่า 'พันธะเลือด' ของเรา จะไม่ได้มีแค่เราสองคนที่เป็นพยานเสียแล้วล่ะ... ศิษย์รัก" เขากระชากร่างของเธอเข้าไปกอดไว้แน่น ประหนึ่งต้องการประกาศให้โลกรับรู้ว่านางเป็นของใคร ในขณะที่ดาบในมือเขาสั่นระริกด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งที่พร้อมจะสังหารทุกคนที่ขวางทางไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือศัตรูคนใดก็ตาม ความหวังที่จะหลุดพ้นพังทลายลงในพริบตา เมื่อคมกระบี่ของอาจารย์ตัวเองพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และสิ่งที่มู่หรงเทียนกระซิบข้างหูเธอก่อนที่การนองเลือดจะเริ่มขึ้นนั้น คือประโยคที่ทำให้โลกของไป๋ลี่หลินพังทลายลงโดยสิ้นเชิง... "บอกข้าสิ... ว่าเจ้าจะเลือกใคร ระหว่างคนที่สอนให้เจ้าเป็นเซียน หรือคนที่กำลังจะพาเจ้าไปสู่จุดสูงสุดของความเสื่อมทรามไปพร้อมกับข้า!" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเล่ห์เหลี่ยมของมารในค่ำคืนนี้ไปกับหลินหลิงร้อยเล่ห์นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%