ไอพิษสีนิลที่ลอยวนเวียนอยู่เบื้องหน้ามิได้เกิดจากเตาหลอมโอสถ หากแต่พวยพุ่งออกมาจากห้วงสำนึกที่บิดเบี้ยวของคนทั้งสอง ไป๋ลี่หลินหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียนละเอียด ทว่าความเหนื่อยล้าทางกายยังไม่น่ากลัวเท่ากับร่องรอยความมืดมนที่กัดกินวิญญาณนางทีละน้อย มันไม่ใช่การฝึกปราณคู่ธรรมดา... แต่มันคือกุญแจที่เปิดประตูขุมนรกที่กักขังวิญญาณของพวกเขาเอาไว้!
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังแว่วมาจากมุมมืดของตำหนักลับ มู่หรงเทียนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนแท่นหยกดำ สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองร่างที่กำลังสั่นเทาของหญิงสาวเบื้องหน้า เขาย่อมรู้ดีว่าการเปิดประตูนรกโลกันตร์ย่อมต้องแลกมาด้วยสิ่งใด แต่มือหนากลับเอื้อมไปคว้าคางของนางขึ้นมา บังคับให้ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวาดหวั่นต้องสบประสานกับนัยน์ตาสีแดงฉานดั่งโลหิตของตน
"กลัวแล้วหรือ... แม่นางไป๋?" น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าราวกับเสียงกระซิบจากซาตาน "ไหนล่ะจิตวิญญาณแห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้สูงส่ง? เหตุใดตอนนี้จึงดูเหมือนลูกนกตกน้ำที่รอความเมตตาจากข้ากันเล่า"
ไป๋ลี่หลินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นขึ้น แรงปรารถนาอันเร่าร้อนที่ถูกปลุกเร้าจากวิชาหยินหยางยังคงวิ่งพล่านอยู่ตามเส้น
ชีพจร ราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผาจากภายใน นางปัดมือของเขาออกด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"ต่อให้ข้าต้องตกสู่อเวจี... ข้าก็ไม่มีวันยอมตกเป็นทาสอารมณ์ของมารสารเลวเช่นท่าน!"
"ปากดีนัก..." มู่หรงเทียนแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความถูกใจ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดอย่างรวดเร็วจนแทบไม่เปิดโอกาสให้หลบหนี ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ชวนให้หัวใจของนางเต้นระส่ำอย่างควบคุมไม่ได้
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะทาบทับลงมา เสียงระเบิดพลังอันเกรี้ยวกราดก็ดังสนั่นหวั่นไหวจากเบื้องนอก ประตูหินหนักอึ้งพังทลายลงเป็นจุล พร้อมกับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มที่ก้าวเข้ามาด้วยจิตสังหารอันรุนแรง!
"มู่หรงเทียน! ท่านกล้าซ่อนนังสารเลวผู้นี้ไว้ในตำหนักส่วนตัวของท่านเรอะ!"
เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความริษยาและเกลียดชังดังบาดแก้วหู ไป๋ลี่หลินเบนสายตาไปมองผู้มาใหม่ทันที นางคือ 'เหนียงอี้' ธิดาแห่งหุบเขาโลหิต ผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นคู่หมั้นของประมุขพรรคมารมาโดยตลอด และในยามนี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังลุกโชนไปด้วยไฟพะเนียงแห่งความหึงหวง นางมองสำรวจสภาพอันไม่เรียบร้อยของไป๋ลี่หลิน เส้นผมที่ยุ่งเหยิงและอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย ยิ่งทำให้สติของเหนียงอี้ขาดผึ่ง
"อี้เอ๋อร์ เจ้ากล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามา?" มู่หรงเทียนผละออกจากร่างบางอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตา ปราณมารรอบกายแผ่ขยายออกไปกดดันจนผู้มาใหม่ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ข้าหรือที่กล้า?" เหนียงอี้แค่นยิ้มหยัน หยิบกริชโลหิตประกายแสงวาววับออกมาจากอกเสื้อ ปลายมีดชี้ตรงมาที่ไป๋ลี่หลินซึ่งกำลังพยายามยันกายลุกขึ้น "ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตำแหน่ง 'มารนี' ข้างกายท่านควรเป็นของผู้ใด! นังผู้หญิงสำนักคุณธรรมหน้าโง่นี่ มีดีอันใดนอกจากใช้เรือนร่างยั่วยวนท่านให้หลงใหล!"
บรรยากาศภายในตำหนักอเวจีพลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ไป๋ลี่หลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เรียวขาจะยังสั่นเทาจากพิษวิชาคู่ แต่นางก็มิได้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ศัตรูหัวใจได้เห็น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง
"หากข้าใช้เรือนร่างยั่วยวน... แล้วเหตุใดท่านประมุขจึงต้องดึงดันรั้งข้าไว้ในที่แห่งนี้เล่า?" ไป๋ลี่หลินเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นิ่มนวลบาดลึก "บางที... สิ่งที่เขาค้นหาในตัวข้า อาจเป็นสิ่งที่สตรีไร้ค่าเช่นเจ้าไม่มีวันเทียบติดกระมัง"
"นัง... นังสารเลว! ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ!"
เหนียงอี้กรีดร้องสุดเสียง พลังปราณสีม่วงเข้มระเบิดออกจากร่าง นางพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกริชโลหิตที่หวังจะปลิดชีพไป๋ลี่หลินในดาบเดียว ความเร็วและรุนแรงนั้นสะท้อนถึงฝีมือระดับปรมาจารย์แห่งหุบเขาโลหิต ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้างยามเมื่อคมมีดพุ่งเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกของความตาย ร่างกายของนางยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ การจะหลบหลีกการโจมตีนี้ในเสี้ยววินาทีจึงเป็นเรื่องยากยิ่ง
ทว่า ก่อนที่กริชอาบยาพิษจะปักเข้าที่หัวใจของนาง เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พาดผ่านราวกับสายฟ้าแลบ มู่หรงเทียนคว้าข้อมือของเหนียงอี้เอาไว้แน่นด้วยมือเดียว แรงบีบมหาศาลทำให้กริชในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินเสียงดังเคร้ง!
"ท่านพี่... ท่านปกป้องมันหรือ?" เหนียงอี้เงยหน้ามองบุรุษที่นางรักสุดหัวใจด้วยแววตาแตกสลาย หยาดน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าเวทนา
มู่หรงเทียนมิได้ตอบคำถาม สายตาเย็นชาคู่นั้นมองนางราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง ก่อนที่เขาจะกระซิบข้างหูของสตรีผู้โง่เขลาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนต้องเย็นเฉียบ
"เจ้าล้ำเส้นเกินไปแล้ว... และทางเดียวที่จะชดใช้ความผิดนี้ได้ คือการเอาเลือดในอกของเจ้า มาเติมเต็มพิธีกรรมที่ยังไม่สมบูรณ์ของนางผู้นี้ซะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความเข้มข้นในบทนี้นะคะ หลินหลิงร้อยเล่ห์สัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและดราม่าสุดเร่าร้อนให้ท่านในตอนต่อไปอย่างจุใจแน่นอนค่ะ!
มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 24
ความริษยาของนางมาร
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!