มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 33

ค่ำคืนแห่งการหลบหนี

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
“เจ้าจะหนีไปให้พ้นจากเงาของตัวเองได้อย่างไร... ลี่หลิน” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรกดังขึ้นชิดใบหู ขณะที่ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของไป๋ลี่หลิน นางไม่ได้หันกลับไปมอง แต่สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่เบื้องหลัง มือหนาของมู่หรงเทียนกระชับรัดเอวคอดกิ่วของนางแน่นขึ้นจนแทบจะฝังร่างนางลงไปในแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ บรรยากาศในถ้ำลับหลังน้ำตกแห่งนี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของหยินบริสุทธิ์จากร่างของไป๋ลี่หลินกำลังปะทะกับพลังปราณมารอันดุดันของมู่หรงเทียนจนเกิดประกายไฟสีม่วงจางๆ รอบกาย “ท่านประมุข... ปล่อยหม่อมฉัน” นางเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับกายหนีแต่ยิ่งขยับ มู่หรงเทียนกลับยิ่งออกแรงยึดแน่นขึ้นราวกับต้องการจะบดขยี้ให้นางแหลกคามือ “สำนักกระบี่เมฆาตามมาถึงปากทางเข้าแล้ว หากท่านยังรั้งตัวข้าไว้ที่นี่ เราทั้งคู่ไม่มีทางรอดไปได้” มู่หรงเทียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาทจนนางต้องหลับตาลงแน่น “รอด? เจ้าคิดว่าข้า มู่หรงเทียน ผู้นี้ต้องการความรอดงั้นหรือ? สิ่งที่ข้าต้องการมีเพียงหนึ่งเดียว... คือการหลอมรวมพลังหยินในกายเจ้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้า เพื่อที่ข้าจะได้กลายเป็นอมตะในยุทธภพนี้” นิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้ใบหน้าหวานล้ำที่มีหยาดเหงื่อซึมตามไรผมสบตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหิวโซของเขา สายตาของเขามีทั้งความต้องการดั่งไฟสุมและความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะสังหารทุกคนที่ขวางทาง “ท่านมันปีศาจ” นางพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ “ถ้าข้าเป็นปีศาจ เจ้าก็คือเครื่องสังเวยที่หวานหอมที่สุดในใต้หล้า” มู่หรงเทียนไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงมาบดจูบริมฝีปากบางของนางอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน รสสัมผัสที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและอำนาจมืดทำให้ไป๋ลี่หลินสั่นสะท้าน มือเล็กที่พยายามจะผลักไสกลับเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อพลังหยินในกายของนางตอบสนองต่อไอเย็นจากตัวเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้ นี่คือวิถีเซียนอเวจีที่นางหวาดกลัว... มันกำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะของนางไปทีละน้อย “ศิษย์พี่หญิง! ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่!” เสียงตะโกนของศิษย์ร่วมสำนักกระบี่เมฆาดังเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที แสงคบเพลิงส่องสว่างวูบวาบผ่านม่านน้ำตกเข้ามาในถ้ำเป็นระยะ ความหวาดหวั่นแล่นริ้วขึ้นในใจของไป๋ลี่หลิน หากพวกเขาพบเห็นภาพนี้ นางจะไม่มีวันได้กลับไปเหยียบสำนักอีกเป็นครั้งที่สอง และชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าของหญิงแพศยาที่ยอมทอดกายให้จอมมาร มู่หรงเทียนหยุดชะงัก ผละออกจากริมฝีปากนางเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายขณะมองไปยังปากถ้ำ “เจ้ามีสองทางเลือก ลี่หลิน... หนึ่งคือออกไปรับความตายด้วยน้ำมืออาจารย์ของเจ้าที่มองว่าเจ้าเป็นตัวมลทิน หรือสอง... ยอมจำนนต่อข้า แล้วข้าจะเปลี่ยนเจ้าให้เป็นราชินีแห่งอเวจี ผู้ที่แม้แต่เหล่าทวยเทพยังต้องก้มหัวให้” ไป๋ลี่หลินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง จังหวะหัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก นางมองเห็นความหวังอันน้อยนิดในสายตาของเขา ทว่ามันเป็นความหวังที่ต้องแลกมาด้วยความมืดมิดชั่วนิรันดร์ “ข้าจะเลือกทางที่สาม” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ มือของนางสอดเข้าไปในแขนเสื้อ คว้ากระบี่หยกสั้นๆ ที่ซ่อนไว้ขึ้นมา “คือการทำให้ท่านสูญสิ้นพลัง... ไปพร้อมกับข้า” นางใช้จังหวะที่เขากำลังประมาท หมุนตัวพลิกกายออกมาจากอ้อมกอด ก่อนจะกดกระบี่หยกเข้าที่จุดชีพจรหลักบนแขนของมู่หรงเทียน ทว่าจอมมารกลับไม่หลบหลีก เขากลับคว้าข้อมือนางไว้แน่นจนเสียงกระดูกข้อมือของนางลั่นกรอบ “ข้าบอกแล้วไง... เจ้าหนีข้าไม่พ้น” มู่หรงเทียนกระชากร่างนางเข้ามาปะทะอกอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้เพียงแค่กอด แต่เขากดร่างของนางลงกับพื้นหินเย็นเยียบท่ามกลางเสียงฝีเท้าของศิษย์สำนักกระบี่เมฆาที่ก้าวเข้ามาใกล้ถ้ำจนถึงจุดที่มองเห็นเงาร่างของทั้งสองคนจากมุมมืด ทว่าในวินาทีที่แสงคบเพลิงสาดส่องเข้ามาถึงตัวคนทั้งสอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดด้านหลังมู่หรงเทียน... เป็นเสียงปรบมือที่เชื่องช้าและเย็นเยียบจนขนหัวลุก “ช่างเป็นภาพที่น่าอภิรมย์เหลือเกิน... ศิษย์เอกสำนักกระบี่เมฆากับประมุขพรรคมาร กำลังแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างลึกซึ้ง” เงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก้าวออกมาจากความมืด มันคืออาจารย์เจ้าสำนักกระบี่เมฆาที่ทุกคนต่างเกรงขาม ไป๋ลี่หลินเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง ส่วนมู่หรงเทียนกลับแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ทันใดนั้น อาจารย์เจ้าสำนักกลับชักกระบี่ออกมา... แต่มิใช่เพื่อสังหารมู่หรงเทียน หากแต่พุ่งตรงมาที่ไป๋ลี่หลินด้วยเจตนาสังหารที่รุนแรงกว่าเดิม มู่หรงเทียนหัวเราะร่าและคว้าตัวลี่หลินกอดไว้แน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางแทบหยุดหายใจ “ดูเหมือนอาจารย์ของเจ้าจะไม่ได้มาเพื่อช่วย... แต่มาเพื่อ ‘ปิดปาก’ พยานเพียงคนเดียวที่จะเปิดเผยความลับอันดำมืดของสำนักเมฆา... เจ้าจะยอมร่วมมือกับข้าเพื่อรอดชีวิต หรือจะตายในฐานะศิษย์ที่ถูกทอดทิ้งล่ะ?” หลินหลิงหวังว่าทุกท่านจะยังคงกลั้นหายใจไปพร้อมกับหลินหลิงในความมืดมิดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%