มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี•ตอนที่ 8

ความลับใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
“เจ้าคิดว่าร่างกายที่เปื้อนคาวเลือดของข้า จะสามารถรองรับวิถีเซียนอเวจีของเจ้าได้จริงหรือ มู่หรงเทียน?” ไป๋ลี่หลินเค้นเสียงถามท่ามกลางความเงียบงันในถ้ำลับใต้เงาจันทร์ ไอเย็นเยียบจากกายาเซียนบริสุทธิ์ของนางปะทะเข้ากับปราณมารอันร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างบุรุษเบื้องหน้า กลิ่นกำยานที่ควรจะหอมละมุนกลับอบอวลไปด้วยไอสังหารที่เจือความปรารถนาอันดิบเถื่อน มู่หรงเทียนไม่ตอบถ้อยคำวาจา ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนางราวกับจะกลืนกินวิญญาณ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับกระบี่มาค่อนชีวิตเชยคางนางขึ้น แผ่วเบาแต่ทว่าหนักแน่นไร้ทางหลีกหนี “วิถีเซียนอเวจีไม่ได้ต้องการเพียงการโคจรปราณ แต่มันต้องการ ‘ความเชื่อใจ’ ที่ยอมรับซึ่งกันและกัน... เจ้ากล้าพอที่จะเปิดเปลือยทุกส่วนของจิตวิญญาณให้ข้าเห็นหรือไม่?” ไป๋ลี่หลินนิ่งงัน ลมหายใจของนางติดขัดเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของมู่หรงเทียนเลื่อนไล้ไปตามแนวลำคอระหง กลิ่นอายหยินในตัวนางเริ่มปั่นป่วนเมื่อเขาขยับกายเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากแผงอกกำยำ “ท่านต้องการให้ข้าเผยความลับ... หรือต้องการทำลายข้ากันแน่?” นางกระซิบถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยขณะที่มือของนางวางลงบนอกของเขา สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของจอมมารผู้ไร้หัวใจ “ความลับก็คือความรัก... และความรักก็คือหายนะ” มู่หรงเทียนกระซิบตอบข้างใบหู ก่อนจะประทับจูบลงบนรอยแยกของเสื้อผ้าที่เผยให้เห็นผิวขาวผ่องดุจหิมะ กลิ่นหอมจางๆ จากร่างของหญิงสาวทำให้สติของเขากระเจิดกระเจิง ความร้อนแรงที่เขาพยายามกดข่มไว้บัดนี้ได้ระเบิดออกดุจเขื่อนที่พังทลาย เมื่อร่างทั้งสองแนบชิด พลังหยินจากกายาเซียนของไป๋ลี่หลินก็พุ่งพล่านเข้าสู่ร่างมารของมู่หรงเทียนดุจสายน้ำเชี่ยวกราก มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่น่าสะพรึงกลัว แต่มันคือความรู้สึกวูบวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไขสันหลัง ไป๋ลี่หลินกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้สึกว่ากระแสลมปราณที่เคยแยกส่วนกันกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่ง พลังสีเงินและสีดำทอประกายรอบกายของคนทั้งคู่ หมุนวนเป็นวงกลมดั่งหยินหยางที่สมบูรณ์แบบ เขากระซิบด้วยเสียงแหบพร่า “เจ้าเห็นหรือไม่... ลี่หลิน... เลือดในกายของข้ากำลังขับขานนามของเจ้า” นางรู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลวนผ่านกระดูกสันหลัง ความร้อนผ่าวที่โอบล้อมทั่วทุกอณูขุมขนทำให้นางแทบละลายอยู่ในอ้อมกอดของเขา นี่มิใช่เพียงการเสพสมทางกามารมณ์ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาที่ลึกซึ้งที่สุด พลังแห่งจอมมารได้รับพลังแห่งเซียนบริสุทธิ์มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย ทำให้จิตใจที่เคยกระหายเลือดของเขาสงบลงอย่างประหลาด ในขณะที่ตัวนางเองก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่นางไม่เคยคาดคิดว่าจะมี ในชั่วขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว แสงสีทองประกายม่วงสว่างวาบไปทั่วถ้ำ ภาพนิมิตแห่งตำนานวิถีเซียนอเวจีปรากฏขึ้นกลางอากาศดั่งรอยจารึกโบราณ มันเผยให้เห็นถึงที่มาของพลังหยินและหยางที่ผูกพันกันมานับพันปี แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเร่าร้อนถึงขีดสุด ไป๋ลี่หลินกลับเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่ยืนแอบมองอยู่หลังโขดหินทางเข้าถ้ำ เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'จ้าวสำนักกระบี่เมฆา' อาจารย์ที่นางเคารพรักยิ่ง ผู้ซึ่งกำลังถือกระบี่อาบยาพิษในมือ พร้อมที่จะปลิดชีพคนทั้งคู่ได้ทุกเมื่อ หากพวกเขายังคงหมกมุ่นอยู่กับการหลอมรวมพลังจนไม่ทันระวังตัว มู่หรงเทียนหยุดกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารจากผู้มาเยือนที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไป๋ลี่หลินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง พลังที่เพิ่งผสานกันกลับตีกลับจนกลายเป็นความเจ็บปวดเสียดแทงไปถึงขั้วหัวใจ “ท่านอาจารย์...” ไป๋ลี่หลินครางชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและสิ้นหวัง เมื่อเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของชายผู้เป็นเหมือนบิดาเริ่มก้าวเข้ามาใกล้เงามืดที่เขาทั้งคู่กำลังซ่อนตัวอยู่ ขอบพระคุณที่ร่วมดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกของความลับแห่งเงาจันทร์ไปกับหลินหลิงร้อยเล่ห์นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มธุรสโลหิตใต้เงาจันทร์: บรรลุวิถีเซียนอเวจี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%