แฟ้มเอกสารสีชาสวมสันหนังอย่างดีถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับ เสียงกระแทกนั้นเบาหูแต่วิสัยทัศน์ที่มืดบอดในหัวของศิลาฃกลับดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรศิลาธรจ้องเขม็งไปยังกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าที่ลูกน้องคนสนิทเพิ่งสืบเสาะมาได้ มันคือประวัติการรักษาพยาบาล ใบเสร็จจากคลินิกสูตินรีเวชขนาดเล็กย่านชานเมือง และภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดเก่าๆ เมื่อสามปีก่อน—ภาพของหญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อคลุมกันหนาวตัวโคร่ง ก무้มหน้ากุมท้องเดินก้าวขาอย่างยากลำบากเข้าไปในสถานพยาบาลโดยลำพัง ไม่มีเงาของสามี ไม่มีแม้แต่คำปลอบโยน
รินรดา... ภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเปราะบางจนน่ารำคาญ อ่อนแอจนต้องคอยหลบอยู่ใต้เงาของเขาเสมอ ในเวลานั้น... เธอแบกรับความลับอะไรไว้ภายใต้รอยยิ้มจืดจางที่เขาไม่เคยใส่ใจไยดี?
"แน่ใจนะว่าข้อมูลพวกนี้ไม่ผิดพลาด?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม รอดไรฟันที่ขบเข้าหากันจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานกว้างขวาง แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาบึงในอกที่เริ่มกัดกินหัวใจเขาช้าๆ
"ตรวจสอบสามรอบแล้วครับคุณศิลา... เอ่อ ขออภัยค่ะ นายท่าน" เลขาสפר์หนุ่มรีบแก้คำพูดเมื่อสบเข้ากับสายตาดุดันที่หวาดผวา "คุณรินรดาเคยตั้งครรภ์จริง ๆ ครับ เมื่อสามปีก่อน ตอนช่วงที่เราแต่งงานกันได้ปีกว่าๆ แต่... แต่ทว่า..."
"แต่ทำไม! พูดต่อสิ!" ศิลาตวาดลั่น มือหนากำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ—ความกลัว... ความกลัวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นผู้ชนะ
"เด็ก... เด็กแท้งครับ เนื่องจากภาวะเครียดอย่างรุนแรงและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนักในคืนพายุเข้า... คืนนั้นที่คุณศิลาไม่ได้กลับบ้านเพราะติดงานเลี้ยงฉลองโปรเจกต์ใหญ่กับคุณมุกริน..."
ราวกับมีค้อนเหล็กอันมหึมาฟาดลงกลางศีรษะจนมึนงง ศิลานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกะทันหัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาฉายชัดในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก คืนนั้น... คืนที่ฝนตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง คืนที่รินรดานั่งขดตัวอยู่บนโซฟาตัวยาวด้วยใบหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เธอพยายามเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยเสียงแหบพร่า แต่สิ่งที่เขาตอบกลับไปคือความรำคาญ หยัดกายลุกขึ้นควกุญแจรถขับออกไปอย่างไร้เยื่อใย โดยทิ้งคำพูดเชือดเฉือนทิ้งไว้ว่า *'อย่าทำตัวน่ารำคาญได้ไหมรินรดา รู้จักโตซะที!'*
พระเจ้า... เขาเป็นคนฆ่าลูกของตัวเองทางอ้อมอย่างนั้นหรือ? เขาเป็นคนผลักไสภรรยาที่ตั้งท้องสายเลือดของเขาให้ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและความตายอย่างเลือดเย็นที่สุด!
ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ดวงตาคมเข้มที่เคยพยับหมอกด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้แดงก่ำ ขอบตาร้อนผ่าวอย่างที่ไม่มีน้ำตาจะไหลออกมาได้ มีเพียงความเจ็บปวดเจียนตายที่กรีดแทะลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อนึกถึงรอยแผลเป็นในอดีตที่รินรดาไม่เคยปริปากบ่นสักคำ เธอกลืนกินความเจ็บปวดทั้งหมดไว้ด้วยความเงียบ และปล่อยให้เขาเหยียบย่ำซ้ำเติมดวงใจที่แตกสลายนั้นจนป่นปี้
ไม่... เขาจะยอมแพ้แค่นี้ไม่ได้!
ในเมื่ออดีตไม่อาจแก้ไข ศิลาก็สาบานกับตัวเองในความมืดมิดว่าเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไถ่บาป แม้จะต้องก้มลงกราบแทบเท้าเธอก็ยอม ต่อให้รินรดาในวันนี้จะกลายเป็นดอกไม้เหล็กที่แข็งแกร่ง เย็นชา และมีผู้ชายหน้าไหนคอยเคียงข้างอย่างวินเซนต์คอยปกป้อง เขาก็จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด!
เกือบเที่ยงคืน ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แสงไฟสลัวจากห้องเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดส่องประกายแข่งกับแสงดาว รินรดากำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ สวมชุดนอนผ้าไหมสีมุกขับผิวเนียนละเอียดให้ยิ่งเปล่งประกายงดงาม ความสำเร็จจากงานเปิดตัวโปรเจกต์ล่าสุดร่วมกับวินเซนต์ทำให้เธอกลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่วงการสังคมต้องจับตามอง รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้หญิงที่เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน ไม่มีคราบน้ำตาของผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
กริ๊งงง—!
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดากᱷมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ใครกันที่จะมาหาเธอ? วินเซนต์กลับไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้ว หรือจะเป็นรูมเซอร์วิส?
ร่างระหงก้าวเดินไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง มือเรียวเปิดแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อยผ่านโซ่คล้องนิรภัย แต่ทว่า แรงผลักจากภายนอกกลับดันประตูให้เปิดผางเข้ามาอย่างแรงด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า!
กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่เธอจำได้ดีจนฝังใจ พัดปะทะเข้ากับใบหน้า ศิลายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่คมแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่มิได้ไหลริน สันกรามขบแน่นจนนูนเด่น และลมหายใจหอบกระชั้นที่บอกถึงความพังทลายภายใน
"คุณศิลา! คุณเข้ามาได้อย่างไร รบกวนออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!" รินรดาตวัดเสียงเฉียบขาด ดวงตากลมโตฉายแววรังเกียจและระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวพยายามจะผลักแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสั่นคลอนภูเขาเหล็กตรงหน้าได้
ศิลาไม่ยอมขยับ เขากลับก้าวล้ำเข้ามาด้านในแล้วใช้ร่างกำยำดันบานประตูให้ปิดลง พร้อมกับล็อกกลอนอย่างแน่นหนาในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกราบจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความสำนึกผิด ความคลั่งไคล้ และความเจ็บปวดรวดร้าวที่ระเบิดออกจนควบคุมไม่อยู่
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเทาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือหนาสั่นระริกยื่นออกไปหมายจะแตะต้องแก้มนวล แต่รินรดากลับเบี่ยงหน้าหลบราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สิ่งปฏิกูล
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง "สภาพทุเรศอะไรกันนี่ ประธานศิลาผู้สูงส่ง ไร้หัวใจ และเหยียบย่ำคนอื่นเป็นว่าเล่น กำลังทำตัวเป็นโรคจิตบุกรุกห้องพักผู้หญิงกลางดึกงั้นเหรอคะ? หรือว่าหุ้นบริษัทคุณกำลังจะเจ๊ง จนต้องมาขอความช่วยเหลือจากอดีตภรรยาที่คุณเคยเขี่ยทิ้งเหมือนก้อนกรวด?"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีด กรฺีดแทะหัวใจของศิลาให้แหลกสลายคามือ แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธเคือง เพราะทุกอย่างที่เธอพูด... มันคือความจริงที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองทั้งสิ้น
"ผมรู้แล้ว..." ศิลาเอ่ยเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาคมเข้ม ไหลผ่านแก้มสากอย่างไม่อายฟ้าดิน "ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว... เรื่องลูกของเรา... เรื่องที่ผมมันโง่เง่า ทำลายชีวิตคุณ ทำลายดวงใจของเราด้วยมือของตัวเอง..."
รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากของรินรดาแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว เธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เยชาชา และไร้ความรู้สึกดังเดิม
"ลูกเหรอคะ?" รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนน่ากลัว ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าลงแทบเท้าเธออย่างหมดสภาพ "คุณกำลังพูดเรื่องเพ้อเจ้ออะไรอยู่ ฉันไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด"
"ริน... อย่าทำร้ายผมด้วยการปฏิเสธแบบนี้เลย" ศิลาโถมกายคุกเข่าลงกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ สองมือหนาเอื้อมไปคว้าข้อเท้าเรียวมากุมไว้แนบแน่นราวกับเธอกำลังจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา หยดน้ำตาร้อนผ่าวร่วงหยดลงบนหลังเท้าของเธอ สร้างความสะท้านเยือกในอกของหญิงสาวอย่างห้ามไม่ได้ "ผมขอโทษ... ผมยอมรับบทลงโทษทุกอย่างที่คุณต้องการ จะให้ผมชดใช้ด้วยอะไรก็ได้ แต่อย่าทำเป็นไม่รับรู้ความจริง... อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนในชีวิตคุณอีกเลย!"
รินรดาก้มมองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ที่บดขยี้ศักดิ์ศรีตัวเองลงมาคุกเข่าแทบเท้า หัวใจที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบไหวด้วยความเจ็บปวดที่ตกค้าง แต่ความแค้นและความช้ำตรมตลอดสามปีที่ผ่านมา ก็กรีดร้องเตือนสติเธอไม่ให้ใจอ่อนเป็นอันขาด
มือเรียวสะบัดข้อเท้าออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี เธอก้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเชยคางได้รูปของเขาขึ้นบังคับให้สบตากัน รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวยอีกครั้ง แต่แววตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งประกายแห่งความรักหลงเหลืออยู่
"คุณอยากไถ่บาปงั้นเหรอคะศิลา?" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบาข้างริมหูเขา น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นดุจสายลมหนาวในเหมันตฤดู "งั้นก็จำความรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายที่คุณกำลังเผชิญอยู่นี้ไว้ให้ดี... เพราะนี่มันยังน้อยเกินไปเทียบกับสิ่งที่ฉันต้องเจอในนรกหมกไหม้ที่คุณมอบให้!"
พูดจบรินรดาจึงผลักร่างสูงใหญ่ออกอย่างแรงจนเขานอนหงายหลังล้มลงไปบนพื้นพรม หญิงสาวหมุนตัวเตรียมก้าวเดินหนีเข้าห้องนอนเพื่อตัดขาดความเร่าร้อนบ้าคลั่งนี้เสีย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นขอบประตู มือหนากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอ แล้วออกแรงดึงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างบางก็ปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความรัญจวนที่แฝงไปด้วยความคลั่งไคล้
ศิลาพลิกตัวครอบครองพื้นที่โดยกักขังเธอไว้ระหว่างผนังห้องกับร่างกายกำยำของเขา ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
และก่อนที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงกรีดร้อง ประท้วง หรือผลักไส ริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มก็โน้มลงมาประกบทับกลีบปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี!
รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความสำนึกผิด และความปรารถนาอันบ้าคลั่งระเบิดขึ้นในความมืดมิดของค่ำคืน รสชาติของหยดน้ำตาและคราบเลือดในอดีตผสานกลืนไปกับสัมผัสวาบหวามที่ดึงดูดใจจนร่างบางสั่นสะท้าน มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแนบแน่น ขณะที่อีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงใบหน้าสวยให้รับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น สมองของรินรดาวูบดับ เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับซาตานร้ายตนนี้อีกครั้ง... หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นที่แท้จริงกันแน่?
แต่ทว่า—ในวินาทีที่ร่างทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผา เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็แทรกเข้ามาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน
"รินรดา! คุณอยู่ในนั้นไหม? ผมวินเซนต์เอง! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!"
ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตื่นตระหนก สติที่หลุดลอยกลับคืนมาในพริบตา เมื่อเธอเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาหึงหวงอย่างดิบเถื่อนของศิลา ที่กำลังก้มกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น
*"ปล่อยให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นตะโกนไปเถอะ... เพราะคืนนี้ คุณไม่มีวันได้ออกไปไหนทั้งนั้น รินรดา!"*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดอันวิจิตรนี้นะคะ... ละอองดาวเดือนเก้า
ทัณฑ์คืนใจ: เมื่ออดีตภรรยาไม่ได้รักคุณอีกต่อไป•ตอนที่ 7
ความลับที่เธอเคยปกปิด
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนใจ: เมื่ออดีตภรรยาไม่ได้รักคุณอีกต่อไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!