เสียงปรบมือดังกึกก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของลักชูรี กรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศที่ครั้งหนึ่งรินรดาเคยเป็นเพียง "ภรรยาในเงา" ผู้ไม่มีตัวตน แต่ในนาทีนี้ ร่างระหงในชุดสูดเข้ารูปสีเทาควันบุหรี่กำลังยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ แววตาของเธอนิ่งสงบ ทว่าเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่สะกดให้คณะกรรมการและนักลงทุนกระเป๋าหนักทุกคนต้องยอมสยบ
แผนกลยุทธ์การพลิกฟื้นโครงการ "ดิ เอมิเรตส์" ที่เธอใช้เวลาศึกษาและกลั่นกรองด้วยหยาดเหงื่อและความเจ็บปวดในอดีต ถูกนำเสนอออกมาอย่างเฉียบคม ไร้ที่ติ ทุกตัวเลขและการคาดการณ์ตลาดมีความแม่นยำราวนักพยากรณ์มือโปร จนคู่แข่งทางการค้าอย่างศิลา—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ามศักดิ์ศรีของเธอ—ที่นั่งอยู่ในมุมหนึ่งของห้องประชุมถึงกับต้องกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
ดวงตาคมกริบของศิลายามนี้เต็มไปด้วยความระอุของอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งความตะลึงพรเพริด ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ และความโหยหาที่แผดเผาจนเจ็บปวด เขามองอดีตภรรยาผู้ที่เขาเคยผลักไสให้กลายเป็นเศษธุลี แต่บัดนี้เธอกลับกล ายเป็นดวงดาวเจิดจรัสบนฟากฟ้าที่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือคว้า รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงเปราะบางที่คอยนั่งรอคอยความเมตตาจากเขาที่หน้าประตูบ้านอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็น "นักวางแผนมือหนึ่ง" ที่วงการธุรกิจต่างแย่งชิงตัว และเป็นผู้หญิงที่ทรงคุณค่าที่สุดในห้องนี้
"โปรเจกต์นี้... ผ่านการอนุมัติเอกฉันท์ครับ" ประธานกรรมการบริหารกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับยื่นมือเข้าหาเพื่อแสดงความยินดี "ยินดีด้วยครับคุณรินรดา ความเฉียบคมของคุณในวันนี้ ทำให้พวกเราทึ่งจริงๆ"
รินรดายิ้มรับด้วยความสุภาพ รอยยิ้มของเธอสวยงามราวกับดอกไม้ที่ผลิบานหลังพายุร้าย แต่กลับมีความเย็นชาซ่อนอยู่เบื้องลึก เธอกวาดสายตามองผ่านที่นั่งแถวหน้า สบตากับศิลาเพียงเสี้ยววินาที—แววตาคู่นั้นว่างเปล่า ไร้เยื่อใย ไร้ความโกรธแค้น หรือแม้แต่ความเกลียดชัง มันคือสายตาที่มองศิลาเป็นเพียง "อากาศธาตุ" เท่านั้น ซึ่งนั่นคืออาวุธที่เชือดเฉือนหัวใจของศิลาให้แหลกสลายได้รุนแรงยิ่งกว่าคมมีดใดๆ ในโลก
"ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉันเพียงแค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าคุณค่าของคนเราไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเงาของใคร" น้ำเสียงหวานกังวานทว่าหนักแน่นเอื้อnเอ่ยออกไมโครโฟน ทุกคำพูดเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่ชกเข้าที่ความเย่อหยิ่งของศิลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงความยินดีที่รายล้อม วินเซนต์ นักลงทุนหนุ่มรูปงามคู่แข่งคนสำคัญของศิลา ก็ก้าวเข้ามาใกล้รินรดา พร้อมกับส่งแก้วแชมเปญให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น มือหนาของเขาถือวิสาสะวางแตะเบาๆ ที่ข้อศอกเรียวเพื่อประคองเธอให้เดินหลีกออกมาจากกลุ่มคนที่เข้ามาุมล้อม
"คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากครับรินรดา ผมบอกแล้วว่าความสามารถของคุณคู่ควรกับบัลลังก์นี้" วินเซนต์กระซิบเสียงนุ่ม แววตาที่เขามองเธอเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและเสน่หาอย่างปิดไม่มิด
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วคลายยิ้มบางๆ "ขอบคุณค่ะวินเซนต์ ถ้าไม่ได้คำปรึกษาและโอกาสจากคุณ ฉันคงก้าวมาถึงจุดนี้ได้ยาก"
"คุณเอาแต่ขอบคุณผมอยู่เรื่อย... เปลี่ยนเป็นดินมื้อค่ำเพื่อฉลองความสำเร็จให้ตัวเองสักหน่อยดีไหมครับ?" วินเซนต์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันเป็นความใกล้ชิดที่ปลอดภัยและให้เกียรติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับจากศิลาเลยตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันด้วยบรรยากาศที่น่าพึงพอใจ ศิลาก็ทนมองภาพบาดตาบาดใจนั้นต่อไปไม่ไหว ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความเร็ว แรงอารมณ์โทสะผสมความหึงหวงพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาก้าวเท้าฉับๆ ตรงเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบ
"ยินดีด้วยนะ... ริน" ศิลาเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยพิษอารมณ์ เขามองมือของวินเซนต์ที่ยังคงแตะอยู่บนข้อศอกของรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เก่งขึ้นมากนี่ ถึงขนาดต้องใช้ผู้ชายคนอื่นมาปูทางให้ถึงจะบินสูงได้ขนาดนี้"
รินรดายังคงนิ่งสงบ เธอดึงแขนออกจากมือของวินเซนต์อย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยแววตาที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งในขั้วโลก
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณศิลา แต่ดิฉันจะบินสูงด้วยปีกของตัวเองหรือจะมีใครช่วยประคอง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจ... เพราะสถานะระหว่างเรา มันจบลงไปตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาแล้วนะคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ สะท้อนความเข้มแข็งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากรอยแผลเป็นในอดีต
ศิลาเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง คำพูดของเธอเชือดเฉือนหัวใจเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งเห็นรินรดายืนเคียงคู่กับวินเซนต์อย่างเหมาะสมกันดั่งกิ่งทองใบหยก เขากยิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองคือคนโง่เง่าเพียงใดที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไป
"ริน... ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ผมได้ไถ่บาป ได้ไหม? ให้ผมได้เริ่มต้น..." ศิลาเอ่ยเสียงสั่นพร่า ยอมลดตัวลงจนถึงขีดสุด เขาเกือบจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของเธอ หากวินเซนต์จะไม่ก้าวเข้ามาขวางไว้เสียก่อน
"ถอยไปเถอะครับคุณศิลา สสุภาพบุรุษเขาไม่ตื๊อผู้หญิงที่เขาเคยทิ้งขว้างหรอกครับ มันน่าสมเพช" วินเซนต์กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชาแต่น้ำเสียงเฉียบคม
ศิลาหันขวับไปจ้องหน้าวินเซนต์ด้วยแววตาดุจดั่งซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการปะทะ ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
รินรดาละสายตาจากผู้ชายทั้งสองคน เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวสไลด์รับสายด้วยท่าทีผ่อนคลายขึ้นทันทีเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา
"ว่าไงคะตัวแสบ แม่ประชุมเสร็จแล้วค่ะ กำลังจะกลับ..." น้ำเสียงที่เธอใช้พูดคุยกับปลายสายเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความรัก และความอบอุ่น ซึ่งเป็นน้ำเสียงแบบเดียวกันที่เธอไม่เคยแม้แต่จะมอบให้ศิลาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ศิลาชะงักกึก หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เมื่อรินรดาวางสายและเตรียมจะก้าวเดินเลี่ยงออกไปเพื่อกลับบ้าน เขากลับตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด—เขารั้งแขนเธอไว้แน่น
"เดี๋ยว... ใครโทรมา? เสียงเด็กผู้หญิงคนนั้น... เสียงใคร?" ศิลาถามเสียงสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ราวกับเขากำลังเริ่มมองเห็นเงาร่างบางอย่างที่ถูกปิดบังไว้ในอดีต
รินรดาหันกลับมามองเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายและสะใจในคราเดียวกัน เธอดึงแขนกลับจากการกุมมือของเขาอย่างเด็ดขาด ก่อนจะกระซิบตอบด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของศิลาพังทลายลงในพริบตา
"ลูกสาวของฉันเองค่ะ... เด็กผู้หญิงวัยหวานที่หน้าตาถอดแบบมาจากคุณ... แต่เสียดายนะคะ ที่เด็กคนนี้ ไม่มีวันได้รู้ว่าพ่อของเธอคือใคร และไม่มีวันต้องการผู้ชายใจร้ายอย่างคุณค่ะ"
รินรดาสบตากับศิลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับวินเซนต์ ทิ้งให้ศิลายืนแข็งค้างอยู่กับที่ ลมหายใจสะดุดกักค้างในลำคอ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงดาว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ... ละอองดาวเดือนเก้า
ทัณฑ์คืนใจ: เมื่ออดีตภรรยาไม่ได้รักคุณอีกต่อไป•ตอนที่ 8
แสงสว่างที่ไม่มีเขา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนใจ: เมื่ออดีตภรรยาไม่ได้รักคุณอีกต่อไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!