กลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงระเหยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายของชายหนุ่มผู้เคยถือดีว่าตนเองคือนายเหนือหัวของทุกสิ่ง ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ บัดนี้กลับยับยู่ยี่ เนคไทถูกกระชากจนหลุดลุ่ย เม็ดกระดุมสองเม็ดบนถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจอันหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยพินิจมองโลกด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้กลับแดงก่ำและฉาบไว้ด้วยหยาดน้ำใสแห่งความอัดอั้นตันใจที่เขาพยายามสะกดกลั้นมาตลอดค่ำคืน
ศิลาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงสะอื้นของเด็กชายตัวเล็กๆ มากกว่าเสียงของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล
นิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดปากกาเซ็นสัญญามูลค่าหลายร้อยล้าน กำลังเคาะลงบนกระจกประตูห้องชุดหรูหราของรินรดาซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ ความเงียบงันของโถงทางเดินชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมระดับ V.I.P. ขับเน้นให้เสียงเคาะนั้นฟังดูน่าเวทนาและน่ารำคาญในคราวเดียวกัน แต่เขาสนใจเสียที่ไหนล่ะคะ ในเมื่อหัวใจของเขามันกำลังแหลกสลายเป็นผุยผงอยู่เบื้องหลังบานประตูไม้สักนี้
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือ "เปิดประตูให้ผมหน่อย... รินรดา"
ภายในห้องพักที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูและอบอุ่น รินรดายืนนิ่งอยู่หลังบานประตู ร่างระหงในชุดนอนผ้าไหมสีมุกสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนدد แต่เป็นเพราะคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านนรกโลกันต์ที่เขาเป็นคนโยนเธอลงไปได้ไม่นาน เธอเพิ่งจะเรียนรู้ที่จะยิ้มได้ด้วยตัวเอง เพิ่งจะสัมผัสได้ถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้ถูกตีราคาเป็นเพียง "ภรรยาในนาม" หรือ "เครื่องประดับราคาแพง" แล้วทำไม... ทำไมเขาถึงยังตามมาหลอกหลอนเธอยังไม่เลิกรา
มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บแปลบช่วยดึงสติให้เธอกลับมาเข้มแข็ง รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก3เพื่อระงับความสั่นไหวในทรวงอก ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวล็อกกลอนประตูให้แน่นหนาขึ้น พร้อมกับก้าวถอยหลังออกห่างจากประตูราวกับมันคือเขตแดนอันตราย
แต่ศิลากลับไม่ได้ยอมแพ้ต่อความเงียบงันนั้น
"ผมรู้ว่าคุณตื่นอยู่ ริน" เสียงของเขาเริ่มดังขึ้น ปะปนด้วยความหงุดหงิดระคนตัดพ้อ "คุณคิดว่าการหนีหน้าผม การทำเป็นมองไม่เห็นผม แล้วทุกอย่างมันจะจบงั้นเหรอ? หบุดทำตัวใจร้ายแบบนี้สักทีได้ไหม... ผมเจ็บนะริน เจ็บจนหายใจไม่ออกอยู่แล้ว!"
คำว่า "เจ็บ" จากปากของผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานี ฟังดูช่างน่าขันในความรู้สึกของรินรดา หญิงสาวแค่นยิ้มหยันให้กับความโสมมของโชคชะตา เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ประตู ช้าๆ ทว่ามั่นคง ก่อนจะเอ่ยปากพูดผ่านบานไม้หนาออกไป น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ปราศจากความโกรธเกรี้ยว แต่กลับเย็นชาเสียจนบาดลึกยิ่งกว่าใบมีด
"คุณศิลาคะ กรุณากลับไปเถอะค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ที่นี่ไม่มีรินรดาภรรยาเก่าที่คอยนั่งรอคุณกลับบ้านดึกดื่นอีกแล้ว ผู้หญิงคนนั้นตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใยแล้วค่ะ"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของศิลา ร่างสูงเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาใช้มือหนายันผนังกำแพงคอนโดไว้เพื่อพยุงร่างที่แทบจะยืนไม่ไหว แอลกอฮอล์ในกระเพาะอาหารตีรวนขึ้นมาจนแสบร้อน แต่ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก
"ไม่... ไม่จริง!" ศิลาตะโกนออกมาอย่างลืมตัว กำปั้นทุบลงบนประตูเสียงดังสนั่น "คุณยังรักผม รินรดา! สายตาที่คุณมองผมในงานเลี้ยงวันนั้น มันไม่ใช่สายตาของคนหมดรัก! คุณแค่แกล้งทำเป็นใจแข็ง คุณกำลังลงโทษผมใช่ไหม? อยากให้ผมคุกเข่าลงตรงนี้เหรอ? อยากเห็นผมอ้อนวอนคุณใช่ไหม... ได้! ผมทำ1"
สิ้นคำพูด ร่างสูงก็ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงกับพื้นพรมหน้าห้อง เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรง ศีรษะซบลงกับบานประตูเย็นเฉียบ หยาดน้ำตาที่กลั้นมานานไหลรินผ่านสันจรามคมสันอย่างเงียบงัน ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยค้ำคอมาทั้งชีวิตถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ในวินาทีนี้ เขาไม่เหลือใคร ไม่เหลือแม้กระทั่งความภาคภูมิใจ เหลือเพียงแค่เศษซากของความเสียใจที่เพิ่งตระหนักรู้ว่า... สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต ได้หลุดลอยจากมือไปตลอดกาลแล้ว
รินรดาที่ยืนฟังเสียงความแตกสลายของอดีตสามีอยู่หลังประตู หัวใจของเธอก็ไม่ได้สงบราวน้ำในAิ่ง เธอกำมือแน่นจนตัวสั่น น้ำตาพาลจะไหลออกมาด้วยความอัดอั้น แต่มันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความอาลัยรัก หากแต่เป็นความรู้สึกเวทนาและสะใจที่ได้เห็นคนที่เคยเหยียบย่ำเธอ ต้องมานั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าประตูห้องแบบนี้
"สายไปแล้วค่ะ..." รินรดากระซิบเบาๆ กับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ต่อให้คุณร้องไห้จนเลือดหยดออกมาเป็นสายเลือด รินคนเดิมก็ไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาอีกแล้ว"
บรรยากาศภายนอกห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบสะอื้นของศิลาที่ดังลอดเข้ามา รินรดาหลับตาลง ตัดสินใจเดินหนีห่างจากประตูเพื่อกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อตัดขาดจากความวุ่นวายใจนี้เสียที
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นห้องโถง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของศิลาก็แผדเสียงดังลั่นขึ้นมาจากบริเวณหน้าประตู ขัดจังหวะความเงียบงันในยามวิกาล
ศิลาที่นั่งคุกเข่าอยู่ สะดุ้งเล็กน้อย เขาควAานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างทุลักทุเล ก่อนจะกดรับสายด้วยความหงุดหงิดโดยไม่ได้ดูหน้าจอ
"มีอะไร! ดึกดื่นป่านนี้แล้วโทรมาทำไมวะ!" ศิลาตวาดใส่ปลายสายด้วยน้ำเสียงกรุ่นโทสะจากฤทธิ์สุรา
แต่เสียงที่ตอบกลับมาผ่านลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบของโถงทางเดิน กลับทำให้รินรดาที่กำลังเดินหนีต้องหยุดชะงักฝีเท้าทันที หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของชายหนุ่มอีกคนดังลอดเข้ามา
*[ศิลา... นายยังอยู่ที่หน้าห้องของรินรดาใช่ไหม? หึ... น่าสมเพชจริงๆ นะ นายคิดจริงๆ เหรอว่าผู้หญิงเขาจะกลับมารักคนอย่างนายหลังจากที่ทำลายเธอจนแหลกคราบขนาดนั้น? เลิกเซ้าซี้แล้วไสหัวกลับไปซะเถอะ เพราะตอนนี้... รินรดากำลังอยู่ในห้องนอนของฉัน และเธอก็เพิ่งจะบอกฉันเองว่า... คืนนี้เธอเหนื่อยกับการต้องมาฟังเสียงหมาเห่าหน้าห้องเต็มที]*
สิ้นเสียงของ "วินเซนต์" ที่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ ศิลาเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนขมับ ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างคนขาดสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบานประตูห้องด้วยสายตาดั่งซาตานที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเจ็บปวดและเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะคะ... ละอองดาวเดือนเก้า
ทัณฑ์คืนใจ: เมื่ออดีตภรรยาไม่ได้รักคุณอีกต่อไป•ตอนที่ 9
ค่ำคืนที่ความทรงจำทำร้าย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์คืนใจ: เมื่ออดีตภรรยาไม่ได้รักคุณอีกต่อไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!