โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังถ้ำศิลาโบราณ หยาดหยดลงบนพื้นหินจนเกิดเสียงสะท้อนกังวานดั่งเสียงระฆังแห่งความตาย
ภายในคูหาลับลึกใต้หุบเขาหมื่นอสูร บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นไอสังหารที่เข้มข้นจนแทบกลั่นตัวเป็นหยาดน้ำ หลี่มู่หยางยืนหยัดอยู่ใจกลางวงล้อม แผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้า แม้ลมหายใจจะหอบกระชั้นและอาภรณ์สีดำสนิทจะขาดวิ่นจากคมดาบของศัตรู
เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างนับสิบในชุดคลุมยาวปักลายเมฆาเก้าชั้น สัญลักษณ์เด่นชัดของ "สำนักเก้าชั้นฟ้า" ศัตรูเก่าผู้สลักรอยแผลเป็นไว้ในจิตวิญญาณของเขา
"หลี่มู่หยาง... เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว"
เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องมาจาก "ไป๋อวิ๋นเทียน" ผู้อวุโสลำดับสามแห่งสำนักเก้าชั้นฟ้า ดวงตาของมันหิวกระหายและจับจ้องไปยังฝักกระบี่ไม้เก่าๆ ที่สะพายอยู่บนหลังของชายหนุ่ม
"กระบี่วิปลาส" และ "เคล็ดวิชาผ่าฟ้า" ของบรรพบุรุษที่สูญหายไป มันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชีวิตของคนทรยศต่อสำนัก แต่มันต้องการอาวุธเทพชิ้นนั้นเพื่อยกระดับอำนาจของตนเองขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งยุทธภพ
หลี่มู่หยางแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ยหยันและดุดันในคราวเดียวกัน ดวงตาคมกริบเปล่งประกายสีทองเรืองรองราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"ฮ่าๆๆ... สำนักเก้าชั้นฟ้าผู้ผดุงคุณธรรมจอมปลอม ส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เกรงว่ากระบี่ในมือพวกเจ้า คงไร้คมเสียจนแม้แต่หนังควายยังเจาะไม่เข้ากระมัง"
"สามห่าว!" ไป๋อวิ๋นเทียนคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณกระบี่ระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณระเบิดออกจากร่างจนหินผารอบด้านสั่นสะเทือน "ฆ่ามัน! เอาศพมันไปบดละเอียด แต่อย่าให้กระบี่เสียหายเป็นอันขาด!"
สิ้นคำสั่ง เงาร่างทั้งแปดก็พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันราวกับฝูงพญาอินทรีโฉบเหยื่อ ประกายกระบี่นับร้อยสายถักทอเป็นตาข่ายอาคม ปิดตายทุกเส้นทางหนี
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตายนั้นเอง อุณหภูมิภายในถ้ำศิลากลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ไอเย็นจัดแผ่ซ่านจนหยดเลือดบนพื้นกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา
*เคร้ง! ฉับ!*
ประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบราวกับดาราดับแสง เงาร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายลงมาขวางกั้นระหว่างหลี่มู่หยางกับกลุ่มมือสังหาร
เซียนหานอวี่... เจ้าสำนักยอดเขาเหมันต์ ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าแววตานั้นกลับเยือกเย็นจนน่าหวาดผวา ในมือของนางคือกำไลหยกน้ำแข็งโบราณที่แผ่พุ่งจิตสังหารอันบริสุทธิ์และกดดันจนผู้ฝึกตนสำนักเก้าชั้นฟ้าถึงกับหน้าถอดสี
"บังอาจนัก... ใครให้พวกมันรนหาที่ตายในอาณาเขตที่ข้าคุ้มครอง"
น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์เอื้อnออกมาเบาๆ ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนผู้อาวุโสไป๋อวิ๋นเทียนต้องถอยหลังไปสามก้าว
"เซียนหานอวี่! เจ้า... เจ้าหมายจะหนุนหลังคนนอกตระกูลหลี่ผู้นี้งั้นหรือ? เขาก็คือมารร้ายที่สำนักของเราหมายหัว เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับสำนักเก้าชั้นฟ้าหรืออย่างไร!" ไป๋อวิ๋นเทียนตะโกนเสียงหลง พยายามดึงศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของสำนักใหญ่มาข่มขู่
เซียนหานอวี่ไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา นางปรายตามองหลี่มู่หยางแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้ง
"เจ้าบาดเจ็บ... ถอยไปพักเสีย ที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการ"
หลี่มู่หยางหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่บางของนางเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาตัดผ่านไอเย็นรอบกายของนางได้อย่างน่าอัศจรรย์
"แม่นางหาน... คำว่า 'คนนอก' นี่เจ้าพูดเกินไปหน่อยกระมัง? เมื่อคืนเราเพิ่งจะ... เอ่อ ร่วมบำเพ็ญเพียรแลกเปลี่ยนลมปราณกันจนฟ้าสางนะ จะบอกว่าเป็นคนอื่นไกลได้อย่างไรกัน"
ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของเซียนหานอวี่พลันมีริ้วสีแดงระเรื่อขึ้นมาวูบหนึ่ง นางถลึงตาใส่เขาด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อยก่อนจะสะบัดหน้าหนี แต่มุมปากกลับแอบยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
"เจ้าคนปากพล่อย... ข้าจะจัดการพวกมันให้หมด แล้วค่อยคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง!"
สิ้นเสียงนั้น เซียนหานอวี่ก็ก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ทว่ารอบกายกลับเกิดพายุหิมะหมุนวน คมกระบี่น้ำแข็งนับหมื่นเล่มก่อตัวขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา
ทว่า ในวินาทีที่การต่อสู้กำลังจะปفทุขึ้นอย่างไร้ความปรานี เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องลึกของถ้ำศิลานั้น
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างเชื่องช้า พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของมันสวมหน้ากากครึ่งซีก ลวดลายบนหน้ากากนั้นคล้ายคลึงกับอักขระโบราณบนกำไลหยกของเซียนหานอวี่อย่างน่าประหลาด
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง เจ้าสำนักเหมันต์ผู้สูงส่ง ยอมก้มหัวให้แก่เศษสไบของศัตรูสำนักตนเอง..." บุรุษปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "น่าเสียดายนัก... ที่พวกเจ้าไม่มีโอกาสได้สะสางบัญชีรักอะไรนั่นหรอก เพราะวันนี้... ทั้งชีวิตและกระบี่ของพวกเจ้า ต้องทิ้งไว้ ณ ที่แห่งนี้"
เซียนหานอวี่ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์บนแหวนหยกที่นิ้วมือของชายแปลกหน้าผู้นั้น
"ท่าน... ท่านอา... เป็นไปไม่ได้!"
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมทะยานผ่านห้วงพลังอันดุเดือดนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 17
การไล่ล่าของสำนักเก้าชั้นฟ้า
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!