ความเงียบงันภายในถ้ำน้ำแข็งพันปีมักเป็นสัจธรรมที่ไร้ความปรานี ทว่าในยามนี้ ความเงียบนั้นกลับถูกรบกวนด้วยเสียงเคี้ยวเนื้อย่างที่ดังกร้วมๆ อย่างไม่เกรงอกเกรงใจบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์รอบกายแม้แต่น้อย
"เจ้า... จะกินมูมมามไปถึงไหนกัน เจ้าพยัคฆ์อัคคีไร้มารยาท!"
เสียงหวานใสที่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียด เซียนหานอวี่จ้องมองเจ้า 'เพลิงกัลป์' พยัคฆ์เพลิงบรรพกาลคู่หูของหลี่มู่หยาง ที่ตอนนี้กำลังเอามอญขนฟูเขี่ยเศษกระดูกสัตว์อสูรเกล็ดนิลกระจัดกระจายเต็มพื้นถ้ำหยกเย็น นางปรายตามองด้วยความระอา แม้ภายนอกจะยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นดั่งรูปสลักน้ำแข็ง แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับมีความระumuกรุ่นระคนขันอยู่ลึกๆ
"โฮก! แม่นางเซียน ท่านอย่าได้ใจแคบนักเลย ข้าต่อสู้กับพวกปีศาจเงาอัสดงจนเรี่ยวแรงหดหาย จะกินเนื้อประทังชีวิตสักหน่อย ผิดวิถีเซียนตรงไหนกันเล่า!" เจ้าพยัคฆ์เพลิงเถียงกลับเสียงดัง มันพ่นควันไฟอุ่นๆ ออกมาจากจมูกจนเกล็ดน้ำแข็งบนผนถ้ำละลายหยดติ๋งๆ เป็นสาย
หลี่มู่หยางที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหน้า ชักกระบี่วิปลาสออกจากฝักช้าๆ คมกระบี่สีนิลกาฬสะท้อนแสงเรืองรองวับวาม พลังปราณกระบี่รอบกายของเขาหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นดุจพายุหมั่นไถ่ ดวงตาคมกริบมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
"ปล่อยมันเถอะหานอวี่ สัตว์อสูรก็มีวิถีของสัตว์อสูร มิสู้เจ้ามาสนใจเคล็ดกระบี่ที่ข้ากำลังจะแสดงให้ดูดีกว่า เผื่อว่าวิชา 'กระบี่คว่ำนครา' ของสำนักยอดเขาเหมันต์ของเจ้า จะได้พัฒนาขึ้นมาบ้าง" คำพูดเย้าแหย่หลุดออกจากปากชายหนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่อย่างเป็นกันเอง
เซียนหานอวี่สะบัดชายแขนเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลา กลิ่นอายความเย็นบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายส่วน นางแค่นเสียงเบาในลำคอ "วาจาพล่อยๆ ของเจ้า ช่างไม่สำรวมเอาเสียเลย หลี่มู่หยาง เจ้าคิดว่าวิชากระบี่วิปลาสของเจ้าเหนือล้ำกว่าเคล็ดวิชาเก้าเหมันต์สวรรค์ของข้าอย่างนั้นหรือ?"
"ข้ามิได้หมายความว่าเช่นนั้น..." หลี่มู่หยางลุกขึ้นยืนช้าๆ ส่วนสูงของเขาบดบังร่างระหงของนางจนแทบมิด กลิ่นอายบุรุษเพศที่แข็งแกร่งและดุดันปะทะเข้ากับกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมันต์บนตัวนางอย่างจัง เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูขาวผ่องที่ขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ โดยที่นางไม่ทันตั้งตัว "แต่ข้าคิดว่า... รอยยิ้มของเจ้านั้น งดงามกว่ากระบวนท่ากระบี่ใดๆ ในใต้หล้านี้เสียอีก"
หัวใจของเซียนหานอวี่กระตุกวูบ ความเย็นชาที่นางสะสมและฝึกฝนมานับร้อยปีคล้ายถูกไฟประหลาดแผดเผาจนแทบละลาย นางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจและเขินอาย มือเรียวบางที่ถือกระบี่หยกสั่นระริกเล็กน้อย นางอยากจะยกกระบี่ขึ้นฟันไอ้คนปากกล้าตรงหน้าให้ขาดเป็นสองท่อนนัก แต่ทว่า... ริมฝีปากอิบอิ่มที่มักจะเม้มสนิทเป็นเส้นตรงมาตลอด กลับเผลอยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาโดยที่นางเองก็ไม่ทันรู้ตัว
รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง... รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกเหมันต์แรกแย้มกลางหุบเขาอันเหน็บหนาว
หลี่มู่หยางชะงักงันไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในฐานะเจ้าสำนัก หานอวี่ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียตระกูลไปมากเพียงใด การที่นางยอมเปิดใจและเผยรอยยิ้มเช่นนี้ออกมาต่อหน้าเขา นั่นหมายความว่ากำแพงน้ำแข็งในใจนางเริ่มพังทลายลงทีละน้อยแล้ว
"เจ้า... เจ้าคนฉวยโอกาส!" เซียนหานอวี่รีบหันหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู นางพยายามควบคุมลมปราณให้กลับมาสงบดังเดิม ทว่าชีพจรกลับเต้นระรัวจนควบคุมไม่อยู่
"ข้าเพียงพูดความจริงจากใจจริงเท่านั้น" หลี่มู่หยางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม
ครืนนน—!
ทันใดนั้น พื้นถ้ำน้ำแข็งพันปีก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องราวกระแสฟ้าผ่าดังสนั่นมาจากเบื้องล่าง ห้วงมิติรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำทมิฬ กลิ่นอายพลังมารอันชั่วร้ายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับอสูรกายร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล
รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียนหานอวี่เลือนหายไปในพริบตา แววตาของนางกลับมาเยียบเย็นและเด็ดขาดอีกครั้ง นางหันขวับมามองหลี่มู่หยางด้วยความตกตะลึง "นี่มัน... ค่ายกลผนึกมารแห่งบรรพกาลกำลังจะแตกสลาย!"
หลี่มู่หยางหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองออกไปนอกปากถ้ำที่ตอนนี้ท้องฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด อสนีบาตสีดำสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางยอดเขาเหมันต์อย่างแม่นยำ พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่ปกคลุมด้วยไอหมอกทมิฬกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาล้อมรอบยอดเขาแห่งนี้ไว้ทั้งหมด
และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เงาร่างของบุรุษผู้สวมหน้ากากกระดูกสัตว์อستรสีขาวโพลน ผู้ถือเคียวอสูรโลหิตที่ยืนตระหง่านอยู่บนก้อนเมฆสีดำ เขาผู้นั้นส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานไปทั่วสารทิศ "ฮ่าๆๆๆ... เซียนหานอวี่ หลี่มู่หยาง พวกเจ้าคิดว่าจะหลบอยู่ในรังหนูนี้ได้นานแค่ไหน วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมทะยานผ่านห้วงพลังอันดุเดือดนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 16
รอยยิ้มของน้ำแข็ง
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!