"หากคิดจะใช้กระบี่เพื่อปกป้องสิ่งใด เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะถือมันเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่ไม่ควรค่าแก่การปกป้องเสียก่อน"
เสียงทุ้มต่ำดั่งหินผากระทบสายน้ำของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหุบเขากระบี่กลืนนภา ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงจิตสำนึกของหลี่มู่หยาง ท่ามกลางกระแสพลังปราณอัคคีและเหมันต์ที่กำลังปะทะกันอย่างบ้าคลั่งในตันTian (จุดตันเทียน) ร่างของเขายืนตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาโบราณ ณ ยอดเขาไร้ลักษณ์ พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
ร่ายกายของชายหนุ่มอาบชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบโลหิต เส้นเลือดสีดำปูดโปーンตามลำคอและท่อนแขนจากพิษมารที่ยังตกค้าง แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับสว่างวาบดั่งประกายกระบี่ที่เพิ่งออกจากเตาหลอม มันเป็นแววตาที่เด็ดเดี่ยว ดุดัน และไร้ซึ่งความหวั่นเกรงต่อฟ้าดิน
"เจ้าเด็กสารเลว... ขืนเจ้ารั้นฝืนดูดซับแก่นแท้กระบี่บรรพกาลเช่นนั้นต่อ มีหวังร่างต้นของเจ้าได้แหลกสลายกลายเป็นผุยผงก่อนจะได้ไปตบหน้าพวกสัตวแพทย์มารสำนักกระบี่โลหิตนั่นแน่!"
เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้นจากเงาดำเพลิงที่ลอยวนอยู่เหนือศีรษะ เจ้าพยัคฆ์เพลิงบรรพกาลแยسเขี้ยวคำรามด้วยความกระวนกระวาย แม้ปากจะบ่นกราดเกรด แต่มันก็แผ่ไอเพลิงสีชาดออกมารosปกป้องเส้นชีพจรหัวใจของหลี่มู่หยางไว้ไม่ให้ขาดสะบั้น
หลี่มู่หยางไม่แม้แต่จะชายหางตาแลคู่หูจอมกวนประสาท เขากัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงกระดูกบดเข้าหากัน ความเจ็บปวดจากการชำระล้างไขกระดูกและเส้นชีพจรด้วยวิชากระบี่วิปลาสขั้นที่เจ็ดนั้น รุนแรงเสียยิ่งกว่าการถูกเฉือนเนื้อนับพันครั้ง แต่สิ่งที่ค้ำจุนเขาไว้มิให้ยอมแพ้ คือภาพของเซียนหานอวี่ นางเซียนผู้เย็นชา ยามที่นางยืนหยัดเคียงข้างเขา ท่ามกลางม่านหิมะโปรยปรายเมื่อค่ำคืนก่อน รอยแผลเป็นในใจจากการถูกหักหลังโดยสำนักเดิมถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นที่นางมอบให้อย่างเงียบเชียบ
*ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น... แข็งแกร่งพอที่จะฉีกกระชากกฎเกณฑ์จอมปลอมของยุทธภพนี้ให้สิ้นซาก เพื่อปกป้องนาง และเพื่อทวงคืนความยุติธรรม*
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ พวกมันหมุนวนรอบตัวหลี่มู่หยางราวกับฝูงมังกรกระหายเลือด พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆาหนาทึบจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา เผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดที่สาดแสงอาบไล้ทั่วทั้งหุบเขา
ไม่ไกลออกไปนัก ร่างบอบบางในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนนิ่งสงบอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน เซียนหานอวี่มองดูการทะลวงขอบเขตของชายหนุ่มด้วยแววตาที่ซับซ้อน แม้นางจะเป็นถึงเจ้าสำนักยอดเขาเหมันต์ผู้สำเร็จวิชาเซียนน้ำแข็งนิรันดร์จนไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า ทว่ายามนี้ หัวใจที่เคยเยือกแข็งดั่งน้ำค้างพันปีของนาง กลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ยามเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ดุดันและเร่าร้อนของเขา
"มู่หยาง..." นางพึมพำกับสายลม น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น
นางรู้ดีว่าการฝืนรับเคล็ดวิชา "กระบี่สะบั้นเมฆา" ซึ่งเป็นสุดยอดวิชาต้องห้ามแห่งบรรพกาลนั้น มีเดิมพันคือชีวิต หากจิตใจไม่มั่นคงพอ จักต้องถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนร่างแหลกสลายกลายเป็นมารคลุ้มคลั่ง แต่นางก็เชื่อมั่น... เชื่อมั่นในวิถีกระบี่และจิตวิญญาณอันทรนงของชายผู้นี้
*ตูมมม!*
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้านสะเทือนไปถึงเก้าชั้นฟ้า คลื่นกระแทกสีทองคำขาวแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บดขยี้ภูเขาหินรอบด้านจนราบเป็นหน้ากลอง หลี่มู่หยางลืมตาโพโพง นัยน์ตาทั้งสองข้างข้างหนึ่งเปล่งประกายสีเพลิงดั่งสุริยะ อีกข้างใสกระจ่างดั่งธารน้ำแข็งพันปี กระบี่วิปลาสในมือส่งเสียงคำรามกึกก้อง มันยอมสยบต่อผู้เป็นนายอย่างแท้จริงแล้ว
วิชา "กระบี่สะบั้นเมฆา" หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเขาอย่างสมบูรณ์!
"สำเร็จแล้วหรือพ่ะยะค่ะนายท่าน? โอ้โห... ขนหางข้าเกือบไหม้หมดตัวแล้วไหมล่ะ เจ้ามนุษย์บ้าเลือด!" เจ้าพยัคฆ์เพลิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างระอา
หลี่มู่หยางแยسยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว เขากระชับกระบี่ในมือแน่น กลิ่นอายความกดดันระดับปรมาจารย์ขั้นทะลวงภพแผ่ซ่านไปทั่วรัศมีร้อยลี้ ทำให้เหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ในป่ารอบข้างต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับคืนสู่หุบเขา และหลี่มู่หยางกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปหาเซียนหานอวี่ที่ยืนรออยู่...
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีดำสนิทผ่าผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆฝนอย่างไร้สุ้มเสียง มันพุ่งตรงเข้าใส่เบื้องหน้าของหลี่มู่หยางและเซียนหานอวี่อย่างแม่นยำ พร้อมกับม่านหมอกสีเลือดที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากม่านหมอก ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรครึ่งซีก ปล่อยไอสังหารที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งของเซียนหานอวี่เสียอีก น้ำเสียงแหบพร่าและเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ไม่นึกเลยว่า... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ถูกลืม จะมาซ่อนตัวอยู่กับนกต่อแห่งสำนักเหมันต์... หลี่มู่หยาง เจ้าคิดว่าการได้วิชานี้มาจะช่วยให้เจ้าหนีพ้นความตายจากเงื้อมมือของ 'ประมุขแห่งหอคอยทมิฬ' ได้อย่างนั้นหรือ?"
หลี่มู่หยางหรี่ตาลงทันที รังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานออกจากร่างราวกับพายุหมุน มือขวาจับด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมทะยานผ่านห้วงพลังอันดุเดือดนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 15
กระบี่สะบั้นเมฆา
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!