โลหิตสีชาดพ่นทะลักออกจากริมฝีปากของหลี่มู่หยาง ย้อมหยาดน้ำแข็งระยิบระยับบนพื้นถ้ำศิลาจันทราให้กลายเป็นสีแดงฉานน่าสยดสยอง
"เจ้า... เหตุใดจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้!"
สุ้มเสียงที่เคยราบเรียบเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปีของเซียนหานอวี่ บัดนี้กลับสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม นางทรุดกายลงประคองร่างที่กำลังจะล้มพับของบุรุษผู้ทะนงในวิถีกระบี่วิปลาสไว้ในอ้อมแขน ไอเย็นยะเยือกจากเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์พยายามแผ่ซ่านเพื่อสกัดกั้นเลือดที่ไหลไม่หยุดจากบาดแผลฉกรรจ์กลางแผ่นหลัง แต่มันกลับไร้ผล เมื่อกระบี่มารโลหิตของนิกายอสูรทมิฬที่แทงทะลุร่างเขานั้นอาบไว้ด้วยพิษสลายปราณขั้นสูงสุด
หลี่มู่หยางฝืนยกยมุมปากขึ้น รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความกวนประสาทและท้าทายโลกหล้าเช่นเคยฉายชัดบนใบหน้าที่ซีดเผือด แม้ลมหายใจจะรวยริน "ข้าบอกเจ้าแล้ว... ว่าต่อให้ฟ้าดินถล่มลงมา ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้า... แม้แต่เส้นเดียว หานอวี่"
เบื้องหน้าของคนทั้งสอง กองทัพเงาทมิฬนับร้อยยังคงปิดล้อมปากถ้ำไว้อย่างแน่นหนา ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายอสูรทมิฬหัวร่อด้วยความสะใจ เสียงหัวร่อของมันเสียดแท้วิญญาณราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี "ฮ่าๆๆๆ! หลี่มู่หยาง! จอมกระบี่วิปลาสผู้โด่งดัง บัดนี้เจ้ากลายเป็นสุนัขจนตรอกที่เอาตัวไม่รอดแล้ว! วิชากระบี่วิปลาสของเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด แต่สุดท้ายก็ต้องมาตายเพราะความลุ่มหลงในสตรีเพศสินะ!"
พยัคฆ์เพลิงบรรพกาลที่นอนบาดเจ็บอยู่มุมถ้ำคำรามลั่นในลำคอ ดวงตาสองสีลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น มันพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แม้ขาหน้าข้างหนึ่งจะหักสะบั้นจากแรงกดดันของเขตแดนเทพศาสตรา "ไอ้สวะเดรัจฉาน...บังอาจนัก...นายท่านของข้ายังไม่ตาย พวกเจ้าเตรียมตัวกลายเป็นเถ้าธุลีได้เลย!"
"หุบปากซะ เจ้าสัตว์เดรัจฉาน ใกล้จะตายอยู่แล้วยังปากดี" ผู้อาวุโสอสูรทมิฬสะบัดมือ คลื่นพลังโลหิตพุ่งกระแทกใส่พยัคฆ์เพลิงจนกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำสำลักโลหิตคำโต
หลี่มู่หยางเห็นดังนั้นประกายตาคมกลาดก็วับวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากำหนดจิตสะสมพลังปราณเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ฝ่ามือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่วิปลาสที่ปักอยู่กับพื้นไว้แน่น เส้นเลือดปูดโปนตามแขนราวกับมังกรผยอง พลังปราณสีดำสนิทผสมผสานกับจิตสังหารอันบ้าคลั่งพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำจนหินงอกหินย้อยแตกละเอียด
"เจ้าจะทำอะไร?" หานอวี่จับมือเขาไว้แน่น นางสัมผัสได้ถึงความผันผวนอันน่ากลัวในตันเถียนของเขา "หยุดนะ หลี่มู่หยาง! เจ้ากำลังจะเผาผลาญแก่นแท้จิตวิญญาณของตัวเอง!"
"หากข้าไม่ทำเช่นนี้... พวกเราวันนี้คงไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้..." หลี่มู่หยางหันมามองนาง สายตาที่เคยใช้มองข้ามหัวผู้คนทั่วหล้า บัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนและอาลัยอาวรณ์อย่างลึกซึ้ง "ข้าเคยสัญญาไว้แล้วว่าจะปกป้องเจ้า... ข้าเป็นบุรุษ แม้คำพูดจะไร้ค่าในสายตาผู้อื่น แต่กับเจ้า... มันคือพันธสัญญาแห่งวิญญาณ"
"ข้าไม่ต้องการคำสัญญาบ้าๆ นี่!" หยดน้ำใสๆ ร่วงหล่นจากดวงตาคู่งามของเซียนหานอวี่ หยดแล้วหยดเล่ากระทบลงบนใบหน้าของหลี่มู่หยาง นางผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้แก่ผู้ใด ไม่เคยสะเทือนใจต่อความตายของสำนักใด บัดนี้กลับหัวใจแตกสลายราวกับเศษแก้ว "ข้า... ข้าเหลือเพียงแค่เจ้า... หลี่มู่หยาง หากเจ้าตาย ที่แห่งนี้ก็คือกรงขังชั่วนิรันดร์ของข้าเช่นกัน!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของหลี่มู่หยาง เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมาด้วยความโล่งอก "เจ้า... ในที่สุดหญิงเย็นชาเช่นเจ้าก็ยอมปริปากบอกความรู้สึกในใจออกมาจนได้สินะ... คุ้มค่า... คุ้มค่าจริงๆ ที่ข้าเอาชีวิตเข้าแลก"
"เจ้าคนเจ้าเล่ห์..." นางตีมือเขาเบ้ำๆ ทั้งน้ำตา แต่ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับเริ่มสั่นสะเทือนมิติรอบตัว
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทมิฬหนาทึบ สายฟ้าสีครามคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันระดับขอบเขตบรรพกาลกดทับลงมาจนพื้นดินรอบถ้ำยุบตัวลงเป็นวงกว้าง ผู้อาวุโสอสูรทมิฬหน้าเปลี่ยนสีทันที มันเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนก "บ้านน่า! นี่มัน... ทัณฑ์สวรรค์วิปลาส! เป็นไปได้อย่างไร!"
หลี่มู่หยางยันกายลุกขึ้นยืนด้วยปลายกระบี่ ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ไอพลังงานรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนวนบ้าคลั่ง เขากวาดสายตามองกองทัพเงาทมิฬด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "พวกเจ้าอยากได้กระบี่วิปลาสของข้านักไม่ใช่หรือ? งั้นก็เข้ามาเอาสิ! มาดูกันว่า ระหว่างพวกเจ้ากับทัณฑ์สวรรค์นี้... สิ่งใดจะแหลกสลายไปก่อนกัน!"
เขาก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้า ยืนบังร่างของเซียนหานอวี่ไว้มิดชิด กระบี่วิปลาสในมือแผ่รังสีอำมหิตพุ่งทะยานเสียดฟ้า ทว่าในวินาทีที่สายฟ้าสายแรกกำลังจะผ่าลงมากลางกระหม่อม เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและทรงอำนาจก็ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติเบื้องบน...
"ศิษย์น้องรอง... เจ้าช่างกล้าหาญนักที่บังAอาจพาคนนอกมาเหยียบย่าง ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่สวรรค์!"
ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าที่ผ่าลงมาพอดี ใบหน้าหล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งความรู้สึกและเต็มไปด้วยจิตสังหารของ "เฟิงอวี่" ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับกระบี่เซียนเบื้องซ้ายที่ถือครองพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดในบทนี้ด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 23
บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!