กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 22

ศึกชิงเมืองหลวงเก่า

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นย้อมปฐพีจนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นอายอัคคีและซากปรักหักพังของกำแพงเมืองหลวงเก่าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต มหานครแห่งนี้บัดนี้เหลือเพียงเศษซากอิฐหักและเปลวเพลิงทมิฬที่เผาผลาญทุกสิ่งจนมอดไหม้ เสียงกรีดร้องของชาวบ้านผู้ไร้ทางสู้ดังระคนกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันของเหล่ามารอสูรจากสำนักโลหิตทมิฬที่ดาหน้าเข้าประหัตประหารผู้บริสุทธิ์อย่างไร้ความปรานี "ท่านอาจารย์ มารพวกนั้นยังไล่ล่าเข้ามาไม่หยุด!" เสียงเด็กน้อยคนหนึ่งตะโกนสุดเสียงขณะวิ่งสะดุดล้มลงบนพื้นดินเปื้อนโคลน เบื้องหน้าของสองแม่ลูกคือคมดาบอันเย็นเยียบของมือสังหารมารที่เงื้อมือขึ้นสูงหมายปลิดชีพ ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ประกายแสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาดุจสายฟ้าฟาด! *เคร้ง!* ประกายไฟแตกกระจายวับวาว คมดาบของมารร้ายหักสะบั้นเป็นสองท่อนในพริบตา ร่างของมือสังหารยังไม่ทันได้ตั้งตัว ศีรษะก็หลุดลอยกระเด็นหลุดจากบ่าอย่างไร้เรี่ยวแรง หลี่มู่หยางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าสองแม่ลูก มือขวาถือกระบี่วิปลาสที่ยังคงมีหยดโลหิตไหลหยดลงสู่พื้นดินทีละหยด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองกราดไปทั่วสนามรบด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "ไสหัวไปให้พ้นจากที่นี่ซะ!" หลี่มู่หยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตจากวิชากระบี่วิปลาสแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กดดันจนเหล่าสมุนมารในรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว "ฮ่าๆๆๆ เจ้าเด็กเหลือขอ! คิดว่าวิชากระบี่เดรัจฉานของเจ้าจะปกป้องมดปลวกพวกนี้ได้ตลอดรอดฝั่งงั้นหรือ?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนก้องมาจากยอดกำแพงเมืองที่พังทลาย ร่างของผู้วิสุทธิ์โลหิต ผู้บัญชาการทัพหน้าของสำนักโลหิตทมิฬก้าวออกมา ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยไอพลังโลหิตหนาทึบ ดวงตาสดดั่งโลหิตจ้องมองหลี่มู่หยางด้วยความกระหายเลือด "วันนี้ทั้งเมืองหลวงเก่าแห่งนี้จะต้องกลายเป็นหลุมฝังศพของพวกเจ้า และวิชากระบี่วิปลาสของเจ้าก็จะตกเป็นของข้า!" หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยเปื้อนฝุ่นควันแต้มอยู่บ้าง แต่แววตากลับเปล่งประกายความท้าทายอย่างถึงที่สุด "เกรงว่าเจ้าจะต้องมีปัญญาพอที่จะมารับมันเสียก่อน!" *โฮกกกกก!* พยัคฆ์เพลิงบรรพกาล คู่หูตัวแสบกระโจนออกมาจากเงาไม้ แผดเสียงคำรามสะท้อนสะเทือนเลื่อนลั่น เปลวเพลิงสีชาดลุกโชนท่วมร่าง มันแยกเขี้ยวขาววาววับใส่ศัตรูพร้อมส่งกระแสจิตกวนประสาทไปยังหัวหน้ามารตัวนั้น *'ไอ้แก่หัวโล้นนี่ หน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งนัก เห็นแล้วข้าอยากจะพ่นไฟใส่หน้ามันให้เกรียมเป็นหมูหันนัก!'* หลี่มู่หยางเกือบหลุดยิ้มออกมาท่ามกลางสถานการณ์คับขัน แม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก แต่เจ้าพยัคฆ์เพลิงตัวนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานความกวนประสาทไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย ทันใดนั้นเอง อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน เกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าใสโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่เคยร้อนระอุด้วยเปลวเพลิง ท้องนภากลายเป็นสีครามเข้มด้วยไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาปกป้องชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่กำลังหลบหนี เซียนหานอวี่ก้าวเดินลงมาจากฟากฟ้า ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งผู้ลงมาจุติ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามสายลมปราณเหมันต์ ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดุจงานแกะสลักจากหยกสวรรค์ ทว่าแววตานั้นเย็นชาและเด็ดขาดจนไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าเมื่อหางตาของนางเหลือบมาเห็นหลี่มู่หยางที่มีรอยแผลถลอกที่หัวไหล่ แววตาคู่นั้นก็ไหววูบชั่วพริบตา ราวกับน้ำแข็งพันปีที่เริ่มละลายลงด้วยความห่วงใยอันลึกซึ้ง "เจ้าบาดเจ็บ..." เสียงหวานใสดังขึ้นกังวาน ทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง หลี่มู่หยางยิ้มมุมปาก ยืดอกขึ้นอย่างองอาจ "รอยแผลแค่นี้ ขูดเกล็ดพยัคฆ์เพลิงเล่นยังเจ็บกว่านี้เสียอีก เจ้าหญิงน้ำแข็ง... ห่วงตัวเองก่อนเถอะ เบื้องหน้านั่นคือแม่ทัพมารระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์เชียวนะ" "วาจาเหลวไหล" เซียนหานอวี่เอ่ยเสียงเรียบ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะสังเกตเห็น นางสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง กระบี่เหมันต์นิรันดร์ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ ไอเย็นแผ่พุ่งจนพื้นดินรอบกายกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา "ข้าจะจัดการมันเอง เจ้ามีหน้าที่คุ้มกันชาวบ้านถอยไปที่ค่ายกลทิศเหนือ" "ให้ข้าถอยร่นต่อหน้าสตรีผู้เลอโฉมเช่นเจ้าเนี่ยนะ? เสียชื่อ 'ลั่วอสูรหมื่นภูผา' แย่สิ" หลี่มู่หยางหัวเราะร่วน แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันจริงจังขึ้นมาทันที "อีกอย่าง การฆ่ามารสารเลวพวกนี้ ข้าไม่เคยชอบแบ่งให้ใครทำคนเดียวหรอกนะ" ผู้วิสุทธิ์โลหิตเห็นคนทั้งสองยังคงยืนหยัดต่อปากต่อคำกันท่ามกลางกองเพลิง ก็บันดาลโทสะจนเส้นเลือดปูดโปน "บังอาจนัก! ตายซะเถอะ!" มันสะบัดมือเรียกหอกโลหิตขนาดยักษ์พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง แรงกดดันจากวิชาสายมารแผ่ซ่านจนพื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาว มุ่งตรงหมายทะลวงร่างของหลี่มู่หยางและเซียนหานอวี่ให้แหลکเป็นจุลในคราเดียว "ระวัง!" หลี่มู่หยางพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าเซียนหานอวี่ในเสี้ยววินาที กระบี่วิปลาสในมือถูกแผดเผาด้วยพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จนเกิดเสียงคำรามดุจพญาอสูร เขาตวัดกระบี่สวนขึ้นไปปะทะกับหอกโลหิตอย่างเต็มแรง! *เปรี้ยงงงงงง!* คลื่นพลังกระบี่และพลังโลหิตปะทะกันจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ แรงสะท้อนทำให้หลี่มู่หยางต้องถอยหลังไปสามก้าว มุมปากมีโลหิตสีชาดไหลรินออกมาเล็กน้อย ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เซียนหานอวี่ก็เคลื่อนกายราวภูตพราย นางพุ่งผ่านร่างของเขาไปดุจสายลมหนาว กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าเสียดฟ้า "วิชาเหมันต์สวรรค์... พิพากษาแดนบูรพา!" อุณหภูมิลดต่ำลงถึงขีดสุดในชั่วพริบตา ไอเย็นสายหนึ่งพุ่งเข้าแช่แข็งร่างของผู้วิสุทธิ์โลหิตตั้งแต่เท้าขึ้นมาจนถึงลำตัว แม่ทัพมารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามจะรีดเร้นพลังโลหิตเพื่อละลายน้ำแข็ง ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว หลี่มู่หยางไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งมังกรทะยานฟ้า กระบี่วิปลาสในมือประสานเข้ากับจิตวิญญาณแห่งวิปลาสชน บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดชั่วขณะ ก่อนที่ประกายกระบี่สีทองเจิดจ้าจะฟาดฟันลงมาดุจสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์! *ฉับ!* ร่างของผู้วิสุทธิ์โลหิตถูกตัดขาดเป็นสองท่อนกลางอากาศ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะถูกไอเย็นของเซียนหานอวี่แช่แข็งจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีแดง แล้วแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งสีชาดโปรยปรายลงสู่พื้นดิน เหล่าสมุนมารที่เห็นแม่ทัพของตนถูกสังหารในพริบตาต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อ ต่างพากันแตกฮือถอยร่นหนีตายอลหม่าน ชาวบ้านที่รอดชีวิตต่างพากันกราบกรานขอบคุณทั้งสองด้วยความซาบซึ้งใจ หลี่มู่หยางเก็บกระบี่เข้าฝัก หันไปมองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงยืนสง่างามท่ามกลางซากปรักหักพัง "ฝีมือไม่เลวนี่ เจ้าหญิงน้ำแข็ง เกือบจะตามความเร็วของข้าทันแล้ว" เซียนหานอวี่หันมามองเขา แววตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นางเอ่ยเบาๆ "ปากมากนัก... บาดแผลที่หัวไหล่นั่น ให้ข้าดูหน่อย" ทว่า ก่อนที่หลี่มู่หยางจะได้เอ่ยหยอกล้าอันใดกลับไป ท้องฟ้าเบื้องบนที่ควรจะสงบลงหลังจากศึกษากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีดำทะมิลก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจปีศาจกลืนกินแสงสว่าง เสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติที่ลึกที่สุดดังสะท้อนก้องฟ้าดิน ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองทัพมารกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติกลางอากาศ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ทำให้หัวใจของคนทั้งคู่ต้องกระตุกวูบ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดในบทนี้ด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%