กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 8

กลยุทธ์ประสานกระบี่

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“เจ้ากำลังเกะกะวิถีกระบี่ของข้า!” น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับธารน้ำแข็งพันปีดังลอดไรฟันของเซียนหานอวี่ นางสะบัดข้อมือเบาๆ คลื่นความเย็นยะเยือกสีครามก็แผ่พุ่งออกไปดุจคมมีดนับพันเล่ม เฉือนอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู เพื่อตอกตรึงเงาร่างสีดำที่พุ่งเข้ามาขวางหน้าให้ถอยร่นไป หลี่มู่หยางหัวเราะหึๆ ในลำคอ ร่างของเขาย่อตัวลงต่ำอย่างพริ้วไหว กระบี่วิปลาสในมือวาดวงโค้งเป็นรูปหยางหยินอันประหลาดพิสดาร ปัดป้องละอองความเย็นที่อาจหาญเข้ามาใกล้ได้อย่างไร้รอยต่อ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความดื้อรั้นท้าทาย ขณะที่พยัคฆ์เพลิงกัลป์ซึ่งเกาะอยู่บนไหล่ของเขาอ้าปากคำรามเสียงต่ำ พ่นลูกไฟสีชาดออกไปสกัดกั้นไอเย็นระลอกที่สองเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว “คุณหนูหาน... หากข้าไม่เข้ามาช่วยรับการโจมตีจากด้านหลังเมื่อครู่ ป่านนี้ร่างอันบอบบางของท่านคงได้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งประดับถ้ำมรณะไปแล้วกระมังครับ” หลี่มู่หยางเอ่ยเย้าแหย่ แม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายจากเหล่าเงาอสูรโลหิตนับร้อยที่กำลังกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ทุกสารทิศ นี่คือการประสานกระบี่ครั้งแรกของทั้งสอง... ที่บอกว่าประสานนั้นเป็นเพียงคำพูดปลอบใจ แท้จริงแล้วมันคือความโกลาหลที่เกือบจะสังหารกันเองเสียมากกว่า ทว่า ในดินแดนรกร้างแห่งบรรพกาลนี้ ไม่มีเวลาให้พวกเขามานั่งทะเลาะหรือปรับจังหวะกันด้วยความนุ่มนวล เหล่าเงาอสูรโลหิตที่ถูกปลุกขึ้นด้วยค่ายกลมารโบราณต่างส่งเสียงคำรามก้องฟ้า พลังปราณสีเลือดพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาจนเมฆหมอกเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ความกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านกดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด เซียนหานอวี่ไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่ม นางขบกริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เคล็ดวิชา ‘เหมันต์นิรันดร์กาล’ ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ละอองเกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์นับล้านหมุนวนรอบกายร่างระหงดุจพายุหิมะ รัศมีสีครามเข้มแผ่ขยายออกไปแช่แข็งพื้นดินใต้ฝ่าเท้าในรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) ในพริบตา ทว่า การใช้พลังมหาศาลเช่นนี้ติดต่อกันทำให้ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของนางปรากฏเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นที่หน้าผาก หลี่มู่หยางย่อมสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ แววตากวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าวิชาของหานอวี่เน้นการโจมตีเป็นวงกว้างและเด็ดขาด ทว่ามีจุดอ่อนตรงที่ต้องใช้เวลาตั้งค่ายกลปราณชั่วพริบตา หากถูกขัดจังหวะในเสี้ยววินาทีนั้น นางย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัสจากธาตุไฟเข้าแทรก “หุบปากแล้วถอยไปสามก้าวซะ หลี่มู่หยาง!” เซียนหานอวี่ประกาศกร้าว นางรวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วเตรียมปล่อยกระบวนท่าพิฆาต ‘หัตถ์เหมันต์สลายวิญญาณ’ “ถอยไม่ได้หรอกครับ... เพราะด้านหลังของท่าน คือมุมอับที่คมกระบี่ของข้าต้องปกป้อง” สิ้นคำพูดนั้น หลี่มู่หยางก็ระเบิดพลังปราณสีทองแดงออกมาจากจุดตันtian (ตันเถียน) อย่างดุดัน ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศราวกับพญาอินทรีผ่าเมฆ กระบี่วิปลาสในมือเปล่งแสงเจิดจ้าบาดตา เคล็ดวิชากระบี่วิปลาสบทที่สาม ‘พลิกฟ้าคว่ำปฐพี’ ถูกใช้ออกมาอย่างไร้ความลังเล คลื่นกระบี่รุนแรงปานพายุหมุนกวาดล้างเงาอสูรโลหิตที่พุ่งเข้ามาทางด้านหลังของหญิงสาวจนแตกสลายกลายเป็นไอสีดำในกระบวนท่าเดียว ความรุนแรงและดิบเถื่อนของพลังปราณกระบี่ทำให้เซียนหานอวี่ชะงักไปชั่วขณะ นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่ใช้วิชากระบี่ได้บ้าคลั่งและเป็นอิสระไร้กรอบเกณฑ์เช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่กระบวนท่าที่สวยงามตามตำราของสำนักใหญ่โต แต่มันเต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบและการปกป้องที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ *ครืนนนนน—!* แรงปะทะจากการประสานการโจมตีอย่างไร้การนัดหมาย แต่กลับสอดรับกันอย่างประหลาด ส่งผลให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง ฝุ่นควันและไอหมอกโลหิตมลายหายไปในพริบตา เผยให้เห็นซากของเงาอสูรที่นอนเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ทว่า ความเงียบสงบไม่ได้เกิดขึ้นยาวนานนัก เมื่อพื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม รอยแยกขนาดใหญ่ปริแตกออก ใจกลางค่ายกลโบราณปรากฏลำแสงสีดำสนิทพุ่งทะยานเสียดฟ้า พร้อมกับแรงกดดันระดับเสด็จสู่สวรรค์ที่ทำให้กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น เงาร่างมหึมาอันเลือนรางปรากฏขึ้นท่ามกลางลำแสงนั้น มันคือ ‘ราชันอสูรโลหิต’ ผู้ปกeแคว้นแดนสนธยาที่ควรจะสูญสลายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล ดวงตาสีแดงฉานคู่โตจับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนแม้แต่ห้วงมิติยังบิดเบี้ยว เซียนหานอวีกำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด พลังในกายของนางพร่าเลือนไปกว่าครึ่งจากการใช้กระบวนท่าเมื่อครู่ หลี่มู่หยางขยับกายเข้าไปยืนขนาบข้างอย่างแนบชิด ไหล่ของเขาสัมผัสกับไหล่ของนาง ความอบอุ่นจากร่างหนาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะไอเย็นเยียบของนางอย่างพอเหมาะพอเจาะ “ดูท่าทาง... งานนี้พวกเราคงต้องตายคาอกกันจริงๆ แล้วกระมังครับ คุณหนูหาน” หลี่มู่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่ามือซ้ายกลับยกขึ้นกระชับด้ามกระบี่มั่น ดวงตาไม่ละไปจากอสูรเบื้องหน้าแม้แต่น้อย เซียนหานอวี่เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษผู้สร้างความปวดหัวให้ชวนปวดใจผู้นี้ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งมานับแรมปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง นางสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความตายแผ่เข้าประชิดตัว ทว่ายามเมื่อสัมผัสได้ถึงความมั่นคงจากแผ่นหลังกว้างที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ความกลัวทั้งปวงกลับมลายหายสิ้น ทันใดนั้นเอง ราชันอสูรโลหิตก็อ้าปากคำราม กรงเล็บมหึมาเคลือบด้วยเพลิงโลหิตพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่พวกเขาทั้งสองด้วยความเร็วราวดาวตก ท่ามกลางความเป็นความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย หลี่มู่หยางและเซียนหานอวี่ประสานสายตากันเพียงเสี้ยววินาที—และในวินาทีนั้นเอง ประตูแห่งขอบเขตพลังที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนานของทั้งคู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับอักขระโบราณลึกลับที่สว่างวาบขึ้นกลางหน้าผากของหลี่มู่หยาง! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดนี้ไปกับ ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%