ความเงียบงันภายในถ้ำศิลาโบราณราวกับถูกแช่แข็งด้วยพลังปราณเหมันต์ที่แผ่ออกมาจากร่างระหงของสตรีผู้หนึ่ง หยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามผนังถ้ำไม่กล้าแม้แต่จะหยดลงสู่พื้น เพราะเกรงว่าจะทำลายความสงัดอันน่าอึดอัดนี้ลง
"เจ้าเลิกทำตัวเป็นอันธพาลข้างถนนเสียที... หลี่มู่หยาง"
สุ้มเสียงเยียบเย็นราวกับสายลมจากยอดเขาหิมะพันปีดังขึ้น เซียนหานอวี่ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่คมดุจกระบี่น้ำแข็งจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งเอกเขนกอยู่หน้ากองไฟ นางกำลังใช้วิชากลั่นปราณเพื่อขับพิษโลหิตอثurที่ตกค้างจากศึกก่อนหน้า แต่สภาพแวดล้อมกลับไม่เป็นใจเอาเสียเลย
หลี่มู่หยางหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ เขายกไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดมุมปากลวกๆ ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ซ่อนเล็บมองนางด้วยแววตากรุ้มกริม "แม่นางหานอวี่... ข้าอุตส่าห์หาฟืนมาสุมให้ท่านอบอุ่น แถมยังแบ่งยาสมานแผลระดับสวรรค์ให้ครึ่งหนึ่ง นี่ท่านยังจะมาต่อว่าคนดีมีน้ำใจเช่นข้าอีกหรือ? ช่างเป็นสตรีที่ไร้หัวใจสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ"
"ยาสมานแผลของเจ้ารabกทรามสิ้นดี มีกลิ่นอายของเลือดสัตว์อสูรคละคลุ้ง ข้าเป็นถึงเจ้าสำนักยอดเขาเหมันต์ ไฉนต้องใช้ของต่ำช้าเช่นนั้น" นางตอบกลับทันควันโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้างดงามราวกับแกะสลักจากหยกขาวปรากฏริ้วรอยความรำคาญใจเล็กน้อย
ทันใดนั้น เสียงคำรามต่ำๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของถ้ำ พยัคฆ์เพลิงอัคคีทมิฬ สัตว์อสูรคู่ใจของหลี่มู่หยาง ค่อยๆ ก้าวเดินออกมา ดวงตาสีเพลิงจ้องมองเซียนหานอวี่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มันส่งเสียงฟุดฟิดในลำคอคล้ายกำลังดูแคลนมนุษย์ผู้เย่อหยิ่งตรงหน้า ก่อนจะหันไปมองเจ้านายแล้วส่งเสียงร้อง "แฮ่..." เบาๆ เชิงฟ้องร้อง
"ฮ่าๆๆ เจ้าพยัคฆ์โง่ มันบอกว่าท่านน่ะปากแข็งใจอ่อน ระวังเถอะ... อยู่ใกล้ข้านานๆ เยี่ยงนี้ น้ำแข็งพันปีบนยอดเขาของท่านอาจจะละลายกลายเป็นแอ่งโคลนตมเอาได้นะ" หลี่มู่หยางเอ่ยเย้าแหย่ รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นอย่างท้าทาย
เซียนหานอวี่ขมวดคิ้วมุ่น พลังปราณเหมันต์ในกายพลุ่งพล่านขึ้นวูบหนึ่งจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟในกองกองไฟไหววูบคล้ายจะดับลง นางตวัดสายตาคมปลาบมาที่เขา รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "หลี่มู่หยาง... หากเจ้ายังไม่หุบปาก ข้าจะควักลิ้นที่เอาแต่พูดจาเหลวไหลของเจ้าออกมาทำเป็นเครื่องบูชายศกระบี่ของข้าเสีย"
บรรยากาศในถ้ำกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ช่องว่างระหว่างวิถีธรรมะอันสูงส่งของสำนักเหมันต์กับวิถีกระบี่วิปลาสอันไร้กรอบเกณฑ์ราวกับเหวลึกที่ไม่มีวันบรรจบ แต่น่าแปลก... ในความเย็นชาและคมกริบนั้น กลับมีประกายบางอย่างซ่อนอยู่ เบื้องหลังความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าในยุทธภพอันโหดร้ายนี้ มีเพียงคนตรงหน้าเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างท่ามกลางพายุฝนโลหิต
หลี่มู่หยางหุบยิ้มลง แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกขึ้นในชั่วพริบตา เขาวางไหสุราลงบนพื้นอย่างเบามือ แล้วขยับเข้าไปใกล้ร่างของนางอีกนิด จนเซียนหานอวี่ต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"ข้ารู้ว่าท่านไม่ไว้ใจข้า... สำนักของท่านถูกทำลายโดยฝีมือใครบางคนที่มีพลังสายเดียวกับวิชากระบี่วิปลาสของข้า แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า... ข้าคือผู้ลงมือฆ่าล้างตระกูลของท่านไม่ใช่หรือ?" สุ้มเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง ไร้ซึ่งความกวนประสาทเมื่อครู่
เซียนหานอวี่ชะงักงัน นัยน์ตาสั่นไหววูบหนึ่ง ปมในใจที่นางเก็บงำมาตลอดหลายปีถูกสะกิดโดนอย่างจัง นางกำหมัดแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว
"เจ้า..."
ก่อนที่เซียนหานอวี่จะได้เอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากถ้ำ ราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ กลิ่นอายปราณมารที่ชั่วร้ายและดุดันแผ่ซ่านเข้ามาจนหายใจไม่ออก
*พรึบ!*
เงาร่างนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบปากถ้ำไว้จนมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกราบไปทั่วหุบเขา
"ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่ายอดฝีมือแห่งสำนักเหมันต์และกระบี่วิปลาสผู้โด่งดัง จะมาแอบสวีทกันอยู่ในหลุมหลบภัยกลางดงอสูรเช่นนี้... พวกเราโชคดีจริงๆ ที่ได้พบสุนัขจนตรอกสองตัวนี้พร้อมกัน!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดนี้ไปกับ ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 6
คืนแรมท่ามกลางดงอสูร
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!