กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 10

ความจริงที่ถูกฝังไว้

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
คราบโลหิตบนศิลาโบราณมิได้แห้งเหือดไปตามกาลเวลา หากแต่ฝังลึกราวกับความแค้นที่สืบทอดมานับหมื่นปี ภายในโถงลับใต้ซากปรักหักพังของสำนักกระบี่ผลาญสวรรค์ อากาศรอบด้านหนาแน่นจนแทบกลายเป็นของแข็ง แรงกดดันจากอาคมโบราณแผ่ซ่านเสียดแทงผิวหนังจนเกิดเสียงดังสิ่วกระทบหิน หลี่มู่หยางยืนนิ่งสงบ ด้ามกระบี่วิปลาสในมือส่งเสียงครางฮือสั่นสะท้าน ราวกับมันรับรู้ถึงภัยคุกคามบางอย่างที่อยู่เบื้องหน้า "เจ้านาย... ข้าว่ากลิ่นอายแถวนี้มันชวนให้อาหารมื้อเมื่อวานอยากย้อนกลับขึ้นมาพิกล" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของพยัคฆ์เพลิงทมิฬดังขึ้นในห้วงจิต มันย่อกายลงต่ำ เขี้ยวโง้งสีนิลแยกออกเล็กน้อย ดวงตาสีเพลิงจ้องเขม็งไปยังแท่นหินอัคนีตรงกลางห้อง ซึ่งมีแผ่นจารึกกระดูกมังกรวางอยู่ หลี่มู่หยางไม่ตอบคำถาม สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องตัวอักษรโบราณที่สลักไว้ด้วยโลหิตเซียน บรรยากาศรอบตัวเขาและเซียนหานอวี่เงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและความเย็นยะเยือกจากปราณเหมันต์ที่นางแผ่ออกมาเพื่อช่วยต้านทานจิตสังหารจากแผ่นจารึก เซียนหานอวี่ก้าวเข้ามาเคียงข้าง เรือนร่างอรชรภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดของสุสานโบราณ ดวงตาคู่งามที่มักจะเยียบเย็นและไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหววูบเล็กน้อยยามกวาดสายตาอ่านเนื้อความบนแผ่นจารึกนั้น "อักษรเหล่านี้... คือบันทึกของบรรพจารย์ยุคบรรพกาล" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งบึงน้ำแข็ง แต่หากเงี่ยหูฟังให้ดีจะรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวเล็กน้อย "ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าขาน แต่เป็นคำเตือน... หรือจะเรียกว่า 'คำพิพากษา' ก็ไม่ผิด" "หึ คำพิพากษาของฟ้าดิน หรือคำโกหกของพวกที่เรียกตัวเองว่าทวยเทพกันแน่" หลี่มู่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างดุดัน ทว่าแววตากลับจริงจังอย่างยิ่ง "อ่านให้ข้าฟังหน่อยซิ หานอวี่ เจ้าเชี่ยวชาญอักขระโบราณยิ่งกว่าข้า" เซียนหานอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบจิตใจ ปราณเหมันต์รอบตัวหมุนวนเป็นเกลียวปกป้องร่างก่อนจะเริ่มเอื้อnวาจาด้วยน้ำเสียงกังวานดั่งระฆังแก้ว "ในยุคที่ฟ้าดินยังไม่แบ่งแยก ทวีปนี้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยปราณปฐพีบริสุทธิ์..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ทว่าความโลภของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในอดีต กลับทำการ 'ดูดกลืน' แก่นแท้ของโลกเพื่อยกระดับขอบเขตพลังของตนเอง จนเกิดรอยแยกแห่งความมืดมิดขึ้นที่ใจกลางรากฐานแผ่นดิน หายนะครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่มันคือ... การล่มสลายที่พวกมันร่วมมือกันปกปิด" สิ้นคำกล่าวของนาง ทั่วทั้งห้องโถงลับก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานหิน อักษรโบราณบนแผ่นจารึกกระดูกมังกรเปล่งแสงสีแดงฉานเจิดจ้าขึ้นมาทันที ราวกับมันได้รับรู้ว่าความลับที่ถูกฝังกลบมานับหมื่นปีได้ถูกเปิดเผยออกแล้ว "เจ้านาย ระวัง!" พยัคฆ์เพลิงทมิฬคำรามลั่น ขนทั่วร่างลุกชัน เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสาม แผ่นศิลาโบราณค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นห้วงมิติสีดำสนิทที่หมุนวนอยู่ภายใน และจากความมืดมิดนั้นเอง... เงาร่างหนึ่งก็ก้าวเท้าเหยียบย่างออกมา ช้าๆ ทว่าทรงพลังจนทำให้กฎเกณฑ์ของฟ้าดินรอบบริเวณสั่นคลอน กลิ่นอายอันเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่ายกดทับจนหลี่มู่หยางต้องยกกระบี่วิปลาสขึ้นตั้งรับอย่างเสียไม่ได้ นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ นั่นไม่ใช่ปีศาจ... แต่เป็นร่างของเซียนอาวุโสผู้หนึ่งที่มีดวงตาสีขาวโพลนไร้แววตา และหน้าอกถูกทะลวงด้วยกระบี่เล่มหนึ่ง ซึ่งคุ้นตาหลี่มู่หยางและเซียนหานอวี่อย่างยิ่ง! กระบี่ประจำสำนักเหมันต์... และตราสัญลักษณ์ของผู้นำรุ่นก่อนที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย! "นี่มัน..." เซียนหานอวี่อุทานออกมาเบาๆ ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นถอดสีลงทันที ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นกำลังจะกัดกินหัวใจของนางในไม่ช้า ร่างนั้นหันมามองทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว ก่อนที่เสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกจะดังขึ้น "พวกเจ้า... ก้าวเข้ามาในหลุมศพของแผ่นดินนี้แล้ว... จะไม่มีวันได้ออกไปอีก... หึหึหึ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดนี้ไปกับ ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%