"หากเจ้ายังก้าวเท้าช้าดุจเต่าคลานเช่นนี้ เกรงว่าพวกเราคงต้องไปเก็บกระดูกของมหาเทพโบราณแทนที่จะไปหาอาวุธเทพเสียแล้วกระมัง, หลี่มู่หยาง!"
เสียงแหลมเล็กแต่น่ารำคาญดังขึ้นจากเบื้องบน พยัคฆ์เพลิงอัคคีทมิฬสะบัดหางเพลิงวับวาว เกาะอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ด้วยท่าทางกวนประสาท มันแยกเขี้ยวขาววับใส่บุรุษหนุ่มผู้กำลังใช้ปลายนิ้วดีดฝุ่นละอองออกจากคมกระบี่วิปลาสในมืออย่างไม่รีบร้อน
หลี่มู่หยางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายเย้ยหยัน "เจ้าแมวไฟปากมาก... หุบปากแล้วระวังลมปราณรอบทิศให้ดีเถอะ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันชั่วร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้พวกเราทุกที"
สิ้นคำกล่าว บรรยากาศโดยรอบก็พลันเปลี่ยนแปรเป็นเยือกเย็นยะเยือกฉับพลัน มวลไอน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามลอยล่องระยิบระยับ เซียนหานอวี่ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกหนาทึบ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทราจนดูราวกับนางพญาแห่งแดนเหมันต์นิรันดร์ ทว่าใบหน้าอันงดงามล่มเมืองกลับเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับจิตใจของนางถูกแช่แข็งด้วยธารน้ำแข็งหมื่นปี
"หุบเขาลับแลอยู่เบื้องหน้าแล้ว..." น้ำเสียงไพเราะแต่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น นางปรายตามองบุรุษผู้เคียงข้างด้วยแววตาที่อ่อนลงเพียงเสี้ยวธุลี ก่อนจะกล่าวต่อด้วยความกังวลที่ซ่อนไว้ "ที่แห่งนั้นเป็นเขตอาคมบรรพกาล แม้แต่เซียนผู้บรรลุ มรรคผลขั้นสูงยังต้องดับสูญเมื่อย่างกรายเข้าไป เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะพาข้าเดินเข้าสู่ปากมรณะนี้?"
หลี่มู่หยางเก็บกระบี่วิปลาสเข้าฝักด้วยเสียงดัง *กริ๊ง* กังวานก้องกังสดาล เขาหันไปสบตากับนางเซียนผู้เยือกเย็น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทายลิขิตสวรรค์
"ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันต์ หรือทัณฑ์อสนีบาต99ชั้นฟ้า หากเจ้าต้องการกระบี่สะท้านฟ้าเล่มนั้นเพื่อทวงความยุติธรรมให้ตระกูลของเจ้า... หลี่มู่หยางผู้นี้ ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ก็จะพานางเซียนเช่นเจ้าเดินผ่าทะลวงมันไปให้ดู!"
คำพูดนั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา ทรงพลังจนทำให้แววตาที่เคยเย็นชาของเซียนหานอวี่ไหววูบ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีคล้ายถูกไออุ่นจากบุรุษผู้นี้หลอมละลายลงอย่างช้าๆ นางไม่เคยคิดเลยว่า ในยุทธภพอันโหดร้ายและไร้ซึ่งความปรานี ยังมีบุรุษผู้ยอมเอาชีวิตเข้าเดิมพันเคียงข้างนางถึงเพียงนี้
"เจ้าคนบ้า..." หานอวี่พึมพำเบาๆ แก้วเนียนปรากฏรอยแดงจางๆ ที่แม้แต่ลมหนาวก็ไม่อาจกลบเกลื่อน
"ฮ่าๆๆๆ เจ้าค่ะ นายท่านของข้ามันบ้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว! แต่ข้าชอบความบ้านี้จริงๆ นะนายท่าน!" พยัคฆ์เพลิงอัคคีส่งเสียงร้องลั่นพร้อมกระโดดลงมาเกาะบนบ่าของหลี่มู่หยาง
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ทันใดนั้นเอง—
พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ท้องน้ายามราตรีที่เคยกระจ่างใสกลับถูกกลืนกินด้วยกลุ่มควันสีดำสนิท สายฟ้าสีเลือดเส้นใหญ่ผ่าฟาดลงมาตรงเบื้องหน้าปากทางเข้า "หุบเขาลับแล" จนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดมหึมา
พร้อมกันนั้น เงาร่างนับร้อยในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นจากความว่างเปล่า ทุกผู้คนต่างแผ่ซ่านไอสังหารรุนแรงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว และที่น่าตกใจที่สุดคือ ผู้นำของกลุ่มคนชุดดำนั้นกลับถือครองกระบี่เล่มหนึ่ง... ซึ่งมีรอยสลักอักขระโบราณรูปแบบเดียวกับรอยแผลเป็นในอดีตที่สำนักเก่าของหลี่มู่หยางใช้หักหลังเขา!
"หึ... หลี่มู่หยาง ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวมาจนได้ สุนัขรับใช้ที่หนีตายวันนั้น คิดหรือว่าวันนี้จะรอดเงื้อมมือของสำนักกระบี่โลหิตไปได้!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องฟ้า พร้อมกับคมกระบี่นับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางถอยของพวกเขาทั้งสอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมากับ ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 12
มุ่งสู่หุบเขาลับแล
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!