กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 13

หมู่บ้านร้างกลางทะเลทราย

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
ก้าวเท้าพลาดเพียงครึ่งชุ่น ชีวิตย่อมร่วงหล่นสู่ขุมนรกโลกันต์ นี่คือสัจธรรมที่ข้า "หลี่มู่หยาง" ท่องจำขึ้นใจยามเมื่อปลายกระบี่วิปลาสกรีดผ่านความว่างเปล่า ทว่ายามนี้ เบื้องหน้าข้าหาใช่หน้าผาชันหรือค่ายกลผีสาง หากแต่เป็นความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของ "หมู่บ้านร้างกลางทะเลทราย" ซากปรักหักพังของเรือนดินอัดและเสาไม้ที่ผุกร่อนเหล่านี้ถูกฝังกลบอยู่ใต้พายุทรายมานานนับร้อยปี แต่กลิ่นอายที่โชยมาตามลมกลับมิใช่กลิ่นอายของความตาย หากเป็นกลิ่นอายของ "ค่ายกลมายาโลหิต" ที่ซ่อนเร้นพิษร้ายไว้รอคอยเหยื่อผู้โง่เขลา "นายท่าน... ข้าว่าที่นี่บรรยากาศวังเวงชอบกล กลืนน้ำลายทีคอแห้งผากราวกับมีคนเอาถ่านแดงมาสFาดใส่" เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นจาก "เจ้าพยัคฆ์เพลิงทมิฬ" สัตว์อสูรคู่กายที่ยามนี้หดร่างเหลือเพียงขนาดเท่าแมวป่า เกาะอยู่บนไหล่กว้างของข้า ดวงตาสสีทองของมันกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง ข้าไม่ได้ตอบคำถามมัน สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องไปยังศาลากลางหมู่บ้าน ที่ซึ่งร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะกำลังยืนนิ่งสงบ เซียนหานอวี่... เจ้าสำนักยอดเขาเหมันต์ผู้เย็นชาและเด็ดขาด นางมิได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อสภาพแวดล้อมอันกดดันนี้แม้แต่น้อย ไหล่บางสง่างามตั้งตรง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างจนเม็ดทรายรอบกายที่ถูกลมพัดปลิวถึงกับจับตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางยืนอยู่เบื้องหน้าประตูซุ้มหมู่บ้านราวกับรูปปั้นหยกสลัก ทว่าข้ารู้จักนางดี... ภายใต้ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีนั้น หัวใจของนางกำลังตื่นตัวถึงขีดสุด "ระวังตัวด้วย" น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งของนางเอ่ยขึ้น โดยไม่หันกลับมามอง "ค่ายกลนี้ไม่ใช่กลไกธรรมดา มันถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณแห่งความแค้นของบรรพชนตระกูลหลงที่เคยถูกฆ่าล้างโคตร ณ ที่แห่งนี้ พลังปราณหยินข้นคลัั่งกำลังกัดกร่อนจิตสำนุกของผู้ฝึกยุทธ์" ข้ายิ้มหยันที่มุมปาก ก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างนาง กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางที่ลอยมาปะทะนาสิกท่ามกลางกลิ่นคาวสนิมเหล็กของทะเลทรายช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มจากวิชากระบี่วิปลาสสงบลงได้บ้าง "ต่อให้เป็นวิญญาณบรรพชนตระกูลไหน หรือเทพเซียนองค์ใด หากกล้าขวางทางเดินของเรา เกรงว่าคงต้องถามคมกระบี่ในมือข้าเสียก่อนว่ายินยอมหรือไม่" ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันดุดัน ย่างก้าวแรกที่พวกเราเหยียบย่างเข้าไปในเขตหมู่บ้าน พื้นดินเบื้องล่างพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงกระดิ่งโบราณดังขึ้นจากความว่างเปล่า กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง... *ครืนนน!* บ้านเรือนดินอัดที่ควรจะผุกร่อนตามกาลเวลา กลับคืนสภาพเป็นเรือนไม้โบราณสีดำสนิทในชั่วพริบตา ประตูหน้าต่างทุกบานเปิดออกพร้อมกันโดยไร้แรงลม และจากความมืดมิดภายในเรือนเหล่านั้น เงาร่างนับร้อยก็ก้าวออกมา เงาร่างเหล่านี้ไม่มีใบหน้า มีเพียงดวงตาสีแดงฉานที่เปล่งประกายด้วยความอาฆาตมาดร้าย พวกมันถือดาบและหวนขึ้นสนิม พุ่งเข้าประชิดตัวพวกเราด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ปุถุชนทั่วไปหลายเท่า! "วิชามายาภาพลวงตา!" หานอวี่อุทานเบื้องต่ำ ฝ่ามือเรียวดุจหยกขาวตวัดวาดออกไปกลางอากาศ ไอเย็นระดับศูนย์องศาแผ่พุ่งออกไปเป็นรูปดอกบัวเหมันต์ *ตูม!* เงาร่างนับสิบที่พุ่งเข้ามาถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา ก่อนจะแตกละเอียดเป็นผุยผงปลิวไปตามสายลม ทว่า... จำนวนของพวกมันกลับเพิ่มขึ้นทวีคูณ ยิ่งฆ่ายิ่งเกิด ยิ่งทำลายยิ่งเพิ่มจำนวน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มเหลวกลายเป็นโคลนดูดสีเลือดที่พร้อมจะกลืนกินร่างของพวกเราลงสู่เบื้องล่าง "นายท่าน! แย่แล้ว ทางออกด้านหลังปิดตายแล้ว!" เจ้าพยัคฆ์เพลิงร้องคำรามลั่น ขนทั่วร่างลุกชัน มันพ่นเปลวเพลิงสีครามออกเป็นวงกว้างเพื่อแผดเผาโคลนเลือดที่กำลังเลื้อยขึ้นมาพันธนาการข้อเท้าของข้า ข้าหรี่ตาลง กวาดสายตามองโครงสร้างของค่ายกลทั้งหมดในพริบตา นี่ไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือ "ค่ายกลจิตวิญญาณสามภพ" ที่ใช้ความกลัวในจิตใจของผู้บำเพ็ญเพียรมาเป็นเชื้อเพลิง ยิ่งพวกเราต่อต้านด้วยความเกรี้ยวกราด ค่ายกลก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตามจิตสังหารของพวกเราเอง! "หานอวี่! หยุดโจมตี!" ข้าตะโกนก้อง ฝ่ามือข้างหนึ่งคว้าจับข้อศอกเรียวของนางไว้แน่น นางสะَดุ้งเล็กน้อย หันมามองข้าด้วยแววตาเย็นชาที่ฉายแววสงสัยระคนไม่เข้าใจ "เจ้าบ้าหรือไร? หากไม่โจมตี พวกเราจะถูกพวกมันกลืนกิน!" นางเอ่ยเสียงแข็ง พลังปราณเหมันต์ในกายปั่นป่วนจนเกล็ดน้ำแข็งรอบตัวร่วงหล่น "เชื่อข้า..." ข้าสบตาคู่นั้นอย่างลึกซึ้ง ถ่าย1เท1กระแสปราณอัคคีบรรพกาลเข้าไปในจุดชีพจรของนางเพื่อกดขี่พลังหยินที่กำลังคลุ้มคลั่ง "ค่ายกลนี้สะท้อนจิตวิญญาณ ยิ่งเจ้าใช้ความเย็นชาและจิตสังหารเข้าห้ำหั่น มันก็ยิ่งสะท้อนความตายกลับมาทวีคูณ ปิดตาสะ... ส่งจิตกลับสู่ความว่างเปล่า ปล่อยให้ข้าจัดการเอง" เซียนหานอวี่นิ่งงังไปชั่วขณะ ภายใต้แววตาที่มักจะไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหววูบคล้ายผิวน้ำยามต้องลม นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะหลับตาลงอย่างรวดเร็ว ยอมฝากความเป็นความตายไว้ในมือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่า "วิปลาส" ผู้นี้อย่างหมดหัวใจ เมื่อไร้ซึ่งแรงต้านจากนาง ข้าจึงเก็บกระบี่วิปลาสเข้าฝัก เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ท่ามกลางสายตาที่มองมาของเงาร่างนับร้อยที่เงื้ออาวุธขึ้นเตรียมปลิดชีพ ข้ายืนหยัดนิ่งสงบ หลับตาลง ปล่อยให้จิตสำนึกดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งห้วงสมุทรภายใน ปลดปล่อยความทรงจำอันเจ็บปวดจากการถูกสำนักเดิมหักหลัง ปลดปล่อยความแค้น ความโกรธเกรี้ยว และความโดดเดี่ยว ให้ไหลผ่านออกไปจากร่างราวกับสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล เมื่อใจว่างเปล่า... โลกใบนี้ก็พลันเงียบงัน เงาร่างนับร้อยที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงักกะทันหัน ดาบที่เงื้อขึ้นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนที่พวกมันจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางๆ แล้วเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย พื้นดินที่เคยเป็นโคลนดูดกลับคืนสภาพเป็นพื้นทรายแห้งผากตามเดิม ความกดดันอันหนักอึ้งมลายหายไปในพริบตา เซียนหานอวี่ลืมตาขึ้นช้าๆ นางมองดูความว่างเปล่ารอบกาย ก่อนจะหันมามองข้า แววตาของนางมีความซับซ้อนฉายชัด นางไม่เอ่ยคำใดออกมา แต่ไอเย็นรอบกายที่เคยแผดเผากลับอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เจ้า... ทำได้อย่างไร?" เสียงหวานเอמהถามแผ่วเบา ข้าลืมตาขึ้น ยิ้มมุมปากส่งให้ “เพราะข้าผ่านนรกมาหลายขุมนัก... จนรู้ว่า บางครั้งการจะเอาชนะความตาย มิใช่การใช้ดาบฟาดฟัน แต่มันคือการกล้าพอที่จะเปิดใจยอมรับความตายต่างหากเล่า” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง และความลับของค่ายกลกำลังจะถูกเปิดเผย... *เปรี้ยง!* เสียงฟ้าคำรามดังสนั่นหวั่นไหวทั้งที่ท้องฟ้าไร้เมฆฝน เม็ดทรายใต้เท้าของพวกเราพลันแยกตัวออกจากกันอย่างรุนแรง ร่างของเงาร่างหนึ่ง พุ่งทะยานขึ้นมาจากใจกลางพื้นพิภพด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่สีดำสนิทที่อาบด้วยพิษโลหิตพุ่งตรงเข้าเสียบทะลวงแผ่นหลังของเซียนหานอวี่โดยที่นางไม่ทันตั้งตัว! "ระวัง!" ข้าคำรามลั่น ร่างทะยานเข้าไปขวางหน้า พร้อมกับชักกระบี่วิปลาสออกจากฝักในเสี้ยววินาทีเป็นตาย! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมากับ ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%