แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาถล่มทลายลงมาเบื้องหน้า หลี่มู่หยางไม่ขยับแม้เพียงก้าว เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้น สบสายตาคมปลาบดุจน้ำแข็งพันปีของเซียนหานอวี่ รอยยิ้มมุมปากของเขาในยามนี้มิใช่ความเย่อหยิ่ง แต่เป็นความสมเพชที่ส่งตรงถึงกาลเวลาที่บิดเบี้ยว
"ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาคล้อย... ย่อมรู้ดีว่าปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งไม่ได้ดับสูญเพราะการบำเพ็ญเพียรผิดพลาด" หลี่มู่หยางกล่าวเสียงเรียบ แต่ทุกคำที่เอ่ยกลับดังสะท้อนก้องในห้วงความคิดของนางเซียน "แต่เป็นเพราะท่านเลือกที่จะ 'ปิดผนึก' ร่องรอยของเลือดตระกูลเจ้าเอาไว้ในสุสานต้องห้ามต่างหาก"
ปัง!
หลุมลึกรอบกายระเบิดออกอีกครั้ง หิมะที่เคยโปรยปรายรอบยอดเขาเหมันต์บัดนี้ถูกพลังปราณอันเย็นเยียบของนางกดทับจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งแหลมคม เซียนหานอวี่ก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างทั้งสองที่เคยไกลสุดขอบฟ้ากลับเหลือเพียงไม่กี่ช่อฟ้าห่าง เธอโน้มตัวลงมา สายตาจ้องเขม็งราวกับจะกรีดผ่านจิตวิญญาณของเขา
"เจ้าเอาเรื่องเท็จเช่นนี้มาจากไหน" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยที่ปลายประโยค "วิชาที่เจ้าใช้อยู่เป็นวิชานอกรีตที่แอบอ้างชื่อกระบี่สำนักข้า เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้คนโกหกที่แม้แต่ลมหายใจยังพ่นความชั่วร้ายออกมาลอยนวลไปได้หรือ?"
"โกหกหรือ?" หลี่มู่หยางหัวเราะร่วน พยัคฆ์เพลิงตัวจิ๋วที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขาคำรามเสียงแหลมเล็กแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีกวนประสาท "นางเซียนน้ำแข็งเอ๋ย เจ้าช่างเป็นพวกปิดหูปิดตาตัวเองได้สนิทใจนัก เจ้านายข้าอาจจะปากเสียไปบ้าง แต่เรื่องที่เขารู้... เกรงว่าถ้าเจ้าได้ฟังจนจบ หัวใจที่เป็นน้ำแข็งของเจ้าอาจจะแตกละเอียดเสียก่อนจะทันได้ลงดาบเขานะ!"
"หุบปากเสีย เจ้าสัตว์อสูรชั้นต่ำ!" เซียนหานอวี่ตวาด พลังปราณสีฟ้าเข้มพุ่งออกมาจากฝ่ามือเตรียมจะบดขยี้พยัคฆ์เพลิง แต่หลี่มู่หยางกลับขยับตัวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้แน่น ผิวสัมผัสเย็นเยียบราวกับหิมะจากยอดเขาสูงสุดทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ความทะนงในวิถีกระบี่ไม่ยอมให้เขาถอย
"หากอยากรู้ความจริง ว่าทำไมในบันทึกลับของสำนักเหมันต์ถึงต้องเว้นว่างหน้าสุดท้ายเอาไว้เมื่อสามร้อยปีก่อน ก็จงลดกระบี่เล่มนั้นลงเสีย" หลี่มู่หยางกระซิบชิดใบหู ความร้อนจากกายของเขาปะทะกับไอเย็นจากนางจนเกิดเป็นหมอกสีขาวจางๆ คลุ้งไปทั่วบริเวณ
เซียนหานอวี่นิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยไร้ความรู้สึกบัดนี้สั่นไหวด้วยความสับสน 'บันทึกลับหน้าสุดท้าย' คือสิ่งที่นางตามหามาตลอดชีวิต ในฐานะเจ้าสำนัก นางรู้ดีว่ามีความลับหนึ่งที่ถูกฝังกลบภายใต้ชื่อของตระกูลที่ล่มสลาย แต่นางไม่เคยคิดว่าบุรุษเบื้องหน้า—ผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นศิษย์สำนักกระบี่วิปลาสที่ล่มสลายไปนานแสนนาน—จะล่วงรู้เรื่องนี้
"เจ้าเป็นใครกันแน่ หลี่มู่หยาง?" นางถาม เสียงแผ่วเบาดุจเสียงน้ำแข็งลั่นในทะเลสาบที่กำลังจะแตก
"ข้าคือคนที่ถูกสำนักที่ข้าเคยภักดีโยนลงเหว... และเป็นคนเดียวที่จะนำพาเจ้าไปเห็น 'โลงศพ' ของบรรพบุรุษเจ้าที่ไม่ได้บรรจุร่างของคนตาย แต่บรรจุ 'คำสาป' ที่เจ้ากำลังถือครองอยู่โดยไม่รู้ตัว"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายที่เงียบสงัดก็เปลี่ยนไป ไอสังหารอันเย็นเยือกไม่ได้มาจากเซียนหานอวี่อีกต่อไป ทว่ามาจากผืนฟ้าด้านบนที่จู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกที่เคยปกคลุมยอดเขาเหมันต์ถูกฉีกกระชากด้วยแรงกดดันมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก
เสียงกระบี่นับหมื่นเล่มในคลังอาวุธของสำนักสั่นสะท้านพร้อมกันดุจถูกปลุกจากภวังค์ เสียงแหลมก้องกัมปนาทสั่นประสาททำเอาพยัคฆ์เพลิงถึงกับขนลุกชัน กระโดดลงจากไหล่หลี่มู่หยางไปซ่อนหลังโขดหิน
"นายท่าน... ข้าว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงแล้ว" พยัคฆ์เพลิงตัวน้อยสั่นเทา "ไม่ใช่คนธรรมดา... นี่มัน 'ผู้คุมกฎแห่งทัณฑ์สวรรค์'!"
เซียนหานอวี่เบิกตากว้าง นางสัมผัสได้ถึงพลังที่เหนือกว่าระดับของนางอย่างเทียบไม่ได้ พลังที่ไม่ได้มาจากยุทธภพ แต่มาจากมิติที่สูงส่งกว่า หลี่มู่หยางไม่ได้ปล่อยข้อมือนาง แต่เขากลับหมุนตัวนางให้มายืนเบื้องหลังของเขา พร้อมกับชักกระบี่วิปลาสสีดำสนิทออกมาจากฝัก กลิ่นอายสังหารพุ่งทะยานเสียดฟ้า
"หลบหลังข้าไว้ เซียนน้ำแข็ง" หลี่มู่หยางกล่าวเสียงเย็น "วันนี้ข้าจะให้เจ้าเห็นว่า... กระบี่ที่หักหลังแม้กระทั่งฟ้าดินนั้น มีหน้าตาเป็นอย่างไร!"
กลางอากาศ เหนือเมฆา ร่างเงาสีทองอร่ามค่อยๆ ก้าวลงมาจากรอยแยกของมิติ พร้อมกับเสียงกังวานที่ทำให้ภูเขาทั้งลูกสั่นสะท้าน
"หลี่มู่หยาง... เจ้าทรยศต่อกฎสวรรค์ด้วยการเผยความลับแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง... วันนี้ยี่สิบสี่ขุนพลสวรรค์ มารับวิญญาณของเจ้ากลับคืนสู่ความว่างเปล่า!"
หลี่มู่หยางกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือกระบี่สั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบัง และในวินาทีที่แสงจากดาบศักดิ์สิทธิ์ของขุนพลสวรรค์สาดส่องลงมา เซียนหานอวี่กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... นางก้าวออกมาข้างหน้า แล้วใช้พลังน้ำแข็งนิรันดร์ของนางสร้างกำแพงปราณเข้าขวางการโจมตีนั้นแทนเขา!
"เจ้าทำอะไรของเจ้า!" หลี่มู่หยางอุทาน
"หากเจ้าตาย... ข้าก็ไม่มีวันได้รู้ความจริงที่ถูกฝังอยู่ใต้รอยร้าวของสำนักข้า!" นางกล่าวพลางกระอักเลือดออกมาคำโต แสงสีทองจากทัณฑ์สวรรค์เริ่มบดขยี้เกราะน้ำแข็งของนางจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
นี่คือบทเริ่มต้นของการปะทะระหว่างวิถีเซียนและวิถีกระบี่วิปลาสที่ก้าวข้ามทุกกฎเกณฑ์ของสรรพสิ่ง... และชะตากรรมของพวกเขาทั้งสองกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายที่ยากจะแยกออกจากกัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันบ้าคลั่งนี้กับลั่วอสูรหมื่นภูผานะครับ
กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 3
รอยร้าวแห่งเหมันต์
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสพ่ายรักเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!