ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 24

การตัดสินใจครั้งใหญ่

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าเดินเข้ามาในพื้นที่ของฉันตอนนี้, เอวา” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของรินรดาตวัดข้ามโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลบนโต๊ะสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ภัณฑารักษ์สาวคนเก่งไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุกด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวยังคงกดคีย์บอร์ดแล็ปท็อปรัวเร็วราวกับต้องการระบายความหงุดหงิดใส่หน้าจอ เอวาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ร่างเพรียวในชุดสูทโอเวอร์사이즈สีขาวสะอาดตาดูโดดเด่นตัดกับความมืดครึ้มของห้อง เธอกลืนก้อนความถือดีลงคออย่างยากลำบาก นี่ไม่ใช่พื้นที่ของเธอ... นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่รินรดาใช้ซ่อนตัวจากมรสุมข่าวฉาวเรื่องงานประมูลศิลปะที่กำลังสั่นสะเทือนวงการ และเธอก็รู้ดีว่าความปากจัดของตัวเองมักจะพังทุกอย่างในยามที่ควรจะพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ มากที่สุด “ฉันไม่ใช่ใคร... ฉันก็คือคนที่จะมาช่วยกู้หน้าให้ภัณฑารักษ์ผู้แสนจะสมบูรณ์แบบคนนี้ไม่ให้ตกเก้าอี้ยังไงล่ะคะ” เอวาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงพยายามรักษาฟอร์มความมั่นใจขั้นสุดเอาไว้ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก รินรดาหยุดพิมพ์งานทันที เธอนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและร่องรอยความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้เกราะเหล็กอย่างมิดชิด “ช่วยฉันเหรอ? หึ...” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบ “คุณเอวา ดีไซเนอร์ผู้รักความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเนี่ยนะ จะมาช่วยคนอย่างฉัน คนที่กำลังจะทำให้แกลเลอรีนี้พังพินาศเพราะความผิดพลาดทางเอกสารเนี่ยนะคะ? กลับไปซะเถอะค่ะ ไปออกแบบชุดหรูหราให้เซเลบใส่เดินพรมแดงโน่น อย่ามาเสียเวลาคลุกฝุ่นกับความหายนะของฉันเลย” คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบเสียยิ่งกว่ากรรไกรตัดผ้าของเธอเอง เอวาเม้มปากแน่น ความโกรธวาบขึ้นในอกแต่ถูกสกัดไว้ด้วยภาพใบหน้าซีดเซียวของอีกฝ่าย รินรดาไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว รอยคล้ำใต้ดวงตาคู่นั้นชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังแบกรับภาระที่หนักหนาสสาหัสแค่ไหน “ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณรินรดา...” เอวาถอนหายใจยาว เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปใกล้จนอีกฝ่ายต้องขยับถอยหลังด้วยความระแวง “แต่ช่วยไม่ได้ค่ะ พอดีว่าฉันเป็นคนประเภท... ชอบความท้าทาย และเกลียดที่สุดคือการเห็นคนเก่งๆ อย่างคุณมานั่งยอมแพ้ให้พวกสารเลวพวกนั้นเหยียบย่ำ” “คุณหมายความว่ายังไง...” รินรดาขมวดคิ้วมุ่น “หมายความว่า... ฉันสืบเรื่องเอกสารชุดนั้นมาหมดแล้วค่ะ” เอวายื่นแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะ หน้าจอแสดงเส้นทางการเงินและหลักฐานการปลอมลายเซ็นของบอร์ดบริหารคนหนึ่งที่กำลังพยายามโยนความผิดทั้งหมดให้รินรดาแบกรับ “พวกมันกำลังจะทำลายคุณ เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของตัวเอง และถ้าคุณยังนั่งขังตัวเองอยู่ในความมืดแบบนี้ อีกสามวัน... คุณจะไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนในวงการศิลปะ” รินรดาไล่สายตาอ่านข้อมูลบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ความตกใจฉายชัดในแววตาคู่สวย มือเรียวที่วางอยู่บนตักเผลอจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาที่เคยเย็นชาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเงยขึ้นสบตากับดีไซเนอร์สาว “ทำไม... ทำไมคุณต้องช่วยฉัน” เสียงของรินรดาแผ่วเบaลง ไร้ซึ่งความแข็งกร้าวเมื่อครู่ “เราสองคนเป็นแค่คู่กัดที่เจอทีไรก็แทบจะกินเลือดกินเนื้อกันไม่ใช่เหรอคะ เอวา” “ก็เพราะว่า...” เอวาโน้มตัวลงไปใกล้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวอยู่ห่างจากคนนั่งเพียงแค่คืบ ดวงตากลมโตประกายความจริงจังที่หาดูได้ยาก “ในวงการนี้ มีแค่คุณคนเดียวค่ะที่เถียงกับฉันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อที่สุด... ฉันยอมให้ใครหน้าไหนมาโค่นคุณไม่ได้หรอก นอกจากตัวฉันเอง” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้กลิ่นน้ำหอมเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเอวา ลอยวนอยู่ในAโหมดความรู้สึกของรินรดา ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้น เอาแต่ใจ และปากจัดเป็นที่หนึ่ง แต่ในยามวิกฤตแบบนี้... กลับเป็นเอวาคนเดิมที่ยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเธอโดยไม่ถอยหนีไปไหนเลย รินรดากะพริบตาช้าๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกที่เคยหนתเหน็บมาตลอดหลายวัน ความทิฐิที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเดียว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันคล้ายกำลังชั่งใจอย่างหนักหน่วงก่อนจะยอมเปิดปากเอ่ยบางสิ่งที่เอวาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยิน “ถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่อยากสู้คนเดียวแล้วล่ะ คุณจะยอมยืนข้างฉันไปจนถึงที่สุดไหมคะ เอวา” คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของดีไซเนอร์สาว เอวานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนรอยยิ้มมั่นใจจะระบายบนใบหน้าสวย เธอเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวเย็นเฉียบของรินรดาขึ้นมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือถ่ายทอดความมั่นคงให้กันและกันอย่างเงียบเชียบ “ระดับฉันแล้ว... ไม่เคยครึ่งๆ กลางๆ หรอกค่ะ” เอวาตอบเสียงนุ่ม แววตาทอประกายระยิบระยับ “คืนนี้เราจะรื้อเอกสารพวกนี้ให้หมด แล้วพรุ่งนี้เช้า... เราจะไปตบหน้าพวกบอร์ดบริหารคนนั้นกลางที่ประชุมใหญ่พร้อมกัน!” รินรดาเผลอยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยือกเย็นเคลือบไว้ แต่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจและงดงามจนเอวาเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ทั้งสองคนสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางความมืดของห้องนิทรรศการ โดยไม่มีใครรู้เลยว่า... ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกหนาตั้บดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท “อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคู่รัก(ปากแข็ง)รึเปล่าเอ่ย?” เสียงแหลมสูงคุ้นหูของ ‘คีย์’ เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มใบหน้า ขณะที่เจ้าตัวก้าวฉับๆ เข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารลับปึกใหญ่ในมือ “พอดีฉันไปได้หลักฐานชิ้นโบว์แดงมาจากใต้เตียงท่านประธานมาพอดี... สนใจจะฟังหน่อยไหมคะ, คุณดีไซเนอร์?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ก้าวไปอีกขั้นของทั้งคู่ในตอนนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%