เอกสารในแฟ้มสีดำสนิทบนมือของคีย์ไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมากนักในเชิงกายภาพค่ะ แต่มันกลับหนักอึ้งพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของเอวาหยุดนิ่งลงได้ในเสี้ยววินาที กลิ่นอายของความตื่นเต้นและความวุ่นวายที่เพื่อนสนิทตัวแสบพกติดตัวมาด้วย มักจะเป็นลางบอกเหตุเสมอว่า ความสงบสุขในชีวิตของดีไซเนอร์สาวปากจัดคนนี้กำลังจะสิ้นสุดลงอีกครั้ง
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคู่รัก(ปากแข็ง)รึเปล่าเอ่ย?"
เสียงแหลมสูงเจือความเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับสายตาซุกซนที่กวาดมองระหว่างเอวาซึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน กับรินรดา ภัณฑารักษ์สาวมาดนิ่งผู้เพิ่งผละตัวออกจากการยืนประชิดตัวเมื่อครู่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวของรินรดาไร้ซึ่งรอยตื่นตระหนก มีเพียงแววตาไหววับที่ฉายความรำคาญใจจางๆ ออกมาอย่างปิดไม่มิด
เอวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปรกติที่สุด แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะยังคงเต้นรัวเร็วกจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ มือเรียวบางเอื้อมไปคว้าแฟ้มเอกสารนั้นมาเปิดดูอย่างไม่สบอารมณ์นัก
"ถ้าเนื้อหาข้างในมันไร้สาระล่ะก็ คีย์... เธอเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากสตูดิโอฉันได้เลยนะคะ" เอวากัดฟันพูด เสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนอยากรู้
คีย์ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวหรูอย่างถือวิสาสะ "ระดับฉันแล้ว มีหรือจะเอาขยะมาฝากเพื่อนรัก? ลองพลิกไปหน้าสุดท้ายสคะ คุณดีไซเนอร์ขา... แล้วเธอจะรู้ว่าความลับที่หวานใจคนสวยของเธอบ่ายเบี่ยงมาตลอด มันซ่อนอะไรอยู่ใต้พรมบ้าง"
คำพูดทีเล่นทีจริงของคีย์ทำให้เอวาต้องหันขวับไปมองรินรดาโดยอัตโนมัติ
ภัณฑารักษ์สาวผู้เคยเยือกเย็นและควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่าง บัดนี้กลับเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายมั่นคงกลับหลบวูบไปทางอื่น ชั่วขณะนั้นเองที่เอวารับรู้ได้ถึงความสั่นไหวบางเบาภายใต้เกราะกำบังอันสมบูรณ์แบบนั้น ความกลัวและความลังเลที่รินรดาพยายามซ่อนไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กำลังถูกเปิดเปลือยทีละน้อยผ่านหน้ากระดาษแผ่นบางๆ ในมือของเธอ
"ริน..." เอวาเรียกชื่อนั้นแผ่วเบา น้ำเสียงที่มักจะเฉียบคมและเต็มไปด้วยความมั่นใจ กลับเจือความไม่แน่ใจลงไปถนัดตา "นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เปลือกตาสองชั้นกะพริบถี่เพื่อขับไล่ความร้อนผ่าวที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เธอก้าวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับต้องการสร้างระยะห่างเพื่อปกป้องตัวเองจากความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย
"มัน... มันก็แค่เรื่องไร้สาระในอดีตค่ะ เอวา" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่สั่นพร่าเล็กน้อยจนคนฟังจับสังเกตได้ "อดีตที่ฉันคิดว่ามันตายไปแล้ว และไม่อยากเอามาดึงรั้งคุณไว้"
"แต่อดีตบ้าๆ นั่นแหละค่ะ ที่ทำให้คุณผลักไสฉันครั้งแล้วครั้งเล่า!" เอวาเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัด
อั้นตันใจ ความโกรธปนความน้อยใจตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น จนกระดาษข้างในกระจัดกระจาย "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครคะ? ถึงมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉันทุกอย่าง ว่าฉันควรจะรู้หรือไม่ควรรู้เรื่องอะไร! เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน..."
"เพราะฉันรักคุณต่างหากล่ะคะ ถึงไม่อยากให้คุณต้องมาแปดเปื้อนกับเรื่องโสโครกพวกนั้น!"
รินรดาโพล่งขึ้นมาด้วยความอั้น สติที่เคยควบคุมไว้พังทลายลงในชั่วพริบตา น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคู่สวยที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบเสมอ ห้องทำงานที่เคยเงียบสงบกลับตลบอบอวลไปด้วยความอึดอัดและร้าวราน
คีย์ที่นั่งดูละครฉากใหญ่เงียบๆ ถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ค่อยๆ ขยับตัวถอยฉากออกไปเงียบๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คู่รักปากแข็งได้สะสางปมในใจกันตามลำพัง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในความเงียบงัน
เอวาชะงักไปกับคำว่า *'รัก'* ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยคุกรุ่นอยู่ในอกมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมากลางใจ เมื่อเห็นหยาดน้ำใสเอ่อคลอเบ้าตาของรินรดา
เธอไม่เคยเห็นรินรดาในมุมนี้เลย... มุมที่แตกสลายและไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ
เอวาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ มือเรียวยื่นออกไปแตะที่ต้นแขนเรียวบางเบาๆ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างกายของอีกฝ่ายที่กำลังพยายามอดกลั้น
"โง่จังนะคะ..." เอวาพึมพำเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณคิดว่าฉันกลัวความโสโครกหรือเรื่องแย่ๆ ในอดีตของคุณเหรอคะ รินรดา? คุณไม่รู้จักเอวาคนนี้เลยจริงๆ... สิ่งเดียวที่ฉันกลัวที่สุดในชีวิตนี้ ไม่ใช่เรื่องอดีตบ้าบออะไรนั่นหรอกค่ะ..."
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา สายตาสั่นระริกเต็มไปด้วยคำถาม
"...แต่คือการที่คุณผลักไสฉันออกไปจากชีวิตต่างหากล่ะคะ ที่ฉันกลัวที่สุด"
เอวาพูดจบก็ดึงร่างบางของรินรดาเข้ามากอดไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาดมน ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกันเยียวยารอยแผลในอดีต รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะยกแขนขึ้นกอบกุมแผ่นหลังบางของคนรักไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปในอากาศ
ในที่สุด กำแพงน้ำแข็งที่รินรดาสร้างขึ้นมานานนับปีก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งสองยืนกอดกันท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน ราวกับเวลาหยุดเดิน เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่หลงทางในความกลัว
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานซึ้งและลงตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งรวด แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เอวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเป็นครั้งที่สองในรอบครึ่งชั่วโมง ส่วนรินรดารีบผละตัวออกจากอ้อมกอดทันที พร้อมกับใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาบนแก้มลวกๆ
"ใครคะ?" เอวาตะโกนถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มพิกัด
ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอย แต่ประตูบานหรูสีขาวกลับถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด ร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่ด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะที่ต้องมาขัดจังหวะเวลาซาบซึ้งของ 'อดีตคู่หมั้น' กับ 'เด็กเส้น' คนโปรด..." เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของ **'คุณหญิงมาลินี'** มารดาผู้ทรงอิทธิพลของรินรดาเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง "พอดีฉันได้ข่าวว่าลูกสาวตัวดีของฉันกำลังจะทำเรื่องโง่ๆ... เลยต้องมาจัดการด้วยตัวเองค่ะ"
รินรดาหน้าถอดสีทันที ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเผชิญหน้ากับต้นตอของความกลัวทั้งหมดในอดีตที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ทันตั้งตัว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 25
การปะทะครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!