“คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของฉันตอนนี้… ออกไปซะ”
น้ำเสียงที่มักจะเยือกเย็นและทรงพลังของรินรดา กลับสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ร่างเพรียวบางในชุดสูทผ้าไหมสั่งตัดพิเศษยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องจัดแสดงนิทรรศการโซนพิเศษ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเฉียบคมและมั่นอกมั่นใจ บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ราวกับวิญญาณกำลังหลุดออกจากร่างเมื่อเผชิญหน้ากับอดีตอันดำมืดที่ตามหลอกหลอนมาเนิ่นนาน
เอวาที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที ดีไซเนอร์สาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครละสายตาจากแขกวีไอพีในงาน แล้วพุ่งตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินรดากับชายวัยกลางคนท่าทางคุกคามผู้นั้นอย่างรวดเร็ว ส้นสูงปรี๊ดกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังคมกริบ ดึงดูดสายตาของเซเลบและสื่อมวลชนรอบงานให้หันมามองเป็นตาเดียว แต่เอวาไม่สนใจสิ่งอื่นใด นอกจากความสั่นเทาที่ส่งผ่านปลายนิ้วเย็นเฉียบของคนที่เธอเพิ่งจะตกลงใจยอมเปิดใจให้
“ขอโทษนะคะ พื้นตรงนี้เป็นโซนไพรเวตสำหรับแขกที่ได้รับเชิญเท่านั้น ถ้าคุณไม่มีบัตรเชิญ กรุณาเชิญออกไปทางด้านหน้าค่ะ” เอวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาคมกริบดุจนางพญาไปหาผู้บุกรุก พลางใช้มืออีกข้างโอบเอวบางของรินรดาไว้แน่น เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและเป็นเกราะกำบังให้
“ริน… ลูกหนีพ่อไม่พ้นหรอกนะ” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของผู้เป็นพ่อ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ความสำเร็จถล่มทลายของงานนิทรรศการศิลปะและแฟชั่นผสมผสาน ‘The Art of Ruin’ ที่เพิ่งประกาศกร้าวผ่านหน้าสื่อทุกสำนักเมื่อครู่ กลายเป็นฉากหลังที่ไร้ความหมาย ท่ามกลางเสียงชัตเตอร์ของปาปารัสซี่ที่แอบบันทึกภาพความอลวนนี้ไว้ได้ทัน
“ฉันบอกให้ ‘ออกไป’ ไงคะ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำแต่เต็มไปด้วยความดุดันและรังเกียจเดียดฉันท์ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามดึงความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีกลับคืนมา “อย่ามาทำลายงานของฉัน… และอย่ามาทำตัวน่าสมเพชแบบนี้ที่นี่”
“ปากคอเราะร้ายเหมือนแม่เธอไม่มีผิด!” ชายคนนั้นทำท่าจะพุ่งเข้ามาคว้าแขนของรินรดาด้วยความโกรธเกรี้ยว
แต่เร็วกว่าแสง เอวาขยับตัวก้าวออกไปบังร่างของรินรดาไว้อย่างมิดชิด พร้อมกับยกสมาร์ทโฟนขึ้นกดโทรออกด้วยมือเดียวอย่างไม่เกรงกลัว “รบกวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาที่โซน B ด่วนค่ะ มีคนบุกรุกและคุกคามผู้จัดงาน… ถ้าคุณยังไม่อยากให้ภาพข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้ลงรูปคุณถูกหิ้วปีกออกไปประจานความอับอาย ก็เชิญไสหัวไปซะตอนนี้”
คำพูดเฉียบคมและท่าทีเด็ดเดี่ยวของเอวาทำให้ชายวัยกลางคนชะงัก เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่เริ่มมีผู้คนจับจ้องด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง พร้อมทิ้งท้ายสายตาอาฆาตไว้ “แกกับฉันยังเคลียร์กันไม่จบแน่ นังลูกอกตัญญู!”
ร่างของชายคนนั้นเดินหายลับไปกับฝูงชนที่เริ่มแตกตื่น ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดและหยดน้ำตาที่รินรดากลั้นไว้ไม่อยู่ มันร่วงเผาะลงบนหลังมือของเอวาที่ยังคงโอบกอดเธอไว้ไม่ห่าง
“ริน…” เอวาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความปากจัดและมาดมั่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยระคนตกใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตา “ไหวไหมคะเนี่ย ตัวสั่นไปหมดแล้ว”
รินรดาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเอวาอย่างไร้การป้องกัน เธอยอมละทิ้งเกราะกำแพงความเย็นชาและท่าทีเจ้าระเบียบที่สวมใส่มาตลอดชีวิตไว้ตรงนั้น กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของเอวาช่วยดึงสติเธอให้กลับมาหายใจได้ทั่วท้อง เสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้ร่มผ้าของดีไซเนอร์สาวคือสิ่งเดียวที่ยึดโยงเธอไว้กับความเป็นจริงในวินาทีนี้
“ฉัน… ฉันเกลียดเขา” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากที่สั่นเทอของรินรดา “ฉันคิดว่าหนีพ้นแล้ว… ฉันคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอแล้ว เอวา”
“ชูว์… ไม่เป็นไรค่ะ มีฉันอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น” เอวาลูบหลังบางเบาอย่างปลอบโยน ความรู้สึกบางอย่างในใจมันพองโตและบีบรัดในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์ในสายตาคนทั้งโลก กำลังแตกสลายอยู่ในอ้อมแขนของเธอ
ในจังหวะนั้นเอง คีย์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับทีมงานรักษาความปลอดภัยก็โผล่พรวดเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุ “ยัยเอวา! เกิดอะไรขึ้นวะ ฉันเห็นคนมุง… เฮ้ย!” คีย์ชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทและภัณฑารักษ์สาวคนเก่ง “โอ้โห ภาพนี้ถ้าสื่อเห็น พรุ่งนี้ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งแน่ แต่เดี๋ยวก่อน… ยัยริน ร้องไห้เหรอเนี่ย? ช็อกโลกยิ่งกว่างานศิลป์ในงานอีก!”
“คีย์! แกหุบปากแล้วไปเคลียร์แขกข้างนอกก่อน อย่าให้ใครเข้ามาใกล้โซนนี้เด็ดขาด!” เอวาตวัดสายตาพิฆาตส่งสัญญาณให้เพื่อนสนิทรู้ตัวว่าควรทำอะไร คีย์พยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างรู้ความ
เอวาประคองร่างของรินรดาให้เดินเลี่ยงเข้าไปในห้องพักรับรองส่วนตัวด้านหลังแกลเลอรี ที่ซึ่งไร้ผู้คนและเสียงรบกวนจากภายนอก เธอกดล็อกประตูอย่างแน่นหนาก่อนจะหันกลับมาประคองใบหน้าสวยหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
นิ้วเรียวปัดปอยผมที่ระใบหน้าของรินรดาออกอย่างอ่อนโยน ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบ มีคำถามมากมายอัดแน่นอยู่ในใจของเอวา แต่เธอก็เลือกที่จะไม่เอ่ยปากคาดคั้นในยามที่อีกฝ่ายอ่อนแอถึงขีดสุด
“มองฉันค่ะ ริน” เอวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยใช้มา “คุณเก่งมากแล้วนะวันนี้ งานนิทรรศการของเราประสบความสำเร็จถล่มทลาย คนทั้งเมืองกำลังชื่นชมวิสัยทัศน์ของคุณ… และเรื่องเมื่อครู่ ฉันจะจัดการให้เอง คุณไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเอวา แววตาที่เคยว่างเปล่าและเต็มไปด้วยกำแพง บัดนี้สะท้อนภาพของหญิงสาวตรงหน้าผู้ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ ความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมากลางใจท่ามกลางพายุอารมณ์ที่เพิ่งสงบลง
“ทำไม…” รินรดาเปล่งเสียงแหบพร่า “ทำไมถึงต้องใจดีกับฉันขนาดนี้ด้วยล่ะ เอวา… ทั้งที่เราสองคนเพิ่งจะกัดกันแทบตายเมื่อวาน”
เอวาหัวเราะในลำคอเบา ๆ รอยยิ้มร้ายกาจที่คุ้นเคยกลับมาแต้มที่มุมปากอีกครั้ง แม้แววตาจะยังคงมีความห่วงใยฉาบอยู่เต็มเปื้อน “ก็เพราะว่าปากจัด ๆ อย่างคุณน่ะ มันเหมาะกับการมาต่อปากต่อคำกับฉันคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ ห้ามไปอ่อนแอให้ใครเห็นอีกเด็ดขาด… เข้าใจไหมคะ?”
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความกลัวจากอดีตอีกต่อไป แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่พุ่งชนเข้าอย่างจังจนตั้งตัวไม่ติด ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันเพียงคืบทำให้ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
เอวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงแค่เราสองคน
ทว่า ในจังหวะที่ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของคีย์ที่ดังทะลุเข้ามา
“ยัยเอวา! แย่แล้ว! รีบเปิดประตูเร็วเข้า มีแจ็กพอตใหญ่อีกรอบรอพวกแกอยู่ข้างนอก… ตอนนี้สำนักพิมพ์ใหญ่กับกองบรรณาธิการแฟชั่นระดับโลกกำลังขอสัมภาษณ์ด่วนเกี่ยวกับ ‘เบื้องหลังความสัมพันธ์’ ของพวกแกสองคน แถม… แถมคนจากตระกูลของคุณรินรดากำลังกลับมาพร้อมกับนักข่าว!”
รินรดาหน้าถอดสีทันที ร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายกลับมาแข็งค้างอีกครั้งด้วยความตกใจสุดขีด
เอวาผละออกเล็กน้อย ดวงตาประกายความดุดันวาบขึ้นมาทันที เธอหันกลับไปมองประตูสลับกับใบหน้าตื่นตระหนกของรินรดา ก่อนจะตัดสินใจคว้ามือเรียวของอีกฝ่ายมากุมไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งความมั่นใจให้ครั้งสุดท้าย
“ไม่ต้องกลัวค่ะริน…” เอวาเหยียดยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ความตื่นเต้นเร้าใจพุ่งพล่านถึงขีดสุด “ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมนี้นัก… เราก็มาเปิดรันเวย์ต้อนรับพวกมันให้โลกลือกันไปเลยดีกว่า!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 26
แสงสว่างที่ปลายรันเวย์
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!