เสียงดนตรีแจ๊สจังหวะเนစ်นานเคล้าคลอเคลียกับเสียงหัวe-แว่วหวานภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการกึ่งเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร แสงไฟสลัวสีแอมเบอร์สาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา สะท้อนเงาร่างของแขกเหรื่อในชุดราตรีชั้นสูงที่ต่างพากันถอยร่นออกไปปล่อยให้พื้นที่ตรงกลางกลายเป็นอาณาจักรส่วนตัวของคนสองคน—คนหนึ่งยืนกอดอกด้วยมาดนิ่งสนิทภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีไอยราที่ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนกรีก ส่วนอีกคนกำลังเคาะแก้วคริสตัลในมือเบาๆ ด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนความสั่นไหวไว้ไม่มิด
“คุณรินรดานี่เก่งกาจเรื่องการจัดฉากจริงๆ นะคะ” เอวาเปิดฉากฟาดฟันด้วยน้ำเสียงที่เจือแววประชดประชันอย่างเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบขนตางอนงามตวัดมองภัณฑารักษ์สาวที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ “นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยก็จัดแล้ว งานเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์ก็ผ่านมาแล้ว... ทีนี้จะอ้างเหตุผลอะไรอีกคะ ถึงได้ต้อนฉันมามุมอับสายตาแบบนี้ หรือว่ากลัวคนอื่นจะเห็นว่าภัณฑารักษ์ผู้แสนเพียบพร้อมกำลังจะจนมุมคำถามของดีไซเนอร์ปากจัดอย่างฉันกันแน่”
รินรดาไม่ตอบทันที เธอค่อยๆ วางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะคอนโซลหินอ่อนด้านหลังอย่างใจเย็น ท่วงท่าทุกกระเบียดนิ้วเต็มไปด้วยความสง่างามที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ดวงตาสีนิลคู่สวยที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้เบื้องหลังแว่นตากรอบทองบัดนี้ไร้ซึ่งเครื่องป้องกัน เธอมองตรงมายังเอวาด้วยสายตาที่ลึกล้ำจนคนมองต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“คนที่กำลังจนมุม... น่าจะเป็นคุณเอวามากกว่านะคะ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับบาดลึกเข้า Zโสตประสาท “ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้มาจนถึงวินาทีนี้ ปากของคุณบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย ปากของคุณบอกว่ารำคาญความเจ้าระเบียบของฉัน แต่สายตาที่คุณใช้มองฉันเวลาเผลอ... มันบอกอีกอย่างนะคะ ดีไซเนอร์คนเก่ง”
เอวาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอพาลกระหน่ำรัวจนน่าหงุดหงิด เธอเกลียดนักเวลาที่ผู้หญิงตรงหน้าสามารถอ่านความคิดของเธอทะลุปรุโปร่งได้ราวกับเธอกำลังแก้ผ้าชีเปลือยต่อหน้าสาธารณชน ความมั่นใจที่เคยมีล้นเหลือพังทลายลงในพริบตาเหลือเพียงความรั้นที่ถูกงัดขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง
“อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะรินรดา” เอวาเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ฉันก็แค่... ทำงานตามหน้าที่ ดีไซเนอร์ระดับท็อปชาร์ตอย่างฉันไม่มีเวลามานั่งสนใจความรู้สึกของภัณฑารักษ์จอมจุกจิกหรอกค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมชุดราตรีที่คุณออกแบบให้ฉันในคืนนี้ ถึงเป็นชุดเดียวในคอลเลกชันที่ไม่มีการวางขายหน้าร้านคะ?” รินรดาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนเอวารู้สึกราวกับถูกมอมเมา “ทั้งๆ ที่คุณบอกว่ามันคือผลงานชิ้นเอก แต่คุณกลับเก็บมันไว้ให้ฉันสวมใส่เป็นคนแรก... และคนเดียว”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กัน เอวาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองใบเนียนใสที่ขึ้นสีเรื่อระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงตนก่อนหน้านี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความจริงที่เธอพยายามหลบ It มาตลอดหลายเดือน—เธอแพ้... แพ้ให้กับความนิ่งเงียบ แพรวพราว และดวงตาคู่นั้นที่มองทะลุเข้ามาถึงก้นบึ้งหัวใจ
“เพราะฉันรำคาญไงคะ!” เอวาเผลอเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความว้าวุ่นในอก มือเรียวบางเอื้อมไปผลักไหล่ลาดของอีกฝ่ายเบาๆ แต่วันนี้รินรดากลับไม่ยอมถอยหลังให้เหมือนเคย มือเรียวของภัณฑารักษ์สาวกลับคว้าข้อมือของเอวาไว้แน่น รั้งร่างของดีไซเนอร์คนเก่งให้เข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแนบสนิทกัน “รำคาญที่คุณชอบเข้ามาปأسในชีวิตประจำวันของฉัน รำคาญที่คุณจำได้ว่าฉันชอบกาแฟรสชาติไหน รำคาญที่คุณ... ทำให้ฉันต้องใจเต้นทุกครั้งที่คุณทำหน้าดุใส่!”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่มักจะเคลือบลิปสติกสีแดงเพลิงทำเอาห้องทั้งห้องเงียบสนิท เอวาเบิกตากว้าง หายใจติดขัด เธอไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าพูดความจริงที่เก็บซ่อนไว้ใต้ความปากจัดออกมาโต้งๆ แบบนี้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลไหววูบด้วยประกายความดีใจที่ยากจะเก็บซ้ำซ้อน รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนนิ่งขรึม “บังเอิญจังเลยนะคะ...” รินรดากระซิบชิดริมหู เสียงนุ่มทุ้มชวนขนลุก “เพราะฉันเองก็... รำคาญรอยยิ้มของคุณเวลาที่คุณเยาะเย้ยฉัน รำคาญที่คุณเอาแต่ใจตัวเอง และที่สำคัญที่สุด...”
เธอเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน
“ฉันรำคาญตัวเองที่เผลอรักผู้หญิงปากจัดอย่างคุณ... ตั้งแต่วินาทีแรกที่เถียงกันในห้องประชุมแล้วค่ะ”
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เอวาค้างเติ่งไปกับประโยคที่คาดไม่ถึง หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุกระดูกซี่โครง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความพยศที่สั่งสมมานานละลายหายไปกับสัมผัสอุ่นที่ข้อมือ รินรดาไม่ได้แค่พูดเล่น แววตาจริงจังและหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยในดวงตานั้นยืนยันทุกคำพูดได้อย่างชัดเจน
เอวาหลุบตาลงมองริมฝีปากที่เอื้อนเอยคำสารภาพนั้น ก่อนจะเงยขึ้นสบตาอีกครั้ง ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอกจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างเพรียวระหงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือข้างที่เป็นอิสระเอื้อมขึ้นโอบรอบลำคอระหงของภัณฑารักษ์สาว ปลายนิ้วเรียวสอดเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างยอมจำนน
“ถ้าอย่างนั้น... เลิกปากแข็งแล้วพิสูจน์ให้ฉันดูหน่อยสคะ ว่าคำว่ารักของคุณมันจริงแค่ไหน...” เอวาเอמהเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากเคลือบสีแดงระเรื่อแย้มยิ้มเย้ายวน ทว่าแววตากลับจริงจังและอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
รินรดายิ้มรับในความพยศที่ยอมจำนนแต่โดยดี เธอก้มหน้าลงช้าๆ ลดช่องว่างระหว่างกันให้หมดสิ้น ปลายจมูกชนกันลมหายใจอุ่นประสานเป็นหนึ่งเดียว ดวงตาทั้งคู่ค่อยๆ ปิดลงเพื่อเตรียมรับรสสัมผัสแห่งความหวานล้ำที่รอคอยมานานนับแรมเดือน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะสัมผัสกันนั้นเอง—
“อุ๊ย! ตายจริง! ฉันไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่ใช่ไหมคะเนี่ยพวกเธอ!”
เสียงกรี๊ดกร๊าดอันคุ้นเคยของ ‘คีย์’ เพื่อนสนิทตัวแม่ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนกระเจิง พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ และแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่สาดวาบเข้ามาในความมืด รินรดากับเอวาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ เอวาหันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่ยืนเท้าสะเอวยิ้มแป้นอยู่ตรงประตูทางเข้า พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาเอวาอยากจะเอาปี๊บคลุมหัว
“แหม่! กว่าจะสารภาพรักกันได้ เล่นเอาชะนีอย่างฉันลุ้นจนตับไตไส้พุงจะหลุดออกมาอยู่แล้วค่ะคุณขา! ไหนๆ ก็ใจตรงกันแล้ว คืนนี้ปาร์ตี้ฉลองรอบสองต้องจัดเต็มเพื่อฉลองให้คู่รักคู่กัดแห่งปีแล้วล่ะมั้งคะคุณดีไซเนอร์!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฟิน จิกหมอน และเอาใจช่วยคู่กัดคู่นี้มาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ! ❤️
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 27
ค่ำคืนแห่งการสารภาพ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!