“คุณกำลังรื้อค้นอะไรในห้องทำงานของฉันคะ รินรดา”
เสียงทุ้มห้วนที่เอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องแต่งตัวระดับวีไอพี ทำให้ภัณฑารักษ์สาวสะดุ้งสุดตัว รินรดาชักมือกลับจากลิ้นชักลับที่ซ่อนสมุดบันทึกโบราณเอาไว้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเย็นชาดังเดิม ราวกับน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เอวา ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะจะโคนอันมั่นคง ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูทรงอำนาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ปลายจิ C-curved ของเธอยกขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้า ดีไซเนอร์สาวกอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
“ฉันแค่หาที่ชาร์จแบตเตอรี่สำรองค่ะ ไม่คิดว่ารสนิยมการตกแต่งห้องของดีไซเนอร์ระดับท็อป จะรวมถึงการซ่อนลิ้นชักกลไว้ใต้โต๊ะทำงานด้วยนะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาสั่นไหวเล็กน้อยที่สะท้อนผ่านเลนส์แว่นนั้น ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนช่างสังเกตอย่างเอวาไปได้เลย
เอวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวประชิดเข้ามาอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมวานิลลาอันเป็นเอกลักษณ์ของเอวาโชยเข้าแตะจมูกของรินรดา ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของภัณฑารักษ์สาวกลับกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
“โกหกไม่เนียนเลยนะคะ ภัณฑารักษ์คนเก่ง” เอวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความกดดัน “มือของคุณสั่นตอนที่จับขอบลิ้นชัก และที่สำคัญ... แบตเตอรี่สำรองของคุณมันวางอยู่บนโซฟาโน่นต่างหาก”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกลั้นหายใจเมื่อเรียวแขนของเอวายกขึ้นทาบกับขอบโต๊ะทำงาน ล้อมกรอบเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโต๊ะไม้เนื้อดีกับแผ่นอกอุ่นของดีไซเนอร์สาว
ในโลกภายนอก รินรดาคือผู้หญิงที่ควบคุมทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นภัณฑารักษ์มือทองผู้จัดนิทรรศการศิลปะระดับประเทศที่ใครๆ ก็เกรงขาม แต่ยามที่ต้องมาเผชิญหน้ากับความปากจัดและสายตาที่ราวกับอ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่งของเอวา เธอกลับรู้สึกว่าเกราะป้องกันทั้งหมดกำลังพังทลายลงทีละน้อย
“ถอยไปค่ะ เอวา” รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่บางของอีกฝ่ายออก แต่เอวากลับนิ่งเฉย ราวกับภูเขาหินที่ไม่มีวันขยับเขยื้อน
“ไม่ค่ะ จนกว่าคุณจะบอกความจริง” เอวาหรี่ตามองสำรวจใบหน้าหวานที่พยายามซ่อนความเหนื่อยล้าเอาไว้ใต้เครื่องสำอางราคาแพง ทันใดนั้นเอง สายตาเฉียบคมของแฟชั่นดีไซเนอร์ก็สังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างที่เธอพลาดไปในตอนแรก—รอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตาคู่สวยที่แม้จะกลบด้วยคอนซีลเลอร์ก็ยังคงร่องรอยความอ่อนล้า และที่สำคัญที่สุดคือมือเรียวบางที่กำลังกำชายเสื้อ blazer ของตัวเองแน่นจนข้อต่องอขาวซีด
ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งและท่าทางเย่อหยิ่ง กำลังถูกแผ่ขยายออกมาจากตัวของรินรดาอย่างเงียบงัน
เอวาชะงักไป ความรู้สึกเย้ยหยันในตอนแรกมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความโกรธที่อีกฝ่ายแอบค้นของถูกแทนที่ด้วยความกังวลอย่างไม่คาดคิด มือเรียวที่เคยใช้ชี้หน้าสั่งงานลูกน้องอย่างเด็ดขาด เปลี่ยนมาเอื้อมไปแตะที่ข้อมือของรินรดาเบาๆ อย่างลืมตัว
“คุณไม่ได้นอนมานานแค่ไหนแล้วคะ รินรดา”
น้ำเสียงของเอวาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีร่องรอยของการประชดประชัน มีเพียงความนุ่มนวลและจริงจังที่สั่นสะท้อนในความเงียบ
รินรดาชะงัก เยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลที่ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนั้น ขอบตาของภัณฑารักษ์สาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอหันหน้าหนีเพื่อหลบซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาบังวิสัยทัศน์
“มันไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ... ปล่อยฉัน” เสียงที่เคยราบเรียบกลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้การควบคุม
“มันเป็นค่ะ ในเมื่อคุณกำลังยืนร้องไห้อยู่ในห้องของฉัน” เอวาพูดเสียงเบา เธอขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม มือเรียวเอื้อมขึ้นถอดแว่นตากรอบหนาออกจากใบหน้าของรินรดาอย่างอ่อนโยน ปล่อยให้ดวงตาคู่สวยที่กำลังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาได้เปิดเผยต่อหน้าเธอโดยไม่มีสิ่งใดขวางกั้น
รินรดาหลับตาลง ปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาอาบแก้มเนียน ความกดดันจากการทำงาน ความลับที่แบกรับไว้ และความเหนื่อยล้าสะสมตลอดสัปดาห์ ทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแอในอ้อมแขนของคนที่เธอพยายามทำตัวเป็นคู่กัดมาตลอด
เอวายกมือขึ้นประคองข้างแก้มของรินรดาอย่างทะนุถนอม นิ้วเรียวเกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา หัวใจของดีไซเนอร์สาวเต้นรัวผิดจังหวะเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับความนุ่มนวลและเปราะบางของคนตรงหน้า เคมีที่เคยคุโระกรุ่นด้วยคำพูดเชือดเฉือน บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
“ถ้าไม่ไหว... ก็หยุดแบกทุกอย่างไว้คนเดียวนะคะ” เอวาเอמהกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม รินรดาลืมตาขึ้นมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ความรู้สึกโหยหาความอบอุ่นบางอย่างทำให้เธอเผลอขยับใบหน้าเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเพื่อนสนิทตัวแสบที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันที
“เอวา! ยัยริน! อยู่ข้างในกันหรือเปล่า? แย่แล้วค่ะ! ภาพวาดชิ้นเอกในห้องจัดแสดงหลักกำลังมีปัญหาใหญ่ มีคนจงใจกรีดผ้าใบจนเสียหายยับเยินแล้ว!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจสั่นระรัวไปกับความเปราะบางและเคมีที่เริ่มเดือดพล่านในตอนนี้ ขอบพระคุณจากใจค่ะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 11
ความลับใต้ชุดราตรี
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!