ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 10

มุมลับของภัณฑารักษ์

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายของไม้สนเก่าและสีน้ำมันราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คลุกเคล้ากับความเงียบสงบที่น่าอึดอัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน “ก็หมายความว่า...” คีย์ทิ้งจังหวะ เลิกคิ้วสูงด้วยรอยยิ้มปริศนา “เจ้าของแกลเลอรีตัวจริงคนที่ซื้อตึกนี้ เขากลับมาจากต่างประเทศแล้ว... และเขาเพิ่งสั่งระงับการใช้อินstallation art ทุกชิ้นในงานเปิดตัวปาร์ตี้คืนนี้!” ประโยคประกาศิตนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเอวา แม้ว่าร่างระหงของคีย์จะเดินหายลับไปหลังประตูบานใหญ่เพื่อเคลียร์ความวุ่นวายภายนอกแล้วก็ตาม ดีไซเนอร์สาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่นยืนกอดอกแน่น ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนต้นแขนตัวเองเป็นจังหวะกระชั้นเพื่อข่มอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ระงับงานศิลปะทั้งหมด? บ้าไปแล้ว! นี่คือปาร์ตี้เปิดคอลเลกชันที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบชุดโอตกูตูร์ร่วมสัปดาห์เพื่อรังสรรค์ให้เข้ากับงานศิลปะเหล่านั้นโดยเฉพาะ แล้วจู่ๆ ตาบ้านั่น—หรือยัยตัวแสบหน้าไหนก็ช่าง—กล้าดียังไงมาสั่งรื้อโปรเจกต์ในนาทีสุดท้ายก่อนงานเริ่มไม่กี่ชั่วโมง! ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงเก๋กวาดมองไปรอบโถงนิทรรศการที่ตอนนี้ดูเงียบเชียบผิดปกติ ก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยในชุดสูทเข้ารูปสีชาโคิลกำลังก้าวหายเข้าไปในประตูบานทึบโซนปีกขวาของอาคาร ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามสำหรับแขกทั่วไป รินรดา... ภัณฑารักษ์สาวผู้สมบูรณ์แบบ เจ้าระเบียบ และเย็นชาจนติดลบคนนั้น กำลังทำลับๆ ล่อๆ อะไรในเวลาวิกฤตแบบนี้ หรือว่า... ผู้หญิงคนนั้นจะรู้เห็นเป็นใจกับเจ้าของแกลเลอรีปริศนาคนนั้นด้วย? ความคิดบางอย่างจุดประกายขึ้นในหัว เอวาไม่รอช้า ส้นสูงปรี๊ดของแบรนด์ดังย่างกรายตามหลังเป้าหมายไปอย่างไร้เสียง ฝ่ายนั้นเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านทางเดินมืดสลัวที่ประดับด้วยภาพถ่ายขาวดำ ก่อนจะไขกุญแจเปิดประตูบานไม้สักบานหนึ่งออกแล้วก้าวหายเข้าไป โดยหลงเหลือแง้มช่องประตูเอาไว้เล็กน้อยราวกับลืมสนิทว่าความสะินของเธอบกพร่องในวินาทีนี้ เอวาซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินอ่อน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอเมื่อเธอขยับเข้าไปใกล้รอยแยกระหว่างประตูเพื่อแอบมองสถานการณ์ภายใน ห้องนั้นไม่ใช่ห้องเก็บของอย่างที่คิด แต่มันคือ “สตูดิโอส่วนตัว” ขนาดย่อมที่อบ อวลไปด้วยกลิ่นอายศิลปะ ผนังด้านหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหย่อมสไตล์โมเดิร์นด้านนอก แสงไฟสีส้มอบอุ่นสาดส่องลงบนร่างของรินรดาที่กำลังปลดกระดุมสูทตัวนอกออกอย่างไร้ความระมัดระวัง เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีงาช้างด้านในที่แนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ภาพตรงหน้าทำให้ดีไซเนอร์ปากจัดถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เป็นเพราะออร่าบางอย่างที่แผ่ออกมาจากผู้หญิงคนนี้ในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น รินรดากำลังถอนหายใจยาวเหยียด เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มกลางห้อง ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ด้วยท่าทีที่เหนื่อยล้าและเปราะบางอย่างยิ่งยวด ไร้ซึ่งเกราะป้องกันความเย็นชาที่มักจะสวมใส่เวลาเผชิญหน้ากับผู้คนภายนอก เอวาขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ผู้หญิงที่เถียงฉอดๆ ใส่เธอทุกครั้งที่เจอ ที่จิกกัดเธอด้วยสายตานิ่งสนิทคนนั้น แท้จริงแล้วกำลังแบกรับอะไรไว้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ? “แอบมองจนพอใจแล้วหรือยังคะ คุณดีไซเนอร์” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยความเย้าหยวนลอยลอดความเงียบเข้ามาในโถงทางเดิน ทำเอาเอวาถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างเพรียวชะงักค้างในท่าเตรียมถอยหนี รินรดาไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ปลายนิ้วเรียวรินไวน์แดงลงในแก้วทรงสูงอย่างใจเย็น ราวกับรู้ตัวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีเงาเงอะงะคอยตามติดมาตลอดทาง เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกจับได้คาหนังคาเขา เอวาจึงเลิกที่จะหลบซ่อน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ผลักประตูเปิดกว้างแล้วก้าวอาดๆ เข้าไปในสตูดิโอส่วนตัวด้วยท่าทีราวกับตัวเองเป็นเจ้าของสถานที่เสียเอง “ฉันไม่ได้แอบ ฉันแค่... เดินตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่จัดงาน” เอวาเชิดคางตอบเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองแก้วไวน์ในมืออีกฝ่าย “แล้วนี่มันหมายความว่ายังไง รินรดา? เธอพาฉันมาติดกับดักอะไรที่นี่ เจ้าของแกลเลอรีตัวจริงเป็นใคร ทำไมถึงต้องสั่งระงับงานศิลปะทั้งหมดในคืนนี้ รู้ไหมว่ามันกระทบกับชุดของฉันแค่ไหน!” รินรดายกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ดวงตาสีนิลคู่สวยค่อยๆ เบนกลับมามองผู้บุกรุก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที—รอยยิ้มที่เอวาไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบเดือนที่รู้จักกัน—มันทั้งเย้ายวน ลึกล้ำ และน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน “คุณนี่นะ... ปากจัดไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะ เอวา” รินรดาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจก เสียงกุญแจกระทบกันเบาๆ ขณะที่เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาหาดีไซเนอร์สาวทีละน้อย “ห่วงแต่ชุดหรูหราของตัวเอง จนไม่ยอมมองเลยสินะคะว่ารอบตัวคุณมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” “หมายความว่ายังไง?” เอวาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายรุกคืบเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบจางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของเธอบิด รวน รินรดาไม่ตอบ เธอหยุดยืนห่างจากเอวาเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความดุดันในแววตาของดีไซเนอร์สาวเริ่มสั่นไหวเมื่อถูกความนิ่งสงบแต่ลุ่มลึกของภัณฑารักษ์สาวโอบล้อมไว้ “ถ้าฉันบอกคุณว่า... งานศิลปะพวกนั้นไม่ได้ถูกระงับเพราะความผิดพลาด...” รินรดาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว n ขาวผ่องของเอวา น้ำเสียงของเธอทุบลงกลางใจคนฟังทีละคำอย่างชัดเจน “แต่เพราะ ‘เจ้าของแกลเลอรี’ คนนั้น... เขาต้องการเปลี่ยนฮอลล์จัดงานทั้งหมดให้กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของคุณคนเดียวต่างหากล่ะคะ” เอวาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกกค้างกลางคัน สมองประมวลผลคำพูดนั้นไม่ทัน “ระ... รินรดา เธอพูดเรื่องบ้าอะไร...” ภัณฑารักษ์สาวยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมออกไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้วของเอวาอย่างแผ่วเบາ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาเอวาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ก่อนที่รินรดาจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน “เพราะฉันนี่แหละค่ะ... คือเจ้าของตึกนี้ตัวจริง... และฉันก็เกลียดงานศิลปะพวกนั้น... เท่าๆ กับที่กำลังคลั่งไคล้คุณในตอนนี้เลยค่ะ เอวา” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความแซ่บในตอนนี้ ขอบพระคุณจากใจค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%