"คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่, รินรดา?"
เสียงของเอวาตวัดสูงขึ้นเล็กน้อย เจือความไม่สบอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณของแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับท็อป ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือดของภัณฑารักษ์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ
ภาพสามมิติของโครงสร้างอินstallation art ชิ้นเอกที่ออกแบบมาเพื่อเปิดงาน "Party Room: High-Fashion Exhibition" พังทลายไม่เป็นท่า เมื่อระบบจำลองการรับน้ำหนักแจ้งเตือนตัวแดงเถือกกลางจอ มันไม่ใช่แค่ข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่มันคือหายนะระดับที่สามารถกวาดล้างชื่อเสียงของพวกเธอทั้งคู่ให้กลายเป็นจุลในชั่วข้ามคืน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่ปกติมักจะจัดระเบียบทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ด้วยความมั่นใจ กลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตคืนมา ดวงตาสดใสที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและคมปลาบยามถกเถียงกับเธอกลับหลุบต่ำลงอย่างจนมุม
"มันไม่ใช่ความผิดพลาดของฉัน..." เสียงของรินรดาแผ่วเบaจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว
"อ๋อเหรอคะ? ถ้างั้นช่วยอธิบายหน่อยสิคะว่าทำไมโครงสร้างเหล็กนำเข้าจากมิลานที่ฉันอุตส่าห์บินไปเลือกด้วยตัวเอง ถึงกลายเป็นเศษกระดาษเปียกน้ำในระบบจำลองของทางแกลเลอรีไปได้!" เอวาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นยะเยือกของมัสก์โชยเข้าแตะจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากความโกรธที่แผ่ออกมาจากตัวของดีไซเนอร์สาวคนนี้
ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือน้อยเต็มที มากพอที่จะทำให้เอวาสังเกตเห็นแพขนตางอนที่สั่นไหวและรอยยับเล็กๆ บนเสื้อสูทผ้าไหมเนื้อดีของภัณฑารักษ์สาวผู้ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองดูมีตำหนิ รินรดากำลังเครียดจัด และนั่นทำให้เกราะป้องกันตัวที่หนาเตอะของอีกฝ่ายเริ่มร้าวราน
"ซอฟต์แวร์จำลองของแกลเลอรีเพิ่งอัปเดตแพตช์ใหม่เมื่อคืนค่ะ... และมันไม่รองรับน้ำหนักวัสดุคอมโพสิตแบบพิเศษที่เธอใช้" รินรดายืดตัวขึ้นสู้สายตา แม้ว่าริมฝีปากจะยังคงสั่นระริกเล็กน้อย "ฉันเตือนเธอแล้วเรื่องการเลือกใช้วัสดุที่ไม่มีมาตรฐานรับรองในประเทศ แต่เธอกลับบอกว่า *'งานศิลปะชั้นสูงไม่จำเป็นต้องแคร์กฎเกณฑ์โบราณ'* จำได้ไหมคะ, คุณเอวา?"
เอวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด คำพูดถากถางที่เตรียมไว้พ่นใส่ถูกกลืนหายไปกับความจริงอันโหดร้ายที่กระแทกหน้า ประเด็นคือพวกเธอดื้อรั้นใส่กันมาตลอดตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ เอวาอยากได้ความหวือหวา ล้ำยุค และฉีกทุกกรอบ ส่วนรินรดาต้องการความปลอดภัย สมบูรณ์แบบ และเป็นไปได้ตามหลักวิศวกรรม
แล้วผลลัพธ์คืออะไรล่ะ? ความหายนะที่กำลังรอวันระเบิดในอีกสามวันข้างหน้า
"ถ้าอย่างนั้น..." เอวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ปรับน้ำเสียงให้เย็นลงแต่ยังคงความเชือดเฉือนไว้เช่นเดิม "แปลว่าเรามีเวลาสามวันในการรื้อระบบทั้งหมด แล้วคิดวิธีแสดงผลงานชิ้นเอกของฉันใหม่โดยไม่ให้เสียคอนเซปต์ 'High-Fashion Biting' ของงานปาร์ตี้เปิดตัว... ใช่ไหมคะ?"
"ถูกต้องค่ะ" รินรดาตอบสั้นๆ ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นสบตาเอวาตรงๆ ไม่มีแววประชดประชันหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความจริงจังและกดดันที่สะท้อนอยู่ในนั้น "และบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่า ฉันไม่มีทางยอมให้งานนิทรรศการครั้งนี้พังเพราะอีโก้ของดีไซเนอร์ปากจัดอย่างเธอเด็ดขาด"
"ปากจัดเหรอคะ? คิดว่าตัวเองพูดเพราะนักนี่แหละยัยคุณภัณฑารักษ์หน้าตาย!" เอวากัดฟันกรอด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยอมลดอีโก้ลงครึ่งหนึ่งมานั่งเคลียร์ปัญหาโง่ๆ นี่กับคุณ ป่านนี้ฉันไปนั่งจิบแชมเปญรอดูพวกคุณล้มละลายเล่นแล้วค่ะ!"
บรรยากาศในห้องทำงานตึงเครียดจนแทบจะตัดได้ด้วยมีด เคมีแรงกล้าที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเกลียดชังปนความหลงใหลลึกๆ ทำให้ทั้งคู่ไม่ยอมละสายตาออกจากกัน แม้ริมฝีปากจะกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวผิดจังหวะอย่างไร้เหตุผล ความใกล้ชิดในยามวิกฤตแบบนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายเสียจนเอวาต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังออกมาก้าวหนึ่งเพื่อตั้งสติ
"โอเค... เลิกเถียงกันเรื่องไร้สาระแล้วมาดูนี่" เอวาเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอแท็บเล็ตเรียกแบบร่างสำรองที่เธอแอบทำเผื่อใจไว้ลึกๆ ออกมา "ถ้าเราเปลี่ยนโครงสร้างเหล็กเป็นโครงสร้างผ้าใยสังเคราะห์แรงดึงสูงล่ะ? แบบที่ใช้ทำแฟชั่นรันเวย์กลางแจ้งของปารีส มันเบาพอที่จะไม่ทำให้ระบบจำลองของแกลเลอรีพัง และยังคงความพริ้วไหวที่เข้ากับธีมปาร์ตี้ของเราด้วย"
รินรดานิ่งอึ้งไป เธอเพ่งมองแบบร่างที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ แววตาสفสว่างวาบขึ้นด้วยความทึ่ง ความสามารถของเอวาเป็นสิ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ในยามคับขัน ดีไซเนอร์สาวคนนี้มักจะดึงเอาทางออกที่ทั้งเฉียบคมและหรูหราออกมาได้เสมอราวกับมีเวทมนตร์
"มัน... เป็นไปได้ค่ะ" รินรดากล่าวเสียงเบา ความรู้สึกชื่นชมแอบแล่นริ้วขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่ได้ "แต่เราต้องคำนวณเรื่องระบบไฟและลมที่จะใช้เป่าตัวโครงสร้างผ้าให้คงรูปตลอดงานปาร์ตี้ มันต้องใช้ทีมงานเพิ่มเป็นสองเท่า และเราต้องทำงานร่วมกันตลอด 72 ชั่วโมงต่อจากนี้"
"แปลว่าเราต้องติดแหง็กอยู่ด้วยกันในห้องนี้สามวันเต็มๆ?" เอวายิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาแพรวพราวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสถานการณ์ "หวังว่าคุณจะทนกลิ่นกาแฟเข้มๆ และเสียงบ่นของฉันไหวนะคะ, รินรดา"
"ฉันต่างหากล่ะคะที่จะต้องเป็นคนอดทนกับความเรื่องมากของคุณ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความเย็นชาเอาไว้ แม้ว่าในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับรอยยิ้มร้ายกาจนั้นแล้วก็ตาม
ทั้งคู่เริ่มลงมือทำงานทันทีอย่างไร้การนัดหมาย ความขัดแย้งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร่วมมืออย่างรู้ใจอย่างน่าประหลาด เสียงคลิกเมาส์ เสียงกระดาษพลิก และเสียงถกเถียงเรื่องเฉดสีกับโครงสร้างดังคลอไปกับเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอในห้องทำงาน เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงไฟนีออนด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น ความเหนื่อยล้าเริ่มเข้าเกาะกุม แต่ไม่มีใครยอมเอ่ยปากขอตัวกลับก่อน
เอวาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะพร้อมกับรินรดาพอดี ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาโดยบังเอิญ กระแสไฟแปลกประหลาดแล่นแปล๊บไปทั่วร่างจนเอวานิ่งค้างไป เธอดึงมือกลับราวกับถูกไฟลวก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เห็นระบบจำลองพังเสียอีก
รินรดาเองก็หน้าแดงซ่าน รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความประหม่า ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแต่หวานล้ำกลับมาปกคลุมพวกเธออีกครั้ง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับคำอนุญาต ร่างสูงโปรดของ "คีย์" เพื่อนสนิทและนักจัดปาร์ตี้ตัวแม่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแก้วกาแฟในมือ
"อุ๊ย... ชั้นขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย? ทำไมบรรยากาศมันดูอบอุ่นจนน่าสงสัยจัง" คีย์กวาดสายตามองเอวาที่นั่งหน้าแดงอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาแสร้งทำเป็นตรวจเช็กเอกสารในมืออย่างตั้งอกตั้งใจ
เอวาลอบกลืนน้ำลาย ขยับตัวลุกขึ้นยืนตรงแล้วส่งสายตาพิฆาตใส่เพื่อนสนิททันที "มาทำไมยัยคีย์? แกไม่ได้มีคิวไปตรวจสถานที่จัดปาร์ตี้เหรอ?"
"ก็ใช่ไงคะ..." คีย์ยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่สวยมองสลับไปมาระหว่างเพื่อนสนิทกับภัณฑารักษ์สาว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งห้องหยุดหายใจ "แต่ก่อนจะไป... ชั้นมีเรื่องด่วนกว่านั้นจะบอก พวกแกสองคนอาจจะต้องหยุดโปรเจกต์นี้ชั่วคราว..."
เอวาขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง?"
รินรดารีบเงยหน้าขึ้นมองคีย์ทันที สัญชาตญาณบอกว่าข่าวร้ายชิ้นนี้จะทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วพังทลายลงไปอีก
"ก็หมายความว่า..." คีย์เว้นจังหวะ เลิกคิ้วสูงด้วยรอยยิ้มปริศนา "เจ้าของแกลเลอรีตัวจริงคนที่ซื้อตึกนี้ เขากลับมาจากต่างประเทศแล้ว... และเขาเพิ่งสั่งระงับการใช้อินstallation art ทุกชิ้นในงานเปิดตัวปาร์ตี้คืนนี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาฟินต่อในตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 9
แผนงานที่พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!