แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงระยับถูกวางกระแทกกับโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวเสียงดังสนั่น น้ำไวน์สีแดงเข้มกระฉอกแตะขอบแก้วราวกับจะประท้วงความหงุดหงิดเจ้าของห้อง เอวาค่อนขว้างตัวลงบนโซฟาหนังแท้สีชาแนล ทิ้งศีรษะพิงพนักอย่างอ่อนล้า มือเรียวยาวเสยผมลอนสลวยที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยอย่างขัดใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง แววตานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นของรินรดาตอนที่เอ่ยประโยคท้าทายนั้นยังคงติดตรึงอยู่ที่ม่านตา
*“ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก ก็ลองพิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ เอวา… ว่าคุณไม่ได้แค่เก่งแต่ปาก”*
ให้ตายเถอะ! ยัยภัณฑารักษ์หน้าตายคนนั้นเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้ามาท้าทายดีไซเนอร์เบอร์ต้นของประเทศอย่างเธอแบบนั้น ปกติแล้วมีแต่คนวิ่งตามเอาใจ มีแต่คนยอมสยบแทบเท้าให้กับความเฉียบคมและฝีมือการออกแบบระดับกูตูร์ของเอวา แต่กับรินรดา… ผู้หญิงที่ชอบทำตัวราวกับหุ่นยนต์ไขลานผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กสาวมัธยมปลายที่กำลังถูกครูฝ่ายปกครองจับผิดอยู่ตลอดเวลา
แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าท่าทีเย่อหยิ่งพวกนั้น คือหัวใจเจ้ากรรมของเธอดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงระยะห่างระหว่างกันในห้องจัดแสดงนิทรรศการเมื่อคืน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นชาจางๆ ของอีกฝ่ายยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก สัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่าตอนปัดปะทะกันโดยบังเอิญมันร้อนลวกเสียยิ่งกว่าเตารีดไอน้ำในห้องเสื้อของเธอ
เอวากลอกตาขึ้นฟ้า ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนจนมุมในความคิดของตัวเอง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอไปยังแชทของรินรดา พิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความหมั่นไส้ *“นี่คุณ ว่างมากนักรึไงถึงได้มาสั่งสอนฉันน่ะ หวังว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะไม่ลืมนะว่าตัวเองพูดอะไรไว้บ้าง”*
ทว่า… นิ้วที่กำลังจะกดส่งกลับชะงักกึก เอวากัดริมฝีปากล่างเบาๆ ก่อนจะลบข้อความนั้นทิ้งทีละตัวอย่างหัวเสีย เธอไม่อยากเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอหรือความใส่ใจให้อีกฝ่ายได้ใจเล่นเด็ดขาด ถ้าเธอทักไปก่อน รินรดาคงได้ยกยิ้มมุมปากด้วยความเหนือกว่าเป็นแน่แท้
ในขณะเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง บรรยากาศก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก รินรดานั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมปูพื้นห้องนั่งเล่นตรงหน้ากองเอกสารประวัติศาสตร์ศิลป์ แต่วันนี้สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไม่ได้โฟกัสตัวอักษรบนกระดาษเลยแม้แต่น้อย สมองของเธอวนเวียนอยู่แต่กับภาพของดีไซเนอร์ปากร้ายที่ทำหน้าฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียเวลาโดนขัดใจ
นิ้วเรียวสวยเคาะปากกาลงกับโต๊ะเป็นจังหวะ รินรดายกมือขึ้นสัมผัสแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าวแม้เวลาจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม เธอยังจำประกายไฟในดวงตาสีเข้มของเอวาได้ดี… ดวงตาที่ทั้งดื้อรั้น ยโส และดึงดูดสายตาให้อยากเข้าใกล้เพื่อทำลายกำแพงความหยิ่งยโสทิ้งเสียให้ราบคาบ
*“คุณมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจที่ซ่อนความกลัวไว้หลังเสื้อผ้าหรูๆ เท่านั้นแหละค่ะ เอวา”*
รินรดาพึมพำกับความเงียบงันภายในห้อง น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบ้าง หน้าจอแสดงผลค้างอยู่ที่แชทของเอวาเช่นกัน เธอชั่งใจอยู่นานว่าจะส่งข้อความอะไรไปดี ความเป็นภัณฑารักษ์ผู้เจ้าระเบียบเรียกร้องให้เธอรักษาภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ แต่หัวใจอีกด้านกลับกระซิบให้ทำลายกฎเกณฑ์ทั้งหมดที่มีเพื่อท้าทายผู้หญิงคนนั้นอีกสักตั้ง
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นเบาๆ ทำเอาทั้งสองสาวที่นั่งอยู่คนละมุมเมืองสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นระส่ำด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นข้อความจากอีกฝ่าย แต่พอเปิดดูกลับเป็นข้อความจากคีย์ เพื่อนสนิทตัวแม่ที่ส่งรูปภาพปาร์ตี้เมื่อสัปดาห์ก่อนมาพร้อมข้อความสั้นๆ ว่า
*“พวกเธอสองคนเลิกสงครามประสาทแล้วเคลียร์กันให้จบๆ ได้ไหมคะ ฉันปวดหัวแทน! พรุ่งนี้เจอกันที่แกลเลอรี ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!”*
เอวาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะที่รินรดาส่ายหัวด้วยความระอา แต่ลึกๆ แล้ว ทั้งคู่กลับรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังพัดพาพวกเธอกลับเข้าสู่วงโคจรเดิมอีกครั้ง… วงโคจรที่มีแต่ความร้อนแรง ความลุ่มหลง และการปะทะคารมที่ทำให้ชีวิตอันน่าเบื่อมีสีสันขึ้นมาทันตาเห็น
ความเงียบงันในค่ำคืนนี้ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกฟุ้งซ่านลดลงเลย กลับยิ่งโหมกระหน่ำให้เปลวเพลิงแห่งความโหยหาลุกโชนขึ้นเงียบๆ ในใจของคนทั้งคู่… รอเพียงแค่เวลาที่จะได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งในรุ่งอรุณของวันใหม่
เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ช่วงดึกสงัด ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมือง แต่สำหรับเอวาและรินรดา การข่มตาให้หลับในค่ำคืนนี้ช่างยากเย็นเหลือเกิน ความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัวทำให้ทั้งคู่ต่างพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ความสุข
เอวาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเปิดผ้าม่านมองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง แก้วไวน์ในมือถูกยกขึ้นจิบอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังหลบเลี่ยงอะไร… เธอไม่ได้กลัวคำท้าทายของรินรดา แต่เธอกลัว… กลัวว่าหัวใจที่เธอพยายามสร้างเกราะกำบังไว้อย่างแน่นหนา จะพังทลายลงด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นแต่ทรงพลังของผู้หญิงคนนั้น
ในขณะเดียวกัน รินรดาก็ยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องนอนของเธอเช่นกัน สายตาทอดมองไปในความมืดมิดของค่ำคืน พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่ยังคงเต้นแรงผิดปกติ ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่เธอพยายามกดทับมันไว้ภายใต้มาดนิ่งมาตลอด กำลังเรียกร้องหาคำตอบที่ค้างคา
เสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกสอดประสานไปกับความเงียบงันของราตรี ทั้งเอวาและรินรดากำลังคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย… ว่าการพบกันในวันพรุ่งนี้ จะไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกันธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะไม่มีวันหวนกลับ
และในจังหวะที่เอวากำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่เตียงนอนนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูของเธอก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันในยามวิกาล!
เอวาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้ใครกันที่จะมาหาเธอ? ส้นสูงคู่โปรดถูกสวมใส่อย่างเร่งรีบ เธอเดินไปที่หน้าประตูผ่านช่องตาแมว หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นร่างระหงคุ้นตาภายใต้เสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวกำลังยืนกอดอกรอคอยด้วยสีหน้านิ่งเรียบแต่ดุดัน
รินรดายืนอยู่หน้าห้องของเธอ… พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งสัญญาณอันตรายบางอย่าง!
ขอบพระคุณท่านผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 21 ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ! (เอ๊ย! ตอนที่ 22 แล้วค่ะ!) - ควีนบีทูโก
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 22
ความโหยหาในค่ำคืนที่เงียบเหงา
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!