“ถ้าคุณจะเอาแต่มองงานในมือด้วยสายตาเหมือนจะฉีกมันทิ้งแบบนั้น ฉันว่าเราก็เลิกคุยเรื่องโครงสร้างนิทรรศการแล้วไปหาหมอตาเถอะค่ะ รินรดา”
เอวาวางปากกาแล็บลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง เธอมองหญิงสาวตรงหน้าที่เอาแต่นิ่งเงียบมานานเกือบสิบนาที นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของรินรดาคู่นั้นไม่ได้จดจ้องอยู่ที่แบบร่างชุดราตรีของเธอเลยสักนิด แต่มันกลับกำลังสำรวจ... ใบหน้าของเธอ
“ฉันไม่ได้มองงาน” รินรดาตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม แต่ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นเพียงนิดกลับซ่อนความนัยบางอย่างไว้ “ฉันแค่กำลังสงสัยว่า ดีไซเนอร์ที่ปากร้ายที่สุดในวงการอย่างคุณ หายใจติดขัดตอนไหน... หรือว่าที่นั่งไม่ติดเพราะจังหวะหัวใจมันเต้นผิดจังหวะกันแน่”
คำพูดนั้นทำเอาเอวาชะงัก เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเฉยเมยราวกับใส่หน้ากากผ้าไหมราคาแพง ความรู้สึกวูบวาบในอกที่เธอพยายามกดทับไว้ตลอดสองสัปดาห์ที่ต้องทำงานร่วมกันกำลังตีตื้นขึ้นมาจนน่ารำคาญ รินรดาฉลาดเกินไป... ฉลาดจนน่ากลัว
“เพ้อเจ้อค่ะ” เอวาสวนกลับทันควัน มือเรียวสวยหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนอาการ “ฉันแค่หงุดหงิดที่ต้องเสียเวลากับภัณฑารักษ์ที่วันๆ เอาแต่ตั้งคำถามเรื่องการจัดวาง ในขณะที่งานแฟชั่นโชว์ของฉันมันจะเริ่มในอีกไม่กี่วัน ความสมบูรณ์แบบที่ฉันต้องการ มันไม่ได้มีไว้ให้ใครมานั่งวิเคราะห์ความรู้สึกส่วนตัว”
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างโปร่งบางในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของเอวา กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนว Woody อบอุ่นของรินรดาเริ่มรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเอวาจนใจสั่นผิดจังหวะจริงๆ อย่างที่อีกฝ่ายว่า
“งั้นลองหยุดความสมบูรณ์แบบลงสักพักดูไหมคะ” รินรดาโน้มตัวลงมา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว เอวารู้สึกได้ถึงลมหายใจแผ่วๆ ที่รดข้างแก้ม “ยอมรับเถอะว่าคุณไม่ได้หงุดหงิดที่งานช้า คุณหงุดหงิดเพราะทุกครั้งที่ฉันมองคุณ... คุณเริ่มจะหลบสายตาไม่เป็นแล้ว”
หัวใจของเอวากระตุกวูบ เธออยากจะเชิดหน้าใส่ อยากจะตอกกลับด้วยคำพูดแรงๆ ให้สมกับที่เป็น 'ควีนบีทูโก' แต่ทว่าในวินาทีนี้ ลิ้นเธอกลับแข็งทื่อ ความถือดีที่มีมาตลอดชีวิตเหมือนจะพังทลายลงเพียงแค่สัมผัสจากปลายนิ้วเย็นๆ ของรินรดาที่แตะเบาๆ ลงบนไหล่ของเธอ
“ฉันไม่ได้... หลบ” เสียงของเอวาแผ่วเบาลง สั่นไหวจนเธอเองยังเกลียดตัวเอง
“ถ้าไม่หลบ ก็ลองจ้องตาฉันดูสิคะ” รินรดาใช้นิ้วชี้เชยคางของเอวาให้หันไปสบตากัน แววตาของภัณฑารักษ์สาวคนนี้ไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความร้อนแรงที่แฝงด้วยความต้องการบางอย่างที่เอวาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง
บรรยากาศในสตูดิโอเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมคราม เอวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธอเห็นเงาของตัวเองในนั้น... เงาของดีไซเนอร์ที่แสนมั่นใจกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก นี่ไม่ใช่เกมการเมืองในวงการแฟชั่น นี่คือสนามรบที่เธอพ่ายแพ้ราบคาบโดยที่ยังไม่ได้เริ่มสู้เลยด้วยซ้ำ
"รินรดา... คุณกำลังเล่นกับไฟ" เอวากระซิบพลางหอบหายใจถี่
"ฉันชอบเล่นกับไฟค่ะ โดยเฉพาะไฟที่กำลังพยายามจะแผดเผาตัวเองอยู่แบบนี้" รินรดาตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะเลื่อนมือมาสัมผัสที่ข้างแก้มของเอวาอย่างแผ่วเบา "บอกมาสิคะ ว่าคุณไม่ได้คิดถึงฉัน... ในตอนที่คุณอยู่คนเดียว"
เอวานิ่งค้าง มือของเธอคว้าขอบโต๊ะแน่น ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายระหว่างความทิฐิที่สั่งให้ผลักไส กับความปรารถนาที่สั่งให้เธอโอนอ่อนตามสัมผัสที่แสนอันตรายนี้ เธอเพิ่งยอมรับกับตัวเองได้ไม่กี่นาทีที่ผ่านมาว่า 'งาน' ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เธอต้องโทรหารินรดาทุกคืนจนดึกดื่น มันคือความถวิลหา... ความรู้สึกที่เธอไม่เคยมีให้กับใครมาก่อนในชีวิต
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าส้นสูงดังกระแทกพื้นประตูกระจกบานใหญ่หน้าสตูดิโอก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของคีย์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“เอวา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! รินรดา... เธอต้องดูข่าวนี้!”
คีย์พุ่งเข้ามาพร้อมไอแพดในมือโดยไม่สนใจบรรยากาศที่แสนจะกดดันและหมิ่นเหม่ระหว่างคนทั้งสอง เอวาและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับมีกระแสไฟฟ้าช็อต หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความรู้สึกวาบหวามเปลี่ยนเป็นจังหวะแห่งความตื่นตระหนกเมื่อเห็นภาพพาดหัวข่าวในหน้าจอที่คีย์ยื่นมาให้
'ภัณฑารักษ์สาวคนสนิทดีไซเนอร์ดัง แอบยักยอกผลงานศิลปะชิ้นเอกก่อนเริ่มงานโชว์?'
รินรดาเบิกตากว้าง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาและไร้ความรู้สึกในทันที ราวกับหน้ากากที่เธอเพิ่งถอดออกไปเมื่อครู่ถูกสวมกลับคืนอย่างรวดเร็ว เอวาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เธอเห็นรินรดากำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“รินรดา... นี่มันเรื่องอะไรกัน” เอวาถามด้วยเสียงที่สั่นพร่าจากความไม่เข้าใจ
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองเอวาด้วยสายตาที่เด็ดขาดและเย็นเยียบเหมือนภัณฑารักษ์คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก “ฉันเตือนคุณแล้วว่าอย่าเอาตัวเข้ามาใกล้ฉัน... ตอนนี้คุณได้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมแล้วนะเอวา สนุกพอหรือยังคะ?”
ก่อนที่เอวาจะได้เอ่ยอะไรออกไป ประตูสตูดิโอฝั่งด้านหลังก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของตำรวจสองนายที่เดินตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่เคยร้อนแรงด้วยไอรัก กลายเป็นเย็นเยียบด้วยความจริงที่อาจทำลายทุกอย่างที่พวกเธอสร้างมาลงในพริบตา... เอวาคว้ามือรินรดาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ขณะที่ตำรวจเริ่มอ่านหมายจับที่ทำให้โลกของทั้งคู่หยุดหมุนลงตรงหน้า
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 14 ไปพร้อมกับการเปิดเผยปมลับที่แสนอันตราย แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 14
เมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!