ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 2

กลิ่นอายความเกลียดชัง

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
ประโยคติดตรึงอารมณ์ของชายหนุ่มแปลกหน้ายังไม่ทันจางหายไปจากโถงนิทรรศการโอ่โถง รินรดาถึงกับขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันน้อยๆ ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่เอวาซึ่งยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่ไม่ไกล สะดุดตากับบุคคลที่ก้าวตามหลังชายคนนั้นเข้ามาติดๆ ส้นสูงแบรนด์ดังกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดังฉับไว คีย์เพื่อนสนิทตัวแสบของเธอปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มพราวระยับราวกับจงใจมาสุมไฟในกองเพลิง "อุ๊ย บรรยากาศมาคุตั้งแต่ยังไม่เริ่มเซ็ตอัพงานเลยนะคะเนี่ย" คีย์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงรื่นเริงสวนทางกับอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงจนแทบติดลบ "เลิกเล่นตลกน่าคีย์ นี่มันเรื่องงาน" เอวาตวัดสายตาคมกริบใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าภัณฑารักษ์สาวผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ใบหน้านิ่งเรียบราวยูนิคอร์นน้ำแข็งกำลังแสดงรอยร้าวเล็กๆ ออกมาให้เห็น รินรดากวาดสายตามองแขกผู้มาใหม่ทั้งสามคนด้วยมาดนิ่งสนิท แม้ภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบหรูจะฉายแววความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด เธอก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะแปลนพิมพ์เขียว ขยับแฟ้มเอกสารในมือเสียงดังเบาๆ เพื่อเรียกสมาธิ "ถ้าการพาคนนอกเข้ามาเดินป้วนเปี้ยนในเขตหวงห้ามก่อนเวลา คือรสนิยมความระเบียบวินัยของทางฝั่งดีไซเนอร์ ดิฉันคงต้องขอย้ำเตือนเรื่องสัญญาระหว่างเราอีกสักรอบนะคะ คุณเอวา" เสียงหวานเย็นชาเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมจนคนฟังรู้สึกเหมือนโดนตบเบาๆ ที่กลางหน้าผาก เอวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้ามโดยไม่ยอมหลบสายตา "คนนอกที่เธอว่าเนี่ย เขาคือหัวหน้าทีมโปรดัก션ระดับอินเตอร์นะรินรดา อย่าเอามาตรฐานความคิดแคบๆ ของภัณฑารักษ์หัวโบราณมาตัดสินโปรเจกต์ระดับโลกของฉันเลยค่ะ" "หัวมาตรฐานระดับอินเตอร์เหรอคะ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงเย้ยหยันเจืออยู่ในที เธอยื่นมือไปหยิบแปลนผังงานนิทรรศการขึ้นมาเคาะเบาๆ กับโต๊ะ "แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือความพยายามจะยัดเยียดโครงสร้างเหล็กเกรดต่ำลงบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ เพื่อสนองนี๊ดงานดีไซน์ล้ำยุคที่ไร้กาลเทศะของคุณต่างหาก" "ไร้กาลเทศะงั้นเหรอ!" เอวาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "นั่นมันคอลเลกชันไฮแฟชั่นมูลค่าหลักร้อยล้านนะรินรดา! ถ้าโครงสร้างเหล็กที่เธอว่ามันไม่แข็งแรงพอจะรองรับชุดเดรสผ้าไหมปักมือชั้นสูงของฉัน แล้วจะให้เอาไปแขวนไว้บนเสาโรมันโบราณคร่ำครึของเธอยังไง ไร้สมองสิ้นดี!" บรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันที คีย์และชายหนุ่มผู้มาใหม่ต่างหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ไม่มีใครกล้าแทรกกลางระหว่างรัศมีอารมณ์ที่กำลังพวยพุ่งของคนทั้งคู่ รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเอวานิ่งสนิท ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบหรูหราปะทะเข้ากับผิวแก้มของกันและกัน "ถ้าคุณคิดว่างานศิลปะชิ้นเอกของที่นี่เป็นแค่ 'เสาคร่ำครึ' ที่มีไว้ให้คุณเอาชุดกากๆ มาแขวนประจานความเย่อหยิ่ง..." รินรดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดริมหีบปากของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "คุณก็คงเข้าใจความหมายของคำว่า 'ศิลปะ' ผิดมาตลอดชีวิตแล้วล่ะค่ะ คุณดีไซเนอร์ปากจัด" เอวารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้า ร่างกายชาวาบด้วยความโกรธปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธออธิบายไม่ถูก รินรดาช่างเป็นผู้หญิงที่กวนประสาทและน่าหงุดหงิดที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาในชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน... ดวงตาสีนิลคู่นั้นที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาเธอกลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ทำให้เธอละสายตาไม่ได้เลย มือเรียวบางของเอวาเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน เธอเตรียมจะงัดวลีเด็ดมาฟาดกลับให้หงายเงิบไปข้างหนึ่ง แต่ทว่า... *กริ๊ง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของรินรดาดังขึ้นทำลายความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้า ภัณฑารักษ์สาวถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเสียดาย เธอยืดตัวตรง ถอยหลังออกห่างหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างทางวิชาชีพ ยกมือขึ้นปัดปกเสื้อเบาๆ ราวกับรังเกียจว่าตนเองเพิ่งยืนใกล้ชิดกับตัวปัญหามากเกินไป "ขอตัวนะคะ" รินรดาเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะกดรับสายแล้วหันหลังเดินเลี่ยงออกไปทางระเบียงกระจกใสโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย เอวายืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระชั้น ความรู้สึกร้อนรุ่มตีรวนอยู่ในอกจนเธอต้องยกมือขึ้นพัดใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อน คีย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนเบาๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แ하ฮะ... เคมีสาบสูญอะไรเบอร์นั้นวะเอวา แกสองคนนี่ท่าทางจะไม่ได้แค่เถียงเรื่องงานกันแล้วมั้ง" "เงียบไปเลยนะคีย์!" เอวากระแทกเสียงใส่เพื่อนสนิทเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นผิดจังหวะของตัวเองอย่างน่าไม่อาย ทว่าในวินาทีที่เอวาหันหลังกลับเพื่อจะหยิบแฟ้มแบบร่างงานบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางประตูทางเข้าโถงนิทรรศการอีกครั้ง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่เอמהทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทำให้เลือดในกายของเอวาเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว "ขอโทษที่มาช้าครับ... พอดีผมพา 'แขกพิเศษ' ที่พวกคุณคาดไม่ถึงมาด้วย" เอวาชะงักกึก ค่อยๆ หันขวับกลับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา เมื่อร่างสูงโปรดปรานของชายหนุ่มในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เธอจดจำได้แม่นยำจากอดีตอันแสนเจ็บปวด... คนที่เธอคิดมาตลอดว่าชาตินี้ไม่มีวันอยากเจอหน้าอีก! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันนะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%