ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 1

รันเวย์นรกและการปะทะ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายของชาแนลนัมเบอร์ไฟว์ที่ฟุ้งกระจายปะปนกับกลิ่นควันบุหรี่ราคาแพงหลังเวทีแฟชั่นโชว์ระดับประเทศไม่ได้ทำให้ประสาทสัมผัสของเอวาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรกระทบกับขอบแก้วแชมเปญเบาๆ จังหวะพอดีกับที่สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงโอเวอร์사이즈กวาดมองความวุ่นวายเบื้องหน้า ชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีมรกตแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนเย้ายวน แต่น่าเสียดายที่แววตาของดีไซเนอร์สาวชื่อดังตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ "เอวา ยัยตัวแม่ งานเริ่มอีกสิบนาทีนะยะ อย่าทำหน้าเหมือนอยากจะเดินไปตบใครแบบนั้นสิยะ เดี๋ยวสื่อก็เอาไปเขียนข่าวว่าดีไซเนอร์ร้อยล้านอารมณ์แปรปรวนอีกหรอก" คีย์ เพื่อนสนิทและออร์แกไนเซอร์มือทองของงานกระซิบเตือน พลางจัดชายเสื้อให้เพื่อนรักอย่างรวดเร็ว แต่สายตาของเอวากลับไม่ได้อยู่ที่คำเตือนนั้น เธอปรายตามองไปยังความผิดปกติที่กลางห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะประยุกต์ใจกลางเมือง ซึ่งถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์กึ่งพิพิธภัณฑ์ ตรงนั้น... พื้นที่จัดแสดงคอลเลกชันเครื่องประดับโบราณล้ำค่าที่ควรจะถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบตามที่ดีไซน์ไว้ กลับมีกล่องจัดแสดงชิ้นหนึ่งถูกเคลื่อนย้ายออกจากจุดโฟกัส และยืนอยู่ตรงนั้นคือต้นเหตุของความหงุดหงิดทั้งหมด รินรดา—ภัณฑารักษ์สาวผู้ได้ชื่อว่าเนี๊ยบและเย็นชาที่สุดในวงการศิลปะ เธอยืนตัวตรงในชุดสูดกางเกงเข้ารูปสีดำสนิท ผมยาวรวบตึงอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าสวยคมเรียบนิ่งไร้รอยยิ้ม กำลังใช้มือสวมถุงมือผ้าสีขาวหยิบสร้อยคอมรกตโบราณอายุกว่าร้อยปีขึ้นมาตรวจสอบตำแหน่งอย่างถือวิสาสะ โดยไม่สนใจเลยว่าอีกไม่กี่นาที นางแบบระดับท็อปโมเดลจะต้องเดินผ่านจุดนั้น เอวาทนดูไม่ได้อีกต่อไป ร่างระหงก้าวฉับๆ เข้าไปด้วยฝีเท้ามั่นคง ส้นสูงสติเลตต์กระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานดั่งเสียงประกาศศึก "คุณรินรดาคะ" น้ำเสียงหวานแต่เฉียบคมราใบมีดโกนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของทีมงาน "ฉันคิดว่าข้อตกลงระหว่างเราเมื่อวานนี้ชัดเจนพอแล้วนะคะ หรือว่าความจำของคุณจะมีปัญหาตั้งแต่ตอนจัดนิทรรศการศิลปะสมัยพุทธกาลแล้ว ถึงได้จำไม่ได้ว่า 'พื้นที่ตรงนี้' คือรันเวย์ของฉัน ไม่ใช่ห้องเก็บโบราณวัตถุของคุณ" รินรดาชะงักมือเล็กน้อย เธอค่อยๆ วางสร้อยคอลงในกล่องอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับดีไซเนอร์สาว แววตาหลังเลนส์แว่นสายตากรอบทองคู่นั้นราบเรียบและเย็นเยียบเสียจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าคุณเอวาจะกรุณาสละเวลาอันมีค่ามาใช้สมองคิดสักนิด คุณก็จะรู้ว่าโบราณวัตถุก้อนนี้มีมูลค่ามากกว่าค่าใช้จ่ายในการจัดแฟชั่นโชว์ราคาถูกนี่ทั้งงานรวมกันเสียอีกค่ะ และการจัดแสงแฟลชจากพวกช่างภาพของคุณเมื่อครู่ มันกำลังทำลายอุณหภูมิในตู้จัดแสดง ดิฉันในฐานะภัณฑารักษ์มีหน้าที่ปกป้องสมบัติของชาติ ไม่ใช่มาคอยเอาใจดีไซเนอร์ปากจัดที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล" เพลิงอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เอวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจพญาเสือจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ใบหน้าเชิดขึ้นด้วยความถือดี "ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ คุณภัณฑารักษ์หน้าตาย! แต่ช่วยจำใส่สมองอันปราดเปรื่องของคุณไว้ด้วยว่า งานในคืนนี้เกิดขึ้นได้เพราะแบรนด์ของฉันเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ ถ้าไม่มีเงินจากฉัน ของโบราณขึ้นสนิมพวกนี้ของคุณก็คงนอนเน่าอยู่ในห้องใต้ดินอย่างไร้ค่าไปแล้วค่ะ!" รินรดาไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเอวาอย่างท้าทาย ความสูงของทั้งคู่ไล่เลี่ยกันจนทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ จากตัวของภัณฑารักษ์สาวปะทะเข้ากับกลิ่นกุหลาบหรูหราของดีไซเนอร์ตัวแม่ "เงินซื้อความไร้รสนิยมของคุณได้ค่ะคุณเอวา แต่ซื้อประวัติศาสตร์ไม่ได้... และกรุณถอยออกไปจากพื้นที่ควบคุมของดิฉันด้วย ไม่อย่างนั้น ดิฉันจะเชิญคุณออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ต่อให้คุณจะเป็นเจ้าของรันเวย์นี้ก็ตาม" "คุณกล้าไล่ฉันเหรอ?!" เอวาเสียงสูงขึ้นด้วยความเหลืออด มือเรียวยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว "ลองดูสิคะว่าใครจะกล้าไล่..." "เอวา! ริน!" เสียงตะโกนห้ามปรามของคีย์ดังแทรกขึ้นมาก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมกับเสียงเพลงเปิดตัวแฟชั่นโชว์ที่ดังกระหึ่มขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าโชว์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสามวินาที ทว่า เอวากลับไม่ยอมละสายตาออกจากใบหน้าเนียนนิ่งของรินรดา เธอยืนประจันหน้า ปลายจมูกแทบจะชนกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายระอุร้อนในอกอย่างประหลาด รินรดากวาดตามองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธของคนตรงหน้า ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะจางๆ ที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เอวาเคยเห็นมา "ถ้าโชว์ของคุณพังไม่เป็นท่าเพราะความไม่มีระเบียบ... ฉันนี่แหละค่ะ จะเป็นคนเขียนรายงานแบล็กลิสต์ชื่อคุณออกจากหอศิลป์แห่งนี้ด้วยลายมือตัวเอง" รินรดาโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูของเอวา น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังทำเอาขนลุกซู่ เอวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่พุ่งชนกันอย่างจังระหว่างความหยิ่งทะนงกับความเย็นชาไร้ที่ติ ทว่า ในวินาทีที่เอวากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเชือดเฉือนที่เตรียมไว้ ม่านผ้าโปร่งสีดำกั้นหลังเวทีก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ—บุคคลที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด "ขอโทษที่มาช้าครับ... พอดีผมพา 'แขกพิเศษ' ที่พวกคุณคาดไม่ถึงมาด้วย" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความแซ่บพริกสิบเม็ดในตอนนี้ และเตรียมตัวพบกับการปะทะที่ยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าได้เลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%