เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของรินรดา ดังบาดหูเอวาจนดีไซเนอร์สาวแทบอยากจะคว้ากรรไกรทองคำบนโต๊ะมาตัดชุดผ้าไหมซาตินราคาหลักแสนทิ้งเสียตรงนั้น ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อทดสอบความดันโลหิตของเธอโดยเฉพาะเลยใช่ไหมคะ
"ผลงานชิ้นเอกของคุณเอวาในห้องจัดแสดงพิเศษนี่... น่าสนใจดีนะคะ แต่เกรงว่าจะร่วมสมัยไปหน่อยสำหรับนิทรรศการ 'รากเหง้าและกาลเวลา' ของเรา"
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้างามสมบูรณ์แบบภายใต้กรอบแว่นตากรอบทองสวมทับด้วยมาดภัณฑารักษ์ผู้เคร่งครัด ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองหุ่นโชว์เสื้อผ้าดีไซน์ล้ำยุคที่เอวาใช้เวลาอดหลับอดนอนติดต่อกันสามวันสามคืนในการรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ
"ร่วมสมัย? คุณรินรดากำลังตาบอดทางศิลปะหรือแค่จงใจหาเรื่องฉันกันแนคะ" เอวาแค่นหัวเราะก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างระหงที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมวานิลลาจางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับรัวจังหวะผิดเพี้ยนไปเสียอย่างนั้น "นี่คือการตีความชุดโบราณของราชสำนักให้ร่วมสมัย แบบที่คนตาถึงเท่านั้นถึงจะเก็ทค่ะ"
"แต่ในฐานะภัณฑารักษ์ ฉันมีหน้าที่คัดกรองสิ่งที่ 'ใช่ที่สุด' สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ใช่พื้นที่ปล่อยของส่วนตัวของดีไซเนอร์ปากจัดคนไหน" รินรดาหันมาสบตา ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ไออุ่นจากลมหายใจปะทะกันจนเอวาต้องเป็นฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ
ให้ตายสิ สายตานิ่งๆ คู่นั้นกำลังท้าทายอำนาจมืดในตัวเธออย่างเปิดเผย
"งั้นเหรอคะ..." เอวาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย มุมปากยิ้มร้ายกาจ "ถ้าผลงานของฉันมันไม่คู่ควรกับห้องจัดแสดงของคุณ งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ"
"เดิมพัน?" รินรดาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างสนใจ
"ถ้าภายในสามวันนึงข้างหน้า ฉันทำให้คณะกรรมการบริหารและผู้ทรงคุณวุฒิลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าผลงานชิ้นนี้คือ 'ไฮไลต์' ที่ห้ามพลาดของงานได้... คุณรินรดาจะต้องเป็นคนใส่ชุดนี้ร่วมงานกาล่าดินเนอร์เปิดตัวนิทรรศการด้วยตัวเองค่ะ"
เงียบ... มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการที่ไร้ผู้คน รินรดากวาดสายตามองสำรวจชุดราตรีผ้าไหมสีดำปักดิ้นทองที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ดีไซน์เปิดไหล่เว้าหลังลึกที่เซ็กซี่จนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่รอยยิ้มบางเบาจะปรากฏขึ้นที่มุมปากของภัณฑารักษ์สาว
"แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะคะ คุณเอวา?"
"ถ้าฉันแพ้..." เอวาโน้มใบเข้าไปกระซิบชิดริมหูของคนตรง จนรินรดาสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่รินรดารู้สึกได้ทันทีว่าหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะ "ฉันจะยอมถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ และปล่อยให้คุณจัดนิทรรศการโบราณวัตถุคร่ำครึของคุณไปคนเดียว... ตลอดกาลเลยค่ะ"
ข้อเสนอที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและอิสรภาพในวงการแฟชั่น ทำให้รินรดานัยน์ตาสั่นไหวไปชั่วขณะ ก่อนที่มือเรียวสวยจะยื่นออกไปตรงหน้า
"ดีค่ะ... ฉันรับคำท้า"
สัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะกันเพียงเสี้ยววินาทีส่งกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เอวารู้สึกได้เลยว่าเกมนี้เธอยอมแพ้ไม่ได้เป็นอันขาด ไม่ใช่เพราะศักดิ์ศรีดีไซเนอร์ค้ำคอหรอกนะคะ... แต่เป็นเพราะรอยยิ้มท้าทายเมื่อครู่ของรินรดาต่างหาก ที่ทำให้เธออยาก 'ชนะ' จนตัวสั่น
ตลอดสามวันต่อมา เอวาทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดลงไปกับการปรับแต่งรายละเอียดของชุด การเลือกแสงไฟในห้องจัดแสดง และการวางกลยุทธ์นำเสนอผลงานร่วมกับคีย์เพื่อนสนิทตัวแม่ที่คอยวิ่งวุ่นจัดแจงทุกอย่างให้เป็นไปตามแผน
"แกแน่ใจนะว่ายัยน้ำแข็งไส่นั่นจะยอมแพ้ให้แกง่ายๆ" คีย์กระซิบถามขณะช่วยเอวาสวมถุงมือผ้าซาตินให้หุ่นโชว์ตัวสุดท้าย "ฉันว่ายัยรินรดาน่ะเขี้ยวลากดินจะตาย ชนะยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกนะแก"
"ต่อให้ต้องงมมหาสมุทรทั้งใบ ฉันก็จะงมค่ะคีย์" เอวาตอบเสียงกร้าว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายมุ่งมั่น "เพราะฉันไม่เคยยอมแพ้ให้อะไร และที่สำคัญ... ฉันเกลียดการเป็นผู้แพ้ค่ะ"
และแล้ววินาทีชี้ชะตาก็มาถึง คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิห้าท่านเดินเข้ามาในห้องจัดแสดงพิเศษ พร้อมด้วยรินรดาที่ยืนกอดอกวางมาดนิ่งสนิทอยู่ที่มุมห้อง แววตาของเธอยังคงเรียบเฉยจนคาดเดาความรู้สึกไม่ได้
เอวาก้าวออกไปยืนหน้าผลงานของตัวเอง สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเริ่มต้นพรีเซนต์ด้วยน้ำเสียงทรงพลัง มั่นใจ และสะกดทุกสายตาให้อยู่หมัด เธอไม่ได้แค่บรรยายถึงเนื้อผ้าหรือตะเข็บตัดเย็บ แต่เธอบรรยายถึง 'จิตวิญญาณ' ของอดีตที่ถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ผ่านมุมมองของคนยุคปัจจุบัน น้ำเสียงที่เฉียบคมและลีลาการพูดที่สะท้อนตัวตนอันเย่อหยิ่งแต่ทรงเสน่ห์ ทำให้กรรมการพากันพยักหน้าด้วยความทึ่ง
กระทั่งการนำเสนอจบลง เสียงปรบมือบางเบาก็ดังขึ้นจากมุมห้อง... รินรดากำลังปรบมือให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้มยอมรับที่หายากยิ่งประดับอยู่บนใบหน้าสวย
"ยอดเยี่ยมมากค่ะ... คุณเอวา" ประธานกรรมการเอ่ยชม "ผลงานชิ้นนี้ชนะใจพวกเราเป็นเอกฉันท์ สมแล้วที่เป็นดีไซเนอร์ระดับท็อปของประเทศ"
หัวใจของเอวากระตุกวูบด้วยความโล่งอกและภาคภูมิใจ เธหันไปสบตากับรินรดาที่เดินตรงเข้ามาหาท่ามกลางแสงไฟสลัวของห้องจัดแสดง
"คุณชนะแล้วค่ะ คุณเอวา" รินรดากล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาคู่สวยนั้นกลับพราวระยับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ "ตามสัญญา... ฉันจะใส่ชุดนี้ในงานกาล่าดินเนอร์วันพรุ่งนี้ค่ะ"
เอวายิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องโดยไม่รู้ตัว มือเรียวบางเอื้อมไปแตะปริมิตรปกเสื้อของอีกฝ่ายเบาๆ โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม
"เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะคะ คุณภัณฑารักษ์... เพราะพรุ่งนี้ คุณจะได้รู้ว่าความเร่าร้อนที่แท้จริงภายใต้ชุดนี้ มันหน้าตาเป็นยังไง"
รินรดานิ่งงดไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วของเอวาลากผ่านแก้มเนียนแผ่วเบา บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเสน่หาและแรงดึงดูดอันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่า... ก่อนที่เอวาจะได้เอื้อnคำพูดใดต่อเพื่อตอกย้ำชัยชนะ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับประตูห้องจัดแสดงที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมม่วงนั้นทันที
"คุณรินรดาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ภาพวาดโบราณชิ้นเอกประจำพิพิธภัณฑ์ที่เก็บไว้ในห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน... หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยครับ!"
ร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าเยือกเย็นเมื่อครู่แตกสลายหายไปในพริบตา
เอวาชะงัก หันขวับไปมองหน้าคู่ปรับสาวที่ตอนนี้หน้าซีดเผือกจนไร้สีเลือด ก่อนที่สัญชาตญาณบางอย่างจะบอกเธอว่า... เกมการแข่งขันครั้งนี้ อาจไม่ได้จบลงง่ายๆ อย่างที่คิดเสียแล้วค่ะ!
ขอบพระคุณท่านผู้ทรงเกียรติที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 18 ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 18
เกมการแข่งขัน
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!