กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นชาผู่เอ่อร์เก่าแก่ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องหนังสือลับหลังเรือนพำนักของราชครูหลี่ ทว่าบรรยากาศกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่ายอดเขาเหมยในยันต์เหมันต์ เสียงดีดลูกคิดทองคำกระทบกับถาดหยกดังเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่กลับสร้างแรงกดดันจนแทบทำให้ผู้อยู่ในห้องหายใจไม่ทั่วท้อง
เหมยซูหลินไม่ได้ขยับกายหนีแม้แต่น้อย นางยังคงยืนตัวตรงสง่างาม แขนเสื้อปักลายดอกเหมยสีชาดสะท้อนกับแสงตะเกียงสำริด ริมฝีปากที่แย้มยิ้มเมื่อครู่ยังคงค้างไว้ในระดับที่พพอเหมาะ—รอยยิ้มของผู้กุมชัยชนะที่รู้ทันเกมทุกอย่าง ทว่าในวินาทีต่อมา เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของบุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดงกลับทำให้ดวงตาคู่งามหรี่แคบลง
"คุณหนูเหมยช่างใจกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
หลี่จิ้นเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งระลอกคลื่นอารมณ์ ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองแผ่นกระดาษสาบางเบaในมือ—เอกสารบัญชีลับที่ระบุเส้นทางการเงินของหอการค้าตระกูลเหมยเชื่อมโยงกับกลุ่มขุนนางชายแดนตะวันตก ซึ่งควรจะถูกฝังกลบไว้อย่างมิดชิดในห้องนิรภัยใต้ดินสามชั้น
ซูหลินกวาดสายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยความรู้สึกที่ไวกว่าความคิด นางรู้ดีว่านี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถทำลายตระกูลเหมยให้ย่อยยับได้ภายในชั่วข้ามคืน แต่ความตื่นตระหนกถูกสะกดไว้ภายใต้เปลือกตาที่กระพริบช้าๆ นางเลือกที่จะไม่แก้ตัว ไม่ปฏิเสธ และไม่แสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่นصفหยด
"ใต้เท้าหลี่รอบคอบยิ่งนัก บัญชีเล่มนั้นข้าใช้เวลาสามปีในการจัดทำเพื่ออำพรางสายตาผู้ตรวจการ แต่มันกลับมาอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านได้ภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วยาม... สมกับที่เป็นราชครูผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก" ซูหลินเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบและมั่นคงราวกับกำลังเจรจาซื้อขายผ้าไหมแพรพรรณนับร้อยพับ มิใช่การเผชิญหน้ากับความตาย
หลี่จิ้นเหอวางม้วนกระดาษลงช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดคลุมขุนนางสีม่วงเข้มก้าวเข้ามาใกล้ชิดทีละก้าว กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านจนซูหลินต้องเงยหน้าขึ้นสู้สายตา เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของกันและกัน
"เจ้าคิดว่าตนเองกำลังเดินหมากเหนือกว่ากระดานนี้สินะ" หลี่จิ้นเหอโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหีบใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเย้ยหยัน "เจ้าใช้หอการค้าเป็นฉากหน้าเพื่อกวาดซื้อที่ดินและสะสมเสบียง หวังจะใช้มันเป็นเดิมพันซื้ออิสรภาพให้สตรีในหอคอยบรรณาการ แต่เจ้ากลับลืมไป... ว่าหมากทุกตัวบนกระดานนี้ ล้วนอยู่ในกำมือของข้าตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว"
หัวใจของซูหลินกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางซ่อนมันไว้อย่างแนบเนียนด้วยการยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ายวน นางไม่ถอยหลังหนี กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทคู่นั้นราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังหน้ากากความเย็นชา
"ใต้เท้าหลี่กล่าวเกินไปแล้ว หมากบนกระดานย่อมมีผู้เดินและผู้ถูกเดิน แต่อย่าลืมว่า... ผู้เล่นที่ฉลาดที่สุด มักจะยอมเสียเบี้ยบางตัวไป เพื่อตลบหลังขุนพลฝั่งตรงข้ามในตา สุดท้าย" ซูหลินเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองคนยืนสบตากันนิ่งราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง เคมีอันตรายระหว่างความเกลียดชังและการดึงดูดทางจิตวิญญาณแผ่ขยายออกมารอบด้าน หลี่จิ้นเหอไม่เคยเจอสตรีใดกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและมั่นใจถึงเพียงนี้ นางไม่ใช่ดอกไม้ประดับสวนหลังบ้าน นางคือพยัคฆ์สาวที่ซ่อนเล็บแหลมคมไว้รอเวลาตะปบเหยื่อ
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เช่นนั้นหรือ" หลี่จิ้นเหอเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้นางสบตาตรงๆ
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดนผิวแก้วเนียนนุ่ม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากนอกประตูเรือน ประหนึ่งเสียงกลองศึกที่ถูกตีประชิดค่าย
*ปึง!*
ประตูกระดาษทาน้ำมันถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดมิดภายในห้อง ร่างขององครักษ์เสื้อแพรคนสนิทพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าหลี่จิ้นเหอด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
"เรียนใต้เท้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังลับขององค์ชายสามนำหมายค้นบุกเข้ามาถึงหน้าประตูจวนแล้ว พวกเขากำลังอ้างว่าหอการค้าตระกูลเหมยสมรู้ร่วมคิดกับกบฏชายแดน และหลักฐานทั้งหมด... ถูกพบซ่อนอยู่ในห้องทำงานของท่านราชครูเองพ่ะย่ะค่ะ!"
ดวงตาคมกริบของหลี่จิ้นเหอหดแคบลงทันที ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความระแวงระวัง เขาดึงสายตากลับมามองหญิงสาวตรงหน้าช้าๆ ทว่าเหมยซูหลินในยามนี้กลับมิได้ตกใจตระหนก นางเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกครั้ง—รอยยิ้มที่ลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกลลวงอันซับซ้อนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 2
กลลวงหลังม่านไหม
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!