กลิ่นอายของชาผู่เออร์หมักเก่าแก่ลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนชั้นดีภายในห้องประมูลชั้นสามของหอระเบียงเมฆา เบื้องล่างคือความโกลาหลของเหล่าพ่อค้าคหบดีผู้มั่งคั่งที่กำลังแย่งชิงสิทธิ์ครอบครองโฉนดที่ดินท่าเรือใต้ ทว่าณ ระเบียงส่วนตัวแห่งนี้ กลับไร้ซึ่งเสียงรบกวน มีเพียงสายตาคู่หนึ่งที่ทอดมองลงไปเบื้องล่างด้วยความเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์
“ราคาแปดหมื่นตำลึงเงิน... ดูท่าทางท่านราชครูจะมิได้มาเพื่อร่วมสนุกกระมังเพคะ”
น้ำเสียงหวานใสที่เจือความเยาะหยันเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เหมยซูหลินก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาไม้ประดับ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่มิอาจเรียกว่ารอยยิ้มได้อย่างเต็มปาก ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองบุรุษในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆาด้วยความประเมินค่า นางสวมอาภรณ์สีแดงเพลิงขับผิวให้ขาวราวกระเบื้องเคลือบ ตัดกับบรรยากาศเคร่งขึดของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง
หลี่จิ้นเหอไม่แม้แต่จะชายตามองนางในคราแรก นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนหยกมันแพะเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้จันทน์ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงเคาะไม้ประมูลรอบสุดท้ายจากชั้นล่าง
“แปดหมื่นตำลึงเพื่อแลกกับท่าเรือที่กำลังจะถูกตรวจสอบเรื่องการลักลอบค้าเกลือ... คุณชายเหมย หรือควรเรียกว่า ‘นายหญิงเหมย’ แห่งหอการค้าตระกูลเหมยดีเล่า ถึงจะถูกต้องตามทำนองคลองธรรม”
สุ้มเสียงของราชครูหนุ่มราบเรียบและต่ำทุ้ม ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก หลี่จิ้นเหอค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงขัง ไร้ซึ่งความหวั่นไหวต่อรูปลักษณ์อันงดงามเย้ายวนใจของสตรีตรงหน้าแม้แต่น้อย
เหมยซูหลินชะงักไปชั่วลมหายใจ รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย นางไม่แปลกใจที่ข่าวเรื่องตัวตนที่แท้จริงของนางจะรั่วไหลถึงหูราชครูผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก แต่ความเร็วในการสืบสวนของเขากลับเหนือความคาดหมายของนางไปก้าวหนึ่งเสมอ
“ท่านราชครูฉลาดปราดเปรื่องสมคำร่ำลือจริงๆ เพคะ” ซูหลินก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวที่นางใช้ประทินโฉมลอยแตะนาสิกของเขา หลี่จิ้นเหอขยับตัวถอยหลังเพียงเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ทว่าสีหน้ายังคงไร้ระลอกคลื่น “แต่การที่ท่านทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อซื้อที่ดินผืนนี้ มิใช่เพราะต้องการกำจัดอำนาจของขุนนางฝ่ายใต้หรอกหรือ? เราต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน... เหตุใดต้องทำตัวเป็นศัตรูให้เสียเวลาเล่าเพคะ”
“เป้าหมาย?” หลี่จิ้นเหอแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องราวกับลดลงฮวบฮวบ “สตรีที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อให้ขุนนางท้องถิ่นเซ็นสัญญาขายชาติ เพื่อแลกกับการผูกขาดการค้าเพียงผู้เดียวเช่นเจ้า มีสิทธิ์อันใดมากล่าวคำว่า ‘เป้าหมายเดียวกัน’ กับข้าราชการฝ่ายในเช่นข้า”
“หึ...” เหมยซูหลินแค่นเสียงบ้าง ดวงตาหงส์วาวโรจน์ด้วยความทิฐิ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง “ท่านมองว่าข้าเป็นเพียงแม่ค้าหน้าเงินที่เห็นแก่ผลประโยชน์สินะเพคะ? ท่านคิดว่าข้าดิ้นรนสร้างอาณาจักรการค้านี้ขึ้นมาเพื่อสิ่งใด หากไม่ใช่เพราะต้องการซื้อ ‘อิสรภาพ’ ให้ตนเองพ้นจากการเป็นหมากในกำมือของบุรุษผู้มีอำนาจอย่างพวกท่าน!”
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดขึ้นจนแทบมีประกายไฟแลบแปล๊บ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ เคมีสีเทาระหว่างผู้มีอำนาจสูงสุดในราชสำนักกับสตรีผู้ทะเยอทะยานที่สุดในยุทธจักรธุรกิจปะทะกันอย่างรุนแรง ทั้งสองต่างฉลาดทันกัน อ่านเกมของอีกฝ่ายทะลุปรุโปร่ง แต่กลับไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้
หลี่จิ้นเหอหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธกรณรงค์ ความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวในแววตานั้นทำให้หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานของเขาเกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด รสชาติของการต่อกรกับสตรีเช่นนี้นับว่าน่าสนใจกว่าการนั่งฟังรายงานจากพวกขุนนางไร้น้ำยาเสียอีก
“อิสรภาพงั้นหรือ...” หลี่จิ้นเหายื่นใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเต็มไปด้วยการดูแคลนระคนเย้ายวน “น่าเสียดาย... ที่หมากบนกระดานนี้ ถูกข้าเดินตาแรกไปเสียแล้ว เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้หรอก ซูหลิน”
ในจังหวะที่เหมยซูหลินกำลังจะอ้าปากโต้กลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบย่างอยู่บนเปลวไฟก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ตามมาด้วยเสียงเคาะสามครั้งที่เป็นสัญญาณฉุกเฉินระดับสูงสุด
“เรียนท่านราชครู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองบัญชาการทหารหลวงเพิ่งได้รับรายงานด่วน มีการพบ ‘ตราประทับหยก’ ขององค์ชายรองซ่อนอยู่ในลังสินค้าลับของหอการค้าตระกูลเหมย ณ ท่าเรือใต้ที่ท่านเพิ่งประมูลได้เมื่อครู่พ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่จิ้นเหอชะงักกึก ดวงตาคมปลาวาฬหันกลับมามองสตรีตรงหน้าทันที รอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความระแวงสงสัยที่ฉายชัดขึ้นในแววตา
เหมยซูหลินหน้าถอดสีลงชั่วพริบตา ก่อนที่มุมปากจะยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงปริศนาล้ำลึกเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดเดา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหมากตานี้ไปด้วยกันนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนแผ่นกระดาน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!