กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดใต้หุบเขาเหมืองร้าง แสงจากคบเพลิงสั่นไหววูบวาบสาดกระทบหยาดน้ำที่เกาะพราวตามผนังศิลา ราวกับคราบน้ำตาของแผ่นดินที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อจนแห้งผาก
เหมยซูหลินปัดเศษฝุ่นผงที่เปรอะเปื้อนเรียวแขนเสื้อผ้าต่วนเนื้อดีอย่างไม่ใส่ใจนัก ปลายเรียวนิ้วของนางสัมผัสความเย็นเยียบของตู้เหล็กโบราณที่ฝังอยู่หลังผนังหินชั้นในสุด เบื้องหลังแผ่นหลังของนางคือเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอย่างเงียบเชียบ
"เจ้าช่างมีความพยายามสูงเสียยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อ... ซูหลิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นในความเวิ้งว้าง หลี่จิ้นเหอในอาภรณ์สีเข้มกลมกลืนกับเงาไม้และซอกหิน ปรากฏกายขึ้นราวภูตพราย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพมอมแมมของนางแต่อัดแน่นด้วยประกายวิเคราะห์ที่อ่านไม่ออก
ซูหลินไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงผินพักตร์กลับมาเล็กน้อย มุมปากประดับรอยยิ้มเย้าหยันที่ฉาบไว้ด้วยความเหนื่อยล้า "หากข้าไม่ขยันเดินนำหน้าท่านครึ่งก้าว เกรงว่ากระดานหมากนี้คงถูกราชครูผู้สูงศักดิ์กวาดเก็บเรียบลงหลุมศพไปเสียก่อนแล้วกระมังคะ"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแคบลงในอุโมงค์แคบๆ เคมีสีเทาระหว่างความหวาดระแวงและความปรารถนาอันเร้นลับพวยพุ่งขึ้นแข่งกับกลิ่นอับชื้น หลี่จิ้นเหอก้าวเข้าประชิดจนเงาของเขาทาบทับร่างระหงจนมิด ครั้นเห็นนางไม่มีทีท่าถอยหนี เขาก็โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู
"ความทะเยอทะยานของสตรี มักนำพาหายนะมาสู่คอของตนเองเสมอ... เจ้าคิดว่าตู้เหล็กใบนั้นจะซ่อนสมบัติล้ำค่า หรือทางไปสู่ความตายกันแน่?"
"ท่านอยากลองเดิมพันดูสักคราไหมล่ะคะ?" ซูหลินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตสบประสานนิ่งไม่หลบเลี่ยง "หากในนี้คือบัญชีส่วยที่สาวถึงคอขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ท่านกับข้า... ใครกันที่จะถือไพ่เหนือกว่า?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำกระทบพื้นถ้ำและเสียงลมหายใจที่สอดรับกันอย่างประหลาด หลี่จิ้นเหอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เขารู้ดีว่านางมิใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความเมตตา แต่นางคือผู้เล่นที่ฉลาดเป็นกรดและอันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญหน้า
นิ้วเรียวแกร่งของราชครูยื่นเข้าไปช่วยออกแรงงัดกลไกที่ติดขัดร่วมกับนาง ความร่วมมือที่ไม่ได้เอ่ยวาจาแต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงนี้ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเสียง "คลิก" หนักแน่นดังขึ้น กล่องไม้สนจันทน์ที่ซ่อนอยู่ชั้นในสุดถูกเปิดออก
ภายในไม่ได้บรรจุทองคำแท่งหรืออัญมณีล้ำค่า หากแต่เป็นปึกเอกสารเก่าคร่ำครึที่ถูกผูกด้วยด้ายสีแดงชาด และสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่มีคราบเลือดแห้งกรังขึ้นสนิมสีน้ำตาล
ซูหลินรีบหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาพลิกเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาคมกวาดอ่านอักษรหวัดๆ หน้าแล้วหน้าเล่า ก่อนที่นัยน์ตาของนางจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนสมเพช
"นี่มัน..." นางพึมพำเสียงแผ่ว "บันทึกการส่งออกแร่เถื่อนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหลวง... และรายชื่อขุนนางระดับสูงที่รับสินบนจากตระกูลหลิว... รวมถึง... ตราประทับลับของสำนักราชเลขาธิการ"
หลี่จิ้นเหอชะงักไป ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความในกระดาษแผ่นที่ร่วงหล่นลงมา ร่างสูงสง่าพลันแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เมื่อลายมือที่ปรากฏอยู่ท้ายบันทึกแผ่นนั้น... เป็นลายมือของบุคคลที่เข้มงวดและไว้ใจที่สุดในราชสำนัก บุคคลที่ควรจะอยู่ฝ่ายเดียวกับการรักษาความยุติธรรมมาตลอด
ทว่า ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะได้เอ่ยวาจาใดออกมาเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่พลิกผันดั่งพลิกฝ่ามือ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันอย่างเกรียวกราวก็ดังสะท้อนก้องมาจากปากอุโมงค์ทางเข้า เปลวเพลิงนับร้อยดวงสาดส่องสว่างวาบจนแสบตา
"ใต้เสนาบดีมีคำสั่ง! ค้นให้ทั่ว! ผู้ใดบุกรุกพื้นที่หวงห้าม ฆ่าไม่เว้นหน้า!"
หลี่จิ้นเหอหันขวับไปมองปากทางเข้า ก่อนจะกระชากข้อแขนของซูหลินเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างของนางแนบชิดแผ่นอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความตึงเครียด ขอบมุมกระดาษในมือซูหลินร่วงหล่นลงพื้น ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของทั้งคู่กระตุกวูบไม่ใช่เสียงทหารที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
หากแต่เป็นเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดด้านหลังกองทหาร พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่พวกเขานิต้องการจะเห็นมากที่สุดในเวลานี้...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุหิมะและหมากกระดานนี้ไปกับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ
หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง•ตอนที่ 14
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้ามิได้เดินเพียงลำพัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!